หน้าแรก การเมือง อ.เชน-ศธ.ถกล้...

อ.เชน-ศธ.ถกล้อมคอกกราดยิง ดันแผน รร.ปลอดภัย เดินหน้า 90 วัน-ห้ามบูลลี่ ‘อนุทิน’ จัดระเบียบปืนเข้ม

9.08.26 | 06:00 น.

อ.เชน-ศธ.ถกล้อมคอกกราดยิง ดันแผน รร.ปลอดภัย เดินหน้า 90 วัน-ห้ามบูลลี่ ‘อนุทิน’ จัดระเบียบปืนเข้ม

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่อิมแพคฯ เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ถึงกรณี เหตุเด็กชายชั้น ม.3 ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย และบาดเจ็บจำนวนมากว่า จากเหตุการณ์นี้เราคงต้องเน้นในเรื่องของอาวุธปืน ได้คุยกับ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แล้วว่าจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย แม้กระทั่งการออกกฏหมายในเรื่องของการควบคุมอาวุธปืนต้องให้เข้มข้นมากกว่านี้ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังย้ำเหมือนเดิมโดยให้เน้นเรื่องการตั้งด่านตรวจตรา หรือถ้าเราไปพบว่ามีการพกอาวุธปืนเข้าไปในที่สาธารณะที่ใดก็ตาม พกอยู่ในรถหรือออกนอกเคหสถานโดยไม่มีภารกิจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับทางราชการก็ถือว่าผิดกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดีข้อหาที่อุกฉกรรจ์ได้เลย


ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางและมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายยศชนัน กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลต้องการย้ำกับประชาชนทุกคนว่า โรงเรียนในประเทศไทยจะต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย และเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อดูแลความปลอดภัยนักเรียน ครูในมิติต่างๆ

นายยศชนัน ทั้งนี้ที่ประชุม เห็นชอบแผนดำเนินการใน 2 ส่วน คือ 1. แผนเปิดโรงเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองครูและประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจิต สามารถขอความช่วยเหลือได้ โดยทางกรมสุขภาพจิต จะมีสายด่วน สุขภาพจิต 1323 ขณะเดียวกันจะมีการ จัดนักจิตวิทยาประจำพื้นที่ 2. ส่งทีมอาสาสมัครสุขภาพจิตลงประจำที่โรงเรียนเพื่อดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกนักเรียน ครูและผู้ปกครอง ในโรงเรียนที่เกิดเหตุ 3.ปิดห้องเรียนที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสภาพจิตใจ 4.จัดพื้นที่ให้ผู้ปกครองสามารถสังเกตการณ์ได้ โดยเป็นมาตรการที่จะใช้ในทุกโรงเรียน แต่อาจต้องให้มีการลงทะเบียน เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัย 5.เปิดโอกาสให้ครู และนักเรียนที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ สามารถขอย้ายโรงเรียนได้ และ6. คัดกรองสิ่งผิดกฎหมายและความปลอดภัยในทุกโรงเรียนซึ่งตรงนี้จะเป็นมาตรการสำคัญ เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก โดยจะเป็นมาตการชั่วคราว ที่จะออกมาก่อน เพื่อให้ทุกคนอุ่นใจว่าลูกหลานของท่านจะปลอดภัยในโรงเรียนของประเทศไทย

Advertisement

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบ มาตรฐานความปลอดภัยแห่งชาติภายใน 90 วัน ดังนี้ 1. คัดกรองสุขภาพจิตของนักเรียนและครู เป็นประจำ 2.ส่งต่อนักเรียนกลุ่มเสี่ยงให้ถึงมือผู้เชี่ยวชาญ 3.Train to Trainer สำหรับครูแนะแนว อาจารย์ที่ปรึกษาสามารถคัดกรองสุขภาพจิตนักเรียน และปฐมพยาบาลทางจิตใจเบื้องต้นได้ โดยอาจจะมีการจัดทำหลักสูตร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเข้ามาบูรณาการการทำงานร่วมกัน 4.ช่องทางแจ้งเหตุผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ โดยมีแพลตฟอร์มต่างๆเช่น Traffy Fondue ซึ่งทางศธ. ได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว คาดว่าอีก1-2 เดือน จะสามารถใช้ได้อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นเซฟโซนให้ทุกคนสามารถ พูดถึงสิ่งที่ตัวเองเดือดร้อน พูดในสิ่งตัวเองลำบากใจและไม่สามารถพูดที่ไหนได้ 5. ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุในทุกมิติ รวมถึงตรวจสอบจุดเสี่ยง 6.Zero tolerance ต้องไม่เพิกเฉยต่อการกลั่นแกล้ง 7.คัดกรองบุคคล และสิ่งผิดกฎหมายก่อนเข้าโรงเรียน และ8.ส่งเสริมคุณธรรม และความผูกพันระหว่างครูนักเรียน โดยจากนี้ ศธ. จะจัดทำประกาศเพื่อความชัดเจนอย่างเป็นทางการต่อไป