5 ส.ก. กลุ่มคนทำงาน ลุกอภิปรายงบประมาณ กทม. ปี 70 ชี้งบ 93,000 ล้าน ต้องตอบโจทย์ ‘คน เมือง และอนาคต’ เสนอ 5 ประเด็นปฏิรูปการจัดสรรงบ
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ในการประชุมสภากรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 93,000 ล้านบาท วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569 สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) กลุ่มคนทำงาน ร่วมอภิปรายภาพรวมการจัดสรรงบประมาณ
โดย นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก กลุ่มคนทำงาน กล่าวว่า แม้งบประมาณปี 2570 จะมีวงเงินรวม 93,000 ล้านบาท แต่กรุงเทพมหานครได้รับคำของบประมาณจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมกว่า 144,238 ล้านบาท ทำให้มีวงเงินที่ไม่ได้รับการจัดสรรกว่า 51,238 ล้านบาท หรือร้อยละ 35.5 ของคำของบประมาณทั้งหมด ซึ่งสะท้อนว่าประเด็นสำคัญคือ การจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องบริหารจัดการ งบประมาณจำนวนมากลงทุนไปกับค่าใช้จ่ายประจำ บุคลากร งบกลาง และโครงการต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่สำหรับการลงทุนเชิงนโยบายใหม่มีจำกัด จึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่าการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณสอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของเมืองหรือไม่

นายวิพุธ กล่าวว่า ในประเด็นการศึกษา กลุ่มคนทำงานเห็นว่า กรุงเทพมหานครควรให้ความสำคัญกับการลงทุนกับมนุษย์มากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะดิจิทัล ภาษาอังกฤษ และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้โครงการนำ AI มาช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนจะเป็นเรื่องดี แต่การลงทุนด้านเทคโนโลยีควรวัดผลจากการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน เช่น ความสามารถด้านภาษา การคิดวิเคราะห์ และสมรรถนะดิจิทัล มากกว่าการวัดจำนวนอุปกรณ์หรือจำนวนผู้ใช้งานเท่านั้น
ประเด็นด้านความปลอดภัย แม้งบประมาณของสำนักการจราจรและขนส่งจะเพิ่มขึ้นเกือบ 5,000 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านระบบขนส่งและภาระผูกพันเดิม จึงเสนอให้กรุงเทพมหานครชี้แจงว่างบที่สามารถนำไปยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนและพื้นที่สาธารณะมีจำนวนเท่าใด โดยเสนอให้ทุกหน่วยงานใช้ฐานข้อมูลจุดเสี่ยงร่วมกัน ทั้งข้อมูลอุบัติเหตุ เรื่องร้องเรียน และข้อมูลพื้นที่ เพื่อจัดลำดับการแก้ไขปัญหา โดยวัดผลจากจำนวนอุบัติเหตุและความสูญเสียที่ลดลง มากกว่าจำนวนอุปกรณ์ที่ติดตั้ง
สำหรับงบด้านสิ่งแวดล้อม แม้งบประมาณเพิ่มขึ้นจำนวนขึ้นกว่า 1,100 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นงบด้านการจัดการและกำจัดขยะ ขณะที่โครงการส่งเสริมการคัดแยกขยะต้นทางได้รับงบน้อยลงหรือไม่ได้รับการจัดสรรเลย จึงเสนอให้กรุงเทพมหานครลงทุนครบทั้งระบบ ตั้งแต่การคัดแยกขยะ การจัดเก็บ การรีไซเคิล การผลิตปุ๋ยและพลังงานจากขยะ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดยกำหนดตัวชี้วัดที่สะท้อนการลดปริมาณขยะและการเพิ่มมูลค่าจากทรัพยากร ไม่ใช่เพียงปริมาณการขนและกำจัดขยะเท่านั้น

ในช่วงท้าย นายวิพุธ ยกเขตบางรักเป็นกรณีศึกษา โดยเสนอว่า การจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานเขตไม่ควรอาศัยเพียงจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎร แต่ควรคำนึงถึงจำนวนประชากรแฝง ผู้ใช้พื้นที่จริง กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ปริมาณนักท่องเที่ยว ภาระการให้บริการสาธารณะ และความเสี่ยงเฉพาะของแต่ละพื้นที่
ข้อเสนอดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้การจัดสรรงบประมาณสะท้อนภารกิจที่แต่ละเขตต้องรับผิดชอบจริง และทำให้ทรัพยากรของกรุงเทพมหานครลงไปยังพื้นที่ที่มีความจำเป็นอย่างเป็นธรรมและตรวจสอบได้
ด้าน นางสาวมธุรส เบนท์ ส.ก. เขตสะพานสูง, นายณรงค์ศักดิ์ ม่วงศิริ ส.ก.เขตบางบอน, นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ส.ก. เขตบางกะปิ และ นางสาวปิยะวรรณ จระกา ส.ก.เขตสวนหลวง อภิปรายถึงโครงการในพื้นที่ที่ถูกตัดออกจากร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 อาทิ โครงการปรับปรุงศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน, การบำบัดน้ำเสียและการจัดการคุณภาพน้ำ และโครงการก่อสร้างเขื่อน คสล. เป็นต้น





