ยศชนัน นำทีมถก 5 กระทรวง เคาะมาตรการดูแลความปลอดภัยน.ร.-ครู เร่งยกระดับเซฟโซนโรงเรียน คัดกรองอาวุธ-ดูแลสุขภาพจิต เปิดทางเด็กเทพศิรินทร์ ขอย้ายได้ หวังเพิ่มความเชื่อมั่นปชช.
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางและมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) และผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

โดยศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลต้องการย้ำกับประชาชนทุกคนว่า โรงเรียนในประเทศไทยจะต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย และเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อดูแลความปลอดภัยนักเรียน ครูในมิติต่างๆ ทั้งนี้ที่ประชุม เห็นชอบแผนดำเนินการใน 2 ส่วน
คือ 1. แผนเปิดโรงเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองครูและประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจิต สามารถขอความช่วยเหลือได้ โดยทางกรมสุขภาพจิต จะมีสายด่วน สุขภาพจิต 1323 ขณะเดียวกันจะมีการ จัดนักจิตวิทยาประจำพื้นที่ 2. ส่งทีมอาสาสมัครสุขภาพจิตลงประจำที่โรงเรียนเพื่อดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกนักเรียน ครูและผู้ปกครอง ในโรงเรียนที่เกิดเหตุ ในส่วนนี้ทางศธ. จะเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ 3.ปิดห้องเรียนที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสภาพจิตใจ 4.จัดพื้นที่ให้ผู้ปกครองสามารถสังเกตการณ์ได้ โดยเป็นมาตรการที่จะใช้ในทุกโรงเรียน แต่อาจต้องให้มีการลงทะเบียน เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัย
5.เปิดโอกาสให้ครู และนักเรียนที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ สามารถขอย้ายโรงเรียนได้ และ 6. คัดกรองสิ่งผิดกฎหมายและความปลอดภัยในทุกโรงเรียนซึ่งตรงนี้จะเป็นมาตรการสำคัญ เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก โดยจะเป็นมาตการชั่วคราว ที่จะออกมาก่อน เพื่อให้ทุกคนอุ่นใจว่าลูกหลานของท่านจะปลอดภัยในโรงเรียนของประเทศไทย

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบ มาตรฐานความปลอดภัยแห่งชาติ ภายใน 90 วัน ดังนี้ 1. คัดกรองสุขภาพจิตของนักเรียนและครู เป็นประจำ 2.ส่งต่อนักเรียนกลุ่มเสี่ยงให้ถึงมือผู้เชี่ยวชาญ 3.Train to Trainer สำหรับครูแนะแนว อาจารย์ที่ปรึกษาสามารถคัดกรองสุขภาพจิตนักเรียน และปฐมพยาบาลทางจิตใจเบื้องต้นได้ โดยอาจจะมีการจัดทำหลักสูตร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเข้ามาบูรณาการการทำงานร่วมกัน
4.ช่องทางแจ้งเหตุผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ โดยมีแพลตฟอร์มต่างๆเช่น Traffy Fondue ซึ่งทางศธ. ได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว คาดว่าอีก1-2 เดือน จะสามารถใช้ได้อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นเซฟโซนให้ทุกคนสามารถ พูดถึงสิ่งที่ตัวเองเดือดร้อน พูดในสิ่งตัวเองลำบากใจและไม่สามารถพูดที่ไหนได้
5. ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุในทุกมิติ รวมถึงตรวจสอบจุดเสี่ยง 6.Zero tolerance ต้องไม่เพิกเฉยต่อการกลั่นแกล้ง 7.คัดกรองบุคคล และสิ่งผิดกฎหมายก่อนเข้าโรงเรียน และ8.ส่งเสริมคุณธรรม และความผูกพันระหว่างครูนักเรียน โดยจากนี้ ศธ. จะจัดทำประกาศเพื่อความชัดเจนอย่างเป็นทางการต่อไป
“ในฐานะรัฐบาลไทยจะแก้ปัญหา เรื่องนี้ให้ดีที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกคน ว่า เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นอีก แต่เฉพาะพวกเรา คงไม่สามารถทำเรื่องนี้ให้เกิดได้ ดังนั้นขอความร่วมมือผู้ปกครองและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันดูแลบุตรหลาน โดยเฉพาะเรื่องจิตใจ การเข้าพูดคุยกับจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องที่อยากให้ผู้ปกครองและครูทุกคนช่วยกันดูแลและสังเกต เพื่อคัดกรองและให้คำปรึกษา กับนักเรียนได้ทันท่วงที ซึ่งโรงเรียนในประเทศไทย มีหลายสังกัด ดังนั้นจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อเป็นแนวทางดำเนินการต่อไป“ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวว่า ในนามของศธ.ขอแสดงความห่วงใยและเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้ทุกฝ่ายผ่านพ้นเหตุการณ์ที่ยากลำบากครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยตนจะหารือกับโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อจัดทำรายละเอียด ยกระดับแผนการดูแลความปลอดภัยในโรงเรียน

โดยเฉพาะมาการคัดกรองอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นปืน มีด หรืออุปกรณ์อื่นที่สามารถทำร้ายร่างกายได้ ก่อนประกาศเพื่อให้โรงเรียนดำเนินการตรวจสอบโดยเฉพาะนักเรียนกลุ่มเสี่ยง อย่างเป็นทางการต่อไป สำหรับโรงเรียนเทพศิรินทร นนทบุรี ได้แจ้งหยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 10-14 สิงหาคม และจะเปิดเรียนอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 สิงหาคม ซึ่งก็ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสภาพจิตใจครูและนักเรียนตามแนวทางที่กำหนดต่อไป



