เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการพิจารณา ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมี นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบึงกุ่ม รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม
ในตอนหนึ่ง นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง อภิปรายว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นี้ ตนจะพูด 2 ข้อหลัก คือ
1.) งบประมาณเขตลาดกระบัง ที่มีการพิจารณาตัด ปรับ ลด ไม่ถูกต้อง
2.) 4 ข้อเสนอให้มีการปฏิรูประบบการพิจารณางบประมาณกรุงเทพมหานคร
นายสุรจิตต์ กล่าวว่า คำของบประมาณจากสำนักงานเขตขอมาที่กรุงเทพมหานคร ช่วงที่พิจารณางบประมาณเล่มร่างเป็นช่วงที่อยู่ในการเลือกตั้ง ไม่มีฝ่ายบริหารที่นำโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร งบประมาณซอยร่มเกล้า 25/6 อยู่ในการคำขอของสำนักงานเขตลำดับที่ 2 หมายความว่าเป็นลำดับสำคัญลำดับต้นๆที่ทางสำนักงานเขตลาดกระบังพิจารณาแล้ว เห็นสมควรที่จะต้องได้รับการแก้ไขได้รับการปรับปรุง
จากนั้น ได้แสดงภาพภาพถนนซอยร่มเกล้า 25/6 ต่อที่ประชุม
“นี่คือถนน คือภาพที่ประชาชนนั่งแท็กซี่มาถึงช่วงต้นซอยและไปต่อไม่ได้ เดิน ช่วงท้ายซอยใช้เรือ คำถามคือ ทำไมเป็นอย่างนี้ ทางสำนักงบประมาณก็บอกทางสำนักงานเขตว่า ทำหนังสือยืนยันเพราะมีบ้านเรือนไม่เยอะ เข้าใจว่าบ้านเรือนไม่เยอะ แต่ท่านต้องคำนึงถึงสทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่จะได้รับ เส้นทางที่ปลอดภัย เดินกลับบ้านไม่อันตราย ไม่ถูกงูฉก ตะขาบกัด บ้านเรือนอาศัยอยู่ 20-30 หลังคาเรือน ประมาณ 300-400 คนได้

ซอยดังกล่าวเหตุผลหลักที่เขตลาดกระบังขอมา ซอยเป็นจุดตัดของถนนร่มเกล้าและทางหลวงพิเศษ ซึ่งทั้งถนนร่มเกล้ามีจุดที่สามารถระบายนำลงคลองได้แค่ 2 ซอย ที่ผ่านงบประมาณไปแล้ว คอนกรีตพร้อมท่อระบายน้ำ คือ ซอยร่มเกล้า 23 ซึ่งเป็นซอยที่มีโรงเรียนเทพศิรินทร์ ซอยร่มเกล้า 25 มีโรงเรียนวัดบำรุงรื่นและวัดบำรุงรื่น ชื่วงกลางซอย แต่ช่วงต้นซอยทางสำนักงานเขตได้พิจารณาถึงความเหมาะสมแล้ว ซอยร่มเกล้า 25/6 ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดและสามารถแก้ไขน้ำท่วมได้ ขอให้ซอยดังกล่าวเป็นทางระบายน้ำจากถนนร่มเกล้า ลงสู่คลองประเวศที่ใกล้ที่สุดเพื่อการระบายน้ำ
สิ่งที่ประชาชนร้องขอมาไม่ใช่ขออำนวยความสะดวกต่างๆ แต่ขอแค่ถนนปลอดภัย จำนวนหลังคาเรือนเป็นหนึ่งในปัจจัยการพิจารณางบ ถูกต้อง แต่ไม่ควรเป็นเหตุผลในการตัดสิน ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้วัดที่จำนวนคน แต่วัดที่ผลกระทบ ความจำเป็น วัดที่คุณภาพชีวิต วัดที่ความเหลื่อมล้ำ” นายสุรจิตต์ กล่าว
นายสุรจิตต์ กล่าวต่อไปว่า ประเด็นแรก อย่ารอให้ความเจริญเข้ามาก่อน แล้วจึงสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพราะหลายครั้งโครงสร้างพื้นฐานต่างหากที่เป็นตัวนำความเจริญเข้ามา สำนักงานเขตใส่เข้ามาในงบประมาณลำดับที่ 2 ทางสำนักงบประมาณได้ให้เขตทำหนังสือยืนยัน เขตทำหนังสือกลับพร้อมส่งภาพประชาชนไปอ้อนวอนที่เขต เขียนคำร้อง ลำดับที่ 2 ไม่ถูกพิจารณา
ประเด็นที่ 2 เรื่องคลอง ลาดกระบังเป็นพื้นที่รับน้ำ น้ำไหลจากบนลงล่าง ไม่ใช่ไหลจากล่างขึ้นบน ลาดกระบังของบขุดลอกคลองไป 23 คลอง สำนักงบบอกว่าคลองไม่ครบ สำนักงานเขตส่งไปใหม่ และเอกสารครบถ้วน 11 คลอง ถูกตัดเกลี้ยง งบลอกคลองลาดกระบังไม่มีสักคลอง คลองต่างๆตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเปรียบเสมือนเส้นเลือดของระบบระบายน้ำหากคลองมีสภาพตื้น มีวัชพืช สิ่งกีดขวาง ย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ที่ขอมาเป็นพื้นที่การเกษตรด้วย เป็นจุดที่รองรับน้ำเวลาน้ำท่วมท่วมหนัก

ประเด็นที่ 3 เรื่องเทศกิจ รถตู้เทศกิจที่เป็นรถบริการประชาชน รถตรวจราชการ รถปฏิบัติพื้นที่ คอยส่งประชาชนยามค่ำคืน จัดไหนที่เป็นจุดสี่ยงเทศกิจจะคอยไปส่ง พื้นที่ลาดกระบัง 123 ตารางกิโลเมตร ฝ่ายเทศกิจขอทดแทน 3 รายการ 1.รถตู้ 2.เครื่องถ่ายเอกสาร 3.สัญญาณไฟพร้อมเครื่องขยายเสียง ทดแทนแบบไม่ได้รับกลับคืน คือถูกตัดทิ้ง รถลาดกระบังมี 3 คัน 2 คันแรกรถมีอายุการใช้งาน 10 กว่าปี สภาพพื้นผิวถนนลาดกระบังดีบ้าง ได้รับงบประมาณจากสภากทม.เมื่อปี 2565-2569 ไม่ดีก็เยอะ ลุยน้ำ โคลน รถ 2 คันแรกพังบ่อยครั้ง ส่วนรถใช้ได้จริงมีแค่ 1 คัน เป็นรถทดแทน อุปกรณ์ทดแทน แต่ไม่ได้รับการพิจารณางบประมาณ ครุภัณฑ์ไม่ใช่เพียงทรัพย์สินของทางราชการ แต่เป็นเครื่องมือที่ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนได้ หากภารกิจยังอยู่แต่เครื่องมือไม่พร้อมเรากำลังคาดหวังให้เจ้าหน้าที่” นายสุรจิตต์ กล่าว
นายสุจิตต์ กล่าวต่อไปถึง ประเด็นที่ 4 คือ ลานและโดมอเนกประสงค์ที่สวนพระนคร ลานนี้มีประชาชนเต้นเเอโรบิกทุกวันเกลือบ 100 คน ใจลึกๆประชาชนอาจจะหวังว่าจะเป็นลานเต้นเเอโรบิกเหมือนสวนลุมพินี ที่ผู้ว่าฯได้กรุณาทำให้มีจุดประกายการออกกำลังกายขึ้นมาของกรุงเทพฯ เขตลาดกระบังก็อยากได้แบบนั้น แต่ฝนตกเต้นไม่ได้เพราะน้ำรั่ว ลานกิจกรรมแห่งนี้งานวันเด็กก็ถูกจัดขึ้นที่แห่งนี้ งบประมาณ 3 ล้าน แต่ไม่ได้รับการพิจารณา

“ก่อนที่จะตัดงบประมาณขอความกรุณาถาม งบที่ตัดเป็นปัญหาที่ประชาชนต้องเผชิญ โดยเฉพาะพื้นที่รับน้ำ การลดเครื่องมือป้องกันน้ำท่วม คือการเพิ่มความเสี่ยง จึงขอให้ฝ่ายบริหารทบทวนและพิจารณาแปรงบประมาณกลับ 4 รายการ ดังนี้ 1.ซอยร่มเกล้า 25/6 ลดความเหลื่อมล้ำลดความเสี่ยงเพิ่มสวัสดิภาพ และการระบายน้ำสู่คลอง 2.พิจารณาแปรงบประมาณลอกคลอง 3.รถทดแทนและวัสดุอุปกรณ์ทดแทนของฝ่ายเทศกิจ 4.โดมอเนกประสงค์ที่สวนพระนคร” นายสุรจิตต์ กล่าว
จากนั้น นายสุรจิตต์ กล่าวถึง 4 ข้อเสนอให้มีการปฏิรูประบบการพิจารณางบประมาณกรุงเทพมหานคร ได้แก่
1.การบริหารจัดการงบประมาณเหลือจ่ายของสำนักงานเขต การจัดตั้งวงเงินเหลือจ่ายใช้เฉพาะกรณีเร่งด่วน มีหลักเกณฑ์และการตรวจสอบ เพิ่มความคล่องตัวในการแก้ปัญหาให้ประชาชน
2.ระเบียบจัดซื้อครุภัณฑ์ทดแทน ก่อนทดแทนอนุมัติแผนการจัดซื้อทดแทนก่อนจำหน่าย จัดการทำแผนทดแทน 3-5 ปี มีหลักประกันว่าเมื่อจำหน่ายแล้วต้องมีของใหม่ทดแทน
3.งบแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ควรเป็นงบเพิ่มเติมไม่ใช่เฉพาะงบประมาณประจำปี น้ำท่วมต้องแก้ก่อนฝนมา ไม่ใช่รอแก้หลังน้ำท่วม ควรปรับงบประมาณด้วยการแก้ไขและบริหารจัดการน้ำท่วมเป็นงบเพิ่มเติมหรืองบเฉพาะด้านน้ำท่วม เพื่อดำเนินโครงการได้ทันก่อนฤดูฝน
4.เพิ่มบทบาทสำนักงานเขตในทุกโครงการที่ลงพื้นที่ มีส่วนร่วมในการควบคุมงาน และมีส่วนร่วมในการตรวจรับงาน เสนอให้เขตเป็นเจ้าภาพในการรับรู้ ควบคุมงาน เป็นหนึ่งในเจ้าภาพตรวจรับงาน เพราะจะรู้ปัญหาและติดตามงานได้ทันที แก้ไขข้อร้องเรียนได้รวดเร็ว และเพิ่มความโปร่งใสตรวจสอบการใช้งบประมาณได้
“เพราะความเดือดร้อนของประชาชนไม่เคยรอรอบงบประมาณ งบที่ดี จึงไม่ใช่แค่งบที่ถูกต้องตามระเบียบ แต่ต้องเป็นงบที่ไปถึงประชาชน ในวันที่เขาต้องการความช่วยเหลือที่สุด” นายสุรจิตต์ กล่าวทิ้งท้าย

