หน้าแรก การเมือง ชัยชนะ ซัดรบ....

ชัยชนะ ซัดรบ.ตัดงบพื้นที่ช่วยท้องถิ่นไปไทยช่วยไทยพลัส อัด ‘พยาบาลอาสา’ เอื้อสร้างเครือข่าย ทั้งที่มี อสม.อยู่แล้ว

5.08.26 | 14:31 น.

ชัยชนะ ซัดรัฐบาลตัดงบพื้นที่ช่วยท้องถิ่นไป “ไทยช่วยไทยพลัส” อัดโครงการพยาบาลอาสาเอื้อสร้างเครือข่าย ทั้งที่มี อสม.อยู่แล้ว

 


เมื่อวันที่5 สิงหาคม เวลา 12.40 น.ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการรับสมัครพยาบาลอาสา ที่เพิ่งปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า วิธีการสอบมีเพียงการสัมภาษณ์อย่างเดียวเห็นชัดเจนว่าเป็นการสร้างเครือข่าย ให้กับหัวคะแนนหรือไม่ ซึ่งตนมองว่านโยบายนี้รัฐบาลควรนำเงินค่าจ้างอาสาพยาบาลมาเพิ่มสวัสดิการให้กับพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) หรือจ้างพนักงานราชการของกระทรวงสาธารณสุข ที่ยังไม่ได้บรรจุที่ยังไม่ได้บรรจุกว่า 7,000 ตำแหน่ง ดีกว่าการจ้างพยาบาลอาสา ดังนั้นในส่วนนี้ตนอยากให้นายกรัฐมนตรีทบทในหรือมีแนวทาง ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปสอบด้วยความมั่นคง วัดความรู้ด้วยการสอบข้อเขียนหรือความรู้ทางด้านรักษาพยาบาล ไม่ใช่การอบรมแล้วสอบสัมภาษณ์ แล้วดูแลผู้ป่วย ซึ่งซ้ำซ้อนกับอสม.

นายชัยชนะกล่าวต่อว่า อสม. คือด่านหน้าการทำงานด้านรักษาพยาบาล ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยECD แต่เมื่อถึงเวลาอสม.ได้ค่าตอบแทนเพียง 600 -2,000 บาท แต่อาสาพยาบาลที่มาทีหลังกลับได้เงินเดือนถึง 15,000 บาทต่อเดือน ตนจึงมองว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะสม เพราะยังมีพนักงานของกระทรวงสาธารณสุขอีกมากที่ยังไม่ได้บรรจุ ทำไมรัฐบาลถึงไม่ทำเรื่องนี้ก่อน หรือคิดว่าการทำเรื่องพยาบาลอาสาจะเป็นการสร้างฐานคะแนน

เมื่อถามว่า มองว่าในส่วนของพยาบาลอาสาเป็นการสร้างหัวคะแนนหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า ไม่ได้อยากเรียกว่าหัวคะแนน แต่เรียกว่าเป็นการสร้างเครือข่ายมากกว่า

Advertisement

ส่วนกรณีที่ น.ส.รัชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยถึงการโยกงบประมาณส่วนใหญ่ลงไปยังพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยนั้น นายชัยชนะกล่าวว่า ตนคงไม่ลงลึกขนาดนั้น แต่เห็นว่าการจัดงบประมาณปีนี้ มีการตัดงบจังหวัดกว่า 20,000 ล้านบาท ก็หวังว่างบที่ถูกตัดไปในส่วนนี้จะนำไปช่วยท้องถิ่น สุดท้ายงบจังหวัดที่ถูกตัดออกไปกลับมาที่ส่วนกลาง คิดว่าการบริหารประเทศ ต้องเกิดการกระจายอำนาจ ดังนั้นงบประมาณที่ถูกตัดส่วนใหญ่จะไปเห็นอยู่ที่โครงการไทยช่วยไทยพลัส จึงคิดว่าการดูแลสวัสดิการให้กับพี่น้องประชาชนกับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานมันต้องควบคู่เดินหน้าไปพร้อมกัน