หน้าแรก การเมือง พีมูฟ เผย เหต...

พีมูฟ เผย เหตุปะทะหน้ากระทรวงมหาดไทย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย หลังโดน อส.ดูถูกเหยียดยาม

6.08.26 | 22:19 น.

พีมูฟ เผย เหตุปะทะหน้ากระทรวงมหาดไทย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย หลังโดน อส.ดูถูกเหยียดยาม

เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ได้ออกแถลงการณ์ ชี้แจงเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ อส. ระหว่างผลักดันแก้ไขปัญหาในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ขณะชุมนุมที่กระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า


จากเหตุการณ์ปะทะระหว่างการติดตามการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และขบวนคนจนเพื่อสิทธิที่ดินและที่อยู่อาศัย กับเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.) ในช่วงเย็นของวันนี้ สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นประธาน ซึ่งในวันนั้นพีมูฟได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอเปิดเจรจาใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1. กลไกการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ของขบวนคนจนเพื่อสิทธิที่ดินและที่อยู่อาศัย 2. การแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล 3. การแก้ไขปัญหากรณีชุมชนทับยาง ต.ท้ายเมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา 4. การแก้ไขปัญหาชุมชนไทดำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 5. กรณีอื่นๆ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการจัดประชุมโดยมีนัดหมายในวันนี้ (6 สิงหาคม 2569) ตั้งแต่ 09.00 น. ณ กระทรวงมหาดไทย

ในเช้าวันนี้พีมูฟจึงได้เคลื่อนขบวนออกจากสถานที่ปักหลักชุมชนในสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ตั้งแต่ 06.30 น. เพื่อไปสมทบกับขบวนคนจนเพื่อสิทธิที่ดินและที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าเริ่มเกิดความตึงเครียดเมื่อเจ้าหน้าที่ อส. ไม่ให้ประชาชนนั่งใกล้รถยนต์ที่จอดบนถนนสาธารณะ โดยในระหว่างนั้นเราได้ส่งตัวแทนของเราเข้าไปเจรจากับตัวแทนกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคือหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ชัยวัฒน์ ดวงสอดศรี และพบว่าไม่มีอำนาจในการจัดสินใจใดๆ ได้ เราจึงเรียกร้องให้ฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเจรจากับเราด้วยตัวเอง ในระหว่างนี้เราปักหลักชุมนุมอยู่บนทางเท้านอกรั้วกระทรวงมหาดไทย ขณะที่ตัวแทนเจรจาก็ไม่ขอเจรจาใดๆ กับคนที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

จนถึงช่วงบ่ายที่สภาพอากาศคล้ายฝนจะตก เราจึงขยับเข้าไปปักหลักภายในรั้วกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด ซึ่งเราได้รับการประสานงานว่าจะมีการประสานงานรองปลัดกระทรวงมหาดไทยมาพบ จนเวลายืดเยื้อถึง 15.30 น. ก็ยังไม่ได้รับการประสานกลับมา เราจึงประกาศให้พี่น้องลุกขึ้นยืนและเดินเข้าประชุมประตูทางเข้าอาคาร ซึ่งในระหว่างนั้นมีเข้าหน้าที่ อส. ปิดทางอยู่ และมีเจ้าหน้าที่ อส. คนหนึ่งพูดจายั่วยุโดยมีเนื้อความประมาณว่า “เรื่องที่ดินผมก็มีปัญหา แต่ผมก็ใช้เงินเดือนผมในการแก้ปัญหา” ซึ่งถือเป็นการดูถูกเหยียดหยามกลุ่มผู้เดือดร้อน หลังจากนั้นจึงเกิดการปะทะกันจนมีสมาชิกได้รับบาดเจ็บ 3 คน ตามที่ปรากฏในข่าว

Advertisement

เมื่อเราสามารถควบคุมสถานการณ์การปะทะกันได้ จึงได้รับการประสานงานอีกครั้งว่ารองปลัดกระทรวงมหาดไทย ภาสกร บุญญลักษม์ ได้เดินทางมาพบ และได้ร่วมหารือกับทีมในเจรจาภายในสถานที่ปักหลักชุมนุมในเวลาประมาณ 16.40 น. ซึ่งได้มีการขออภัยกันทั้งสองฝ่าย และชี้แจงว่าจะมีการจัดประชุมแก้ไขปัญหาของกระทรวงมหาดไทยตามข้อเรียกร้องของเราอีกครั้งในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พลวีร์ สุวรรณฉวี เป็นประธาน

แม้จะมีบทสรุปในการจัดประชุมนัดต่อไปตามข้อเรียกร้องของเรา และได้มีการขออภัยกันแล้วทั้งสองฝ่าย แต่เราขอตั้งข้อสังเกตต่อเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้ ดังนี้

1. ก่อนการชุมนุมที่กระทรวงมหาดไทย เราได้แจ้งการชุมนุมตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 แต่พบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกระหว่างการเดินขบวน หรือเข้ายับยั้งควบคุมเหตุการณ์การปะทะในกระทรวงมหาดไทยแต่อย่างใด แม้จะอ้างว่าภายในรั้วกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ อส. มีอำนาจพิเศษในการควบคุมสถานการณ์ แต่ก็ขัดต่อพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ที่มอบอำนาจนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่นั้นๆ เป็นผู้อำนวยความสะดวกการชุมนุม จึงากล่าวได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบกพร่องต่อหน้าที่ตามพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว

2. การใช้เจ้าหน้าที่ อส. มาควบคุมสถานการณ์และรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เหตุการณ์ความรุนแรงวันนี้เป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ อส. ไม่ได้ถูกฝึกอบรมมาสำหรับรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งท่าทียั่วยุ วุฒิภาวะ การควบคุมอารมณ์ การไม่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมจนได้รับบาดเจ็บ หากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยับยั้งสถานการณ์กันเองในครั้งนี้ก็จะนำไปสู่การมีจำนวนผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 คนแน่นอน เพราะไม่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ อส. มีการห้ามปรามกันไม่ให้ใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด

เราจึงมีข้อเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ตรวจสอบเหตุการณ์การปะทะภายในกระทรวงมหาดไทยที่ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมบาดเจ็บ ซึ่งแม้ท่านจะได้มอบหมายรองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี มากำกับดูแลการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ และรองฯ ทรงศักดิ์ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยจัดการประชุมแล้ว แต่กลับไม่สามารถดำเนินการประชุมได้และเกิดความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ อส. ซึ่งกำกับดูแลโดยกระทรวงมหาดไทยขึ้น นอกจากทำให้การแก้ไขปัญหาตามกลไกต้องล่าช้า ยังทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อส.

เราขอยืนยันสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของเราที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากล และเห็นว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ละเลยหน้าที่ กับเจ้าหน้าที่ อส. ที่ลุแก่อำนาจ สร้างผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนอย่างมิอาจประเมินค่าได้ หลังจากนี้เราจะใช้ยื่นเรื่องร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล, กลไกคณะกรรมาธิการ รัฐสภา และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ตรวจสอบเหตุการณ์นี้และมีมาตรการคุ้มครองการเคลื่อนไหว ติดตามการแก้ไขปัญหาในกระทรวงมหาดไทยต่อไป เชื่อมั่นและศรัทธาในพลังประชาชน

6 สิงหาคม 2569

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ)