เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการพิจารณา ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยในช่วงบ่ายมีนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางซื่อ ประธานสภากทม. เป็นประธานการประชุม
โดยบรรยากาศเมื่อเวลา 18.55 น. หลังการอภิปรายซึ่งมีนายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี กล่าวเป็นคนสุดท้าย นางสาวภัทราภรณ์ ได้ขอให้ที่ประชุมลงคะแนน โดยขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน ด้านนายอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ส.ก.เขตวังทองหลาง พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นเสนอว่า ยังมีที่ว่างอยู่ ตนคิดว่าควรรอ 5 นาทีหรือไม่ เกรงว่าจะมีคนยังไม่มา

จากนั้น นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตราษฎร์บูรณะเสนอให้โหวต เนื่องจากหน้าที่ของส.ก.คือต้องอยู่ตรงนั้น นางสาวภัทราภรณ์ จึงกล่าวว่า “ไม่น่ามีแล้ว ฝากช่วยดึงบัตรเพื่อนออกด้วย”
จากนั้น ได้สอบถามที่ประชุมว่า สมควรรับหลักการแห่งร่างข้อบัญญัตินี้หรือไม่ ท่านใดเห็นชอบ กดปุ่มสีเขียว ไม่เห็นชอบ กดปุ่มสีแดง งดออกเสียง กดปุ่มสีเหลือง เมื่อมีสัญญาณไฟกระพริบ ให้ลงมติได้เลย
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีผู้แสดงตน 44 ราย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการออกเสียงเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า มีผู้เห็นชอบ 45 ราย ซึ่งเกินมา 1 ราย ไม่เห็นชอบ 0 งดออกเสียง 0 ไม่ลงคะแนน 0

นายเอกกวิน โชคประสพรวย ส.ก.เขตราชเทวี จึงสอบถามว่า ตอนแสดงตนมี 44 เหตุใดตอนโหวตมี 45
นางสาวภัทราภรณ์ แจ้งให้ฝ่ายโสตฯ และฝ่ายเลขาฯ ตรวจสอบ โดยนางสาวสายพิณ นาบำรุง เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ลุกขึ้นกล่าวว่า เมื่อประธานสภากทม. แจ้งให้ตรวจสอบองค์ประชุม มีสมาชิกเสียบบัตร 44 ท่าน แต่หลังเปิดโหวต มีอีก 1 ท่านมาเพิ่ม ตัวเลขจึงเป็น 45

นายอนุรักษ์ ส.ก.เขตวังทองหลาง ลุกขึ้นสอบถามว่า เครื่องเสียหรือไม่
นายอำนาจ ปานเผือก ส.ก.เขตบางแค กล่าวว่า เมื่อสักครู่เลขาฯ อธิบายแล้วว่ามีผู้มาเพิ่ม แต่เพื่อความโปร่งใส และเรียบร้อยขอให้ตรวจสอบองค์ประชุมแล้วโหวตใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นางสาวภัทราภรณ์ กล่าวว่า เพื่อความโปร่งใส ขอให้ฝ่ายโสตฯ เปิดชื่อและผลโหวต นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.ลาดกระบัง ลุกขึ้นแนะว่า ให้เจ้าหน้าที่นับสมาชิกดีหรือไม่ หรือบัตรช่องไหนมีปัญหา
ด้านนายวิพุธ ศรีวะอะไร ส.ก.เขตบางรัก กล่าวว่า จริงๆ แล้วหลักการง่ายๆ คือ ตอนแสดงตัวมี 44 แต่พอจะโหวตมีคนเดินเข้ามา คือ ไม่ได้กดให้โหวตทันที เหมือนตอนขับเครื่องบิน ผู้โดยสารรายชื่อไม่ตรง สุดท้ายให้ลูกเรือนับทีละแถว กรณีนี้ก็เช่นกัน ตนติดว่าไม่ได้มีอะไรพลาด สามารถดำเนินการต่อได้อย่างโปร่งใส แค่นับหัวในแต่ละแถว ถ้าได้ 45 ก็ตรงกัน
นางสาวภัทราภรณ์ จึงแจ้งว่า ฝ่ายเลขาฯ แจ้งว่า นับ 2 ฝั่ง รวมแล้วมี 45 ท่าน

ด้านนายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย ลุกแสดงความเห็นว่า ใครเข้ามาตอนหลังขอให้บอก จะได้ไม่วุ่นวาย แค่นั้นก็จบ ขณะที่นายอำนาจ ส.ก. บางแค ขอให้โหวตใหม่อีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการถกเถียงและตรวจสอบ นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ คือ ชื่อที่เพิ่มเข้ามาภายหลัง โดยเจ้าตัวลุกขึ้นชี้แจงว่า เมื่อสักครู่ ตนอยู่ในห้องประชุม แต่คาดว่าตนดันบัตรไม่สุดตอนนับองค์ประชุม
“ต้องขออภัย ผมกดไปแล้ว ใส่ไปแล้วตอนนับองค์ประชุม แต่ไม่สุด แต่ตอนโหวตก็ปรากฏตามมติที่ประชุม กราบขออภัย ผมไม่ทราบจริงๆ” นายวิรัช กล่าว
ด้านนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน กล่าวว่า ตนนั่งข้างนายวิรัช ทำให้เป็นคนชอบสังเกต พบว่าท่านใส่บัตรแล้ว แต่ไม่ได้ดันลงไปสุด ตอนจะกดโหวต เจ้าหน้าที่สภาฯ มาช่วย จึงเกิดเหตุดังกล่าว




