“อนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ” พรรคส้ม เป็นงง หลายกระทรวงเสนอโครงการไม่ตรงภารกิจ ก.พลังงานชงซื้อเครื่องอบกล้วยตาก-สปก.ซื้อเครื่องทำลูกชิ้น-ทำไส้กรอกตัดตะไคร้ แฉ รองปลัด มท.ตบโต๊ะ-ชี้หน้า ไม่พอใจอนุฯ เรียกเอกสารเพิ่ม ตั้งข้อสงสัยอนุกมธ.ฝั่งรัฐบาลรวบรัดพิจารณา
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายธีระชาติ ต่อตระกูล อดีตผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ICT และทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงการพิจารณาของอนุกมธ.ในโครงการของหน่วยงานต่างๆ ที่ในการสืบราคากลางของหน่วยงานรัฐบางหน่วยงาน ได้สืบราคากลางกับบริษัทที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจด้านนั้นๆ เช่น ต้องการสืบราคาระบบสารสนเทศ กลับไปสืบราคากับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ หรือ ต้องการสืบราคามูลค่า 50 ล้านบาท แต่กลับไปสืบราคากับบริษัทเอกชน ที่มีรายได้ 0 บาท ซึ่งตนได้นำเสนอต่อที่ประชุมอนุกมธ. แต่กลับไม่ได้รับความสนใจจากอนุกมธ.ฝั่งรัฐบาล เพราะปัญหาความไม่ปกติเหล่านี้ ทำให้บรรยากาศการพิจารณาตึงเครียด และต้องใช้เวลายาวนานมาก
นายธีระชาติ ยังได้ยกตัวอย่างโครงการของกระทรวงมหาดไทย ที่ดำเนินการโครงการระบบดับเพลิง 77 จังหวัด ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดแต่ละจังหวัด และขนาดห้องคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมือนกัน แต่กลับไม่มีรายละเอียดใดๆ และพบความจริงภายหลัง ตนเชื่อว่ากระทรวงมหาดไทย ต้องการเลือกทำใบเสนอราคา 2 แบบ ในการเสนอให้สำนักงบประมาณ และอนุกมธ.ไม่เหมือนกัน ซึ่งตนได้ทักท้วงในที่ประชุมฯ จนต้องมีการพักการประชุม หรืออีกกรณีในการพิจารณาโครงการของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีผู้เสนอโครงการ 2 บริษัท แต่เป็นคนคนเดียวกัน ที่สามารถเสนอประมูลงานแข่งกันเองใน 2 บริษัทได้ ซึ่งความผิดปกติหลายอย่างนี้ มีโอกาสที่จะเกิดการทุจริต แต่ในการลงมติ สุดท้ายก็ผ่านการพิจารณาทั้งหมด
นายธีระชาติ ยังเล่าบรรยากาศการประชุมอนุกมธ.อีกว่า ในการพิจารณางบประมาณของกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงฯ ได้มาชี้แจง ซึ่งตนได้ระบุถึงเอกสารที่กระทรวงฯ ตั้งใจปกปิดข้อมูล รองปลัดฯ คนดังกล่าว กลับตบโต๊ะ และชี้หน้าตนเอง ซึ่งตนก็เพิ่งเคยเห็นประสบการณ์เช่นนี้ ทั้งที่มีวัยวุฒิสูงกว่า แต่ในการพิจารณาก็ต้องทำเต็มที่ในฐานะประชาชน และเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้ รวมถึงยังมีการพิจารณาที่เร่งรัด แม้เลขานุการการประชุม ยังอ่านชื่อโครงการไม่จบ แต่ที่ประชุมก็ให้ผ่านการพิจารณาแล้ว ตนเองจึงจงใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพการประชุม ทำให้อนุกมธ.ได้เรียกให้ตำรวจรัฐสภาเข้ามา ดังนั้น ตนจึงขอเรียกร้องให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมอนุกมธ.พิจารณางบประมาณด้วย
“การพิจารณาที่เร่งรัด แม้เลขานุการการประชุม ยังอ่านชื่อโครงการไม่จบ แต่ที่ประชุมก็ให้ผ่านการพิจารณาแล้ว ชื่อโครงการอะไรตนก็ยังจำไม่ได้ แต่เป็นโครงการของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย หลายๆโครงการติดกัน และมีปัญหาในการพิจารณา เพราะอนุกมธ.ได้ให้เร่งรัดการประชุม ทั้งที่เวลาเปิดการประชุมก็ล่าช้า ยังมีหลายโครงการ ที่มีโครงการไม่ตรงกับหน่วยงาน เช่น กระทรวงพลังงาน ได้เสนอโครงการจัดซื้อเครื่องอบกล้วยตาก ซึ่งหน่วยงานได้อ้างว่า เป็นการสอนให้ชุมชนทราบในการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร ซึ่งผมก็สับสน หรือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(สปก.) เสนอซื้อที่ทำลูกชิ้น เครื่องทำไส้กรอก และเครื่องตัดตะไคร้ ซึ่งผมก็สงสัยทำไม สปก.ต้องทำโครงการเหล่านี้ หรือกรมทางหลวง มีโครงการขอลดคาบอนเครดิต ดังนั้นผมจึงเห็นว่า ควรถึงเวลายกเครื่องโครงการจัดทำงบประมาณแล้ว”นายธีระชาติ กล่าว
ด้าน นาวาโทกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 70 กล่าวว่า หลังจากที่เข้าไปสังเกตการณ์ในการพิจารณาของอนุกมธ.ที่มีการพิจารณาจัดซื้ออุปกรณ์เครือข่าย File War ที่มีการจัดซื้อซ้ำซ้อนมากในทุกโครงการของกรมการปกครอง ซึ่งโครงการลักษณะดังกล่าว หากใช้ตามนโยบาย Cloud First ของรัฐบาล ก็สามารถประหยัดงบประมาณได้ และยังมีโครงการหนึ่งของกรมการปกครอง ที่อธิบดีกรมการปกครอง ยอมให้ตัด 3% แต่นายธีระชาติ ได้เสนอให้ตัดทั้งโครงการ เพราะขัดต่อนโยบาย Cloud First ของรัฐบาล อธิบดีกรมการปกครอง จึงระบุว่า หากเสนอตัดทั้งโครงการแล้ว ที่เสนอ 3% ก็จะไม่ยอมให้ตัดแล้ว จึงถือเป็นการแสดงอำนาจเหนืออนุกมธ. แต่อนุกมธ.ก็ยอมด้วย
ทำให้ นายธีระชาติ ยืนยันว่า คำพูดดังกล่าวของอธิบดีกรมการปกครองนั้น ตนมีพยายบุคคลคือ นายชาดา ไทยเศรษฐ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะอนุกมธ. ที่อยู่ในห้องประชุม สามารถเป็นพยานได้ ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยมากในระบบการทำงานของบ้านเรามันแปลกประลาดขนาดนี้



