‘วรศิษฎ์’ ลงพื้นที่ภูเก็ต สั่งเร่งเคลียร์ค้างใบอนุญาตโรงแรม 8 ปีให้สำเร็จ

7.08.26 | 13:41 น.

‘วรศิษฎ์’ ลงพื้นที่ภูเก็ต สั่งเร่งเคลียร์ค้างใบอนุญาตโรงแรม 8 ปีให้สำเร็จ พร้อมใช้ ‘ภูเก็ตโมเดล’ เป็นแนวทางแก้ไขกฎหมายล้าหลัง-จัดระเบียบกลุ่มทุนต่างชาติผิดกฎหมายทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจราชการพร้อมมอบนโยบายการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยมีนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการภาคธุรกิจในพื้นที่จ.ภูเก็ต เข้าร่วมประชุม


ในโอกาสนี้ นายวรศิษฎ์ได้มอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย พร้อมรับฟังผลการดำเนินการตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 และพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 จากนั้นรับฟังข้อเสนอจากผู้ประกอบการโรงแรม และผู้ประกอบการสถานบริการในการกำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่จังหวัดภูเก็ต (Zoning) เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและการประกอบธุรกิจภายใต้กรอบกฎหมาย

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณผู้ประกอบการที่มีเจตนาบริสุทธิ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันเร่งรัดแก้ปัญหาใบอนุญาตโรงแรมค้างสะสม ซึ่งพบว่ามีคำขอตกค้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 หรือกว่า 8 ปีราว 400 คำขอ ทั้งนี้ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาคณะทำงานสามารถสะสางและอนุมัติไปแล้วเกือบ 300 คำขอ คงเหลือเพียงประมาณ 100 กว่าคำขอ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกันยายนนี้ โดยมุ่งหวังให้การแก้ไขปัญหาใบอนุญาตโรงแรมของจ.ภูเก็ตเป็น “ภูเก็ตโมเดล” เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประกอบการโรงแรมทั่วประเทศต่อไป เนื่องจากจ.ภูเก็ตถือเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญ สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศปีละหลายแสนล้านบาท

Advertisement

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ประกอบการที่ยังติดขัดข้อกฎหมายและระเบียบต่างๆ กระทรวงมหาดไทยได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อเตรียมเสนอปรับปรุง พ.ร.บ. กฎกระทรวง และระเบียบที่เกี่ยวข้องที่ไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน การปรับปรุงกฎหมายต้องคำนึงถึงความสะดวกของผู้ประกอบการ ความเป็นธรรม ความโปร่งใส ปราศจากการเรียกรับผลประโยชน์ และต้องไม่กระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ส่วนเรื่องการจัดทำโซนนิ่งและผังเมือง จะพิจารณาตามสภาพความเป็นจริงและการเติบโตของเมือง โดยทางภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่หารือเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน ให้ภาคธุรกิจสามารถเติบโตควบคู่ไปกับความสงบเรียบร้อยของชุมชนได้อย่างยั่งยืนด้วย

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติทุกคนที่เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะไม่ยอมปล่อยผ่านกลุ่มต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย แย่งอาชีพคนไทย ทำตัวเป็นกลุ่มอิทธิพล นอมินี หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งตนจะได้สั่งการเน้นย้ำให้ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจัดระเบียบและปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างจริงจังและเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด หรือการเปิดสถานบริการผิดกฎหมาย และไม่ให้ผู้ประกอบการที่ทำผิดกฎหมายหรือผู้ที่มีอิทธิพลเข้ามาข่มขู่คนในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงาน เหมือนดังกรณีตัวอย่างการข่มขู่ทำร้ายผู้ประกอบการไทยในจ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ยินยอมให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแน่นอน ทุกฝ่ายต้องเคารพกฎหมายไทยอย่างเท่าเทียมกัน และในวันที่ 8 ส.ค.ตนจะได้ลงไปติดตามความคืบหน้าในจ.สุราษฎร์ธานีด้วยตนเอง

นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า หากผู้ประกอบการโรงแรมรายใดที่ยื่นขอใบอนุญาตอย่างถูกต้องและยังพบปัญหาติดขัด มีความไม่ชอบมาพากล หรือถูกเรียกรับผลประโยชน์ สามารถแจ้งเรื่องส่งตรงถึงตนเองได้ทันที เพื่อที่จะเข้าไปกำกับดูแลและแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา และขอกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนราชการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและเต็มกำลังความสามารถ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงมหาดไทยให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยตนพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกการดำเนินการใดๆ ก็ตามทั้งของเจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชนที่อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อให้การทำงานในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน