กมธ.งบรุมซักสตช. บิ๊กต่ายทิ้งทวน แจงยาวปราบรีดส่วย-พ้อคดีฆ่า 2 รัสเซีย ตร.ถูกมองร้าย
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กมธ.ฯ เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณางบประมาณมาตรา 27 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี โดยกรรมาธิการสอบถามถึงงบประมาณในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) KPI ของการดำเนินการ สวัสดิการของตำรวจชั้นผู้น้อย
ช่วงหนึ่งน.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ กรรมาธิการ สอบถามถึงความกังวลต่อการติดตู้แดง ที่จะติดตั้งไว้ตามบ้าน ร้านค้า ชุมชน หรือจุดเสี่ยงเพื่อให้สายตรวจแวะมาลงลายมือชื่อและเวลาตรวจตราพื้นที่ เพื่อป้องกันโจรและอาชญากรรม
ด้านพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ชี้แจงว่า เรามีการปรับปรุงนำตู้แดงไปติดโดยจะมีการวางมาตรฐานป้องกันการเรียกรับเงินจากประชาชน เรามีความกังวลเรื่องนี้มาก และต้องการทำงานด้วยความเป็นตำรวจที่จะบริการประชาชนจากเนื้อใน แต่ไม่ได้ให้ตำรวจบริการประชาชนจากผลประโยชน์ที่จะได้รับ นี่เป็นเป้าประสงค์ที่ตนต้องการ และอะไรที่เป็นเรื่องไม่ดีไม่งาม ตนพร้อมรับไปแก้ไขแต่ขอให้มีข้อมูลส่งมาให้เราว่าตำรวจคนไหนยังมีพฤติกรรมเช่นนี้อยู่
“ผมตั้งปณิธานตัวเองว่าในเมื่อขึ้นมาเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร 1.ต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง 2.จะเห็นได้จากนโยบายที่ผมมอบให้ทั้ง 2 ปีนี้ คนดีทำดีมีรางวัล ทำไม่ดีมีโทษ แม้จะเป็นประโยคสั้น ๆ แต่ผมทำเรื่องนี้มาตลอด ไม่หวั่นวิตกผลกระทบว่าจะเป็นศัตรูกับใคร” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องเบี้ยเลี้ยงตำรวจชั้นผู้น้อยนั้น ตั้งแต่ที่ตนรับตำแหน่ง ผบ.ตร.มาก็ได้มีการสั่งการเรื่องเหล่านี้ ซึ่งตนเหลือเวลาดำรงตำแหน่งอีกเดือนกว่า แต่เป็นหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงที่ยังดำรงอยู่และต่อไปในอนาคตต้องคิดถึงจุดนี้ที่จะทำให้ตำรวจชั้นประทวน รองสารวัตร จนถึงสารวัตรอย่างน้อยมีเบี้ยเลี้ยงในฝันของตน ชั้นประทวน รองสารวัตร 1,200 บาท ส่วนสารวัตร 1,500 บาท ซึ่งสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตนเคยคำนวณแล้ว 1 ปีใช้งบประมาณ 1 พันล้านเศษ ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้บริหารต้องนำไปคิดต่อ เพราะแม้สำหรับพวกเราจะแค่ 1,000 บาท แต่สำหรับครอบครัวเขามีความหมายมาก
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องนายป๋องที่เกิดขึ้น ตนได้ลงไปดูด้วยตัวเอง นายป๋องติดคุกมาก่อน 10 ปีที่แล้วเพิ่งพ้นโทษมา พูดกันตรง ๆ ไม่น่าพ้นโทษมาตั้งแต่ข้อหาที่แล้ว เรื่องพยายามฆ่าและยาเสพติด แต่เมื่อพ้นโทษมาก็เรื่องความเก่า ๆ กับคู่กรณีจนกระทั่งสมัครพรรคพวกแล้วไปก่อเหตุกัน แต่ใครที่ไปตามเรื่องสองพี่น้องรัสเซียก็ตำรวจ แต่แนวทางเรื่องบุคคลสูญหายเรามีข้อจำกัด แต่จะรับข้อห่วงใยของกรรมาธิการไปปรับปรุง โดยเฉพาะเรื่องการแจ้งญาติทราบว่าเราดำเนินการถึงไหน อย่างไร เราทำกันมาตลอด
“เช่นเรื่องสามครอบครัวผู้เสียชีวิตก่อนหน้านี้ ในวันที่ชาวรัสเซียหาย เราก็ทำเหมือนที่เราทำ แต่จุดกำเนิดของเรื่องนี้คือรถจักรยานยนต์เช่า เรามีจุดเล็ก ๆ ที่เราสามารถทำต่อได้และเราเดินต่อ แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ทำให้เป็นข้อจำกัดในการสืบสวน ซึ่งขอไม่นำเรียน แต่เรื่องของเด็กชาวรัสเซียเราสืบจากรถจักรยานต์ที่เช่าไป มีการไล่ตัวตั้งแต่ชลบุรีระยอง จันทบุรี และสระแก้ว หลายคนไม่รู้ว่าเราใช้ความพยายามแค่ไหนในการตามแต่ละช่วง เช่นเดียวกับงบประมาณที่เราได้รับถึงน้อยแต่ก็คือความพยายาม และตัวตนของตำรวจที่ต้องทำให้ได้ เพราะเรารู้ตัวแล้วจนกระทั่งไปตามตัวได้ที่สระแก้ว ด้วยสถานการณ์เวลานั้นและความเจนจัดของผู้ก่อเหตุ เราเป็นและมีการนำตัวมาดำเนินคดี แม้ว่าผู้ก่อเหตุจะมีระเบิด ฉะนั้น จึงขอขอบคุณกรรมาธิการที่มีความห่วงใย การทำงานของตำรวจ” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวต่อว่า วันนั้นหากมีการต่อสู้เราจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าสองชาวรัสเซียอยู่ที่ไหน และผู้เสียชีวิตก่อนหน้านี้อยู่ที่ไหน ตนคิดว่าสิ่งที่ซ่อนเร้นและสิ่งที่เรามองไม่เห็นอาจจะบอกเราก็ได้ เพื่อที่ทำให้เราได้ตัวมา จนกระทั่งผู้ต้องหาสารภาพและตำรวจก็ไปค้นหาร่างผู้เสียชีวิต ขอแสดงความเสียใจต่อญาติด้วย
“ผมรู้สึกสงสารลูกน้องกับกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ กลายเป็นว่าตำรวจไม่ดีเสียอย่างนั้น แต่เขาไม่เห็นความทุ่มเทที่เราทำ มีการบอกว่าตำรวจไปใช้ผู้ต้องหาเป็นนิ้วเป็นสายเราไม่ว่ากัน ผมไม่ว่าใคร ขณะนี้มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาไปออกรายการแล้วบอกว่าตำรวจไปใช้เขา จ้างวานซื้อขายยา ผมจึงบอกว่าไม่ต้องไปตอบโต้ แต่ให้ไปนำข้อมูลมาดูเพื่อจะตรวจสอบข้อเท็จจริง และเราต้องทำตรงไปตรงมาหากตำรวจไม่ผิด ผู้ให้ข้อมูลต้องรับผิดชอบทางกฎหมายเช่นกัน” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว



