หน้าแรก การเมือง ‘อนุสรณ์‘ แจง...

‘อนุสรณ์‘ แจงเหตุตะโกนเรียกร้องสันติภาพ ต้อนรับผู้นำพม่า ต้องการยื่นหนังสือ แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย 

7.08.26 | 15:24 น.
อนุสรณ์

‘อนุสรณ์‘ แจงเหตุตะโกนเรียกร้องสันติภาพ ‘มิน ออง ไลง์‘ เหตุ ต้องการยื่นหนังสือถึงมือ แสดงจุดยืนรัฐสภาไทยไม่เห็นด้วย เหน็บ เราปูพรมแดงให้เผด็จการมือเปื้อนเลือด เผย เตรียมขอเข้าพบ ‘โสภณ’ ปรึกษาเยี่ยม ‘ซูจี’ ต่อ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน แถลงกรณีการยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลเมียนมาเพื่อสร้างสันติภาพประชาธิปไตยในเมียนมา และการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากปัญหาข้ามพรมแดน ว่า เมื่อช่วงเช้าตนและทีมงานได้ดำเนินการเพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้องถึงพล.อ.อาวุโสมิน ออง ไลง์ ผู้นำทางการเมืองและการทหารแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล เพื่อแสดงให้เห็นว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาล หรือรัฐสภาจะให้การต้อนรับเผด็จการ ซึ่งเป็นอาชญากรสงครามในสถานที่ของประชาชน


อนุสรณ์

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เราสามารถเจรจาสื่อสารกับผู้นำรัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมาได้ แต่เราไม่จำเป็นจะต้องต้อนรับในลักษณะปูพรมแดงเช่นนี้ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนมีความตั้งใจและพยายามยื่นข้อเสนอต่อพล.อ.อาวุโสมิน ออง ไลง์ ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานาธิบดีของเมียนมา จากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการเลือกตั้งแบบจัดฉาก เป็นการเลือกตั้งกำมะลอ โดยตนพยายามยื่นหนังสือข้อเสนอซึ่งจะเป็นประโยชน์ร่วมกันของประเทศไทยและประเทศเมียนมา แต่ก็ไม่สามารถยื่นหนังสือได้โดยในหนังสือ

อนุสรณ์

Advertisement

นายอนุสรณ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อเรียกร้องของตน ได้แก่ 1.ขอให้ยึดถือสันติธรรมประชาธิปไตย โดยยึดถือแนวทางตามสนธิสัญญาปางหลวง 2.ให้รัฐบาลเมียนมาแก้ไขผลกระทบจากปัญหาผลกระทบข้ามพรมแดนที่กระทบต่อคนไทยและประเทศไทย ซึ่งตนมีความตั้งใจเท่านั้น แต่ไม่สามารถยื่นหนังสือได้ ทั้งที่ควรจะเป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ นอกจากนี้ ตนยังขอเรียกร้องให้ดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน และฟื้นฟูสันติภาพกับประชาธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรม

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ตนจึงตัดสินใจใช้วิธีตะโกนคำขวัญ ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืนว่า รัฐสภาไทยยึดมั่นในจุดยืนเพื่อสันติภาพ เพื่อประชาธิปไตย มนุษยธรรม มนุษยชาติเพื่อความเป็นธรรม นั่นคือเจตนาที่ต้องการประกาศให้ชาวโลก เพราะว่ารัฐสภาไทย สส. เรายืนยันในจุดยืนนี้ และตนเองถูกกันจากวิธีการของวุฒิสภา และรู้สึกเศร้าใจกับรัฐบาลและวุฒิสภา เพราะถือว่าสภาผู้แทนไม่ได้มีส่วนรับรู้ด้วย

“เราปูพรมแดงให้กับเผด็จการมือเปื้อนเลือด และสร้างปัญหามากมายให้กับประชาชนชาวไทย หากพวกเราทั้งหลายมีความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์ เราย่อมไม่สามารถวางเฉยต่อสภาวะดังกล่าวได้ และจำเป็นต้องแสดงจุดยืนให้เห็นว่าประเทศไทยอยู่ข้างสันติภาพ ไม่เอาสงคราม ไม่เอาความขัดแย้งรุนแรง ไม่เอาการทำลายล้างกัน ไม่ต้องการให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การทิ้งระเบิดตามแนวชายแดน แสดงจุดยืนให้เห็นว่าเรายืนยันมนุษยธรรม และความเป็นประชาธิปไตย ภาพการต้อนรับ มิน ออง ไลง์ หัวหน้าคณะรัฐประหารที่ทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภาวันนี้อย่างสมเกียรติ นับเป็นจุดตกต่ำมากที่สุดของยุทธศาสตร์การทูตของไทยบนเวทีโลก การเปิดประเทศต้อนรับผู้นำที่คนทั่วโลกประณาม ออกหมายจับจากศาลอาญาระหว่างประเทศ การเดินหน้าสานสัมพันธ์กับรัฐบาลเผด็จการทหารอย่างแนบแน่น ทั้งที่ประชาชนชาวไทย และอาเซียน ผู้รักสันติภาพ และประชาธิปไตย ไม่ได้เห็นดีงามด้วย เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมาก สำหรับสถานะของประเทศไทยในเวทีโลก“ นายอนุสรณ์ กล่าว

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งภายในเมียนมานั้น ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า แม้รัฐบาลทหารระบุว่ากำลังเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ แต่ยังมีการสู้รบและโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่ชายแดน ซึ่งไทยไม่ควรติดต่อเฉพาะรัฐบาลทหาร แต่ควรเปิดช่องทางกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างโอกาสในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

เมื่อถามถึง เหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภานำตัวออกจากพื้นที่หลังตะโกนนั้น นายอนุสรณ์ กล่าวว่า เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาความเรียบร้อยระหว่างพิธีการ และตนพร้อมจะเดินออกจากพื้นที่เอง แต่ยืนยันว่าเจตนาของการแสดงออกครั้งนี้คือต้องการให้สังคมและประชาคมระหว่างประเทศเห็นว่า ยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการมอบความชอบธรรมให้รัฐบาลทหารเมียนมา

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า โดยขั้นตอนต่อไปจะตั้งกระทู้ถามรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางแก้ไขปัญหาชายแดนและปัญหาข้ามพรมแดน ตลอดจนบทบาทของไทยในการส่งเสริมสันติภาพและประชาธิปไตยในเมียนมา

ส่วนกรณีนายมิน ออง ไลง์ ระบุกับนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ว่าไม่ได้ติดใจกับเหตุการณ์ตะโกนนั้น นายอนุสรณ์ กล่าวว่า หากมีเจตนาเช่นนั้นก็ยินดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมายังคงต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ตนจะหาโอกาสเข้าพบนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เพื่อหารือว่าคณะ สส.จะสามารถมีบทบาทผ่านกลไกรัฐสภาในการส่งเสริมสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตยในเมียนมาได้อย่างไร รวมถึงแนวทางเยี่ยมเยียนนักโทษการเมือง เพื่อติดตามสภาพความเป็นอยู่และการปฏิบัติต่อผู้ถูกคุมขัง ซึ่งรวมถึงการหารือถึงความเป็นไปได้ในการเยี่ยมนางอองซาน ซูจี ต่อไป