หน้าแรก การเมือง พยานคดีฮั้วส....

พยานคดีฮั้วส.ว. แฉพฤติการณ์จ้างลงสมัคร นัดจ่ายเงินร้านอาหารกว่า 8 หมื่นบาท 

9.08.26 | 13:25 น.

‘พยานคดีฮั้วส.ว.’ แฉขบวนการจ้างลงสมัคร-กาโพยโรงแรมดัง ‘มนตรี’ จี้ 3 สว.เมืองคอนเปิดปากร่วมขบวนการโกง รับเงินนักการเมืองโยงเครือข่ายอดีตเลขานุการส่วนตัว ‘พิพัฒน์’ เหน็บ สว.สีน้ำเงินอย่าทำตัวเป็นขี้หมา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จัดกิจกรรมเจาะลึกหลักฐาน คดีโกง ส.ว. ภาค 4 ใบสั่ง เส้นเงิน สายสัมพันธ์ โดยมี น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และ น.ส.บุณยนุช มัทธุจักร ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น


นอกจากนี้ ยังมีพยานบุคคลมาร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ หรือ ทนายกฤต อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 2 จ.เพชรบุรี นายปัญญา ท่าพิสัย อดีตผู้สมัคร สว. จ.หนองบัวลำภู และ นายมนตรี เฉียบแหลม อดีตผู้สมัคร สว.นครศรีธรรมราช

โดย พล.ต.ต.บัญญัติ กล่าวว่า การรับสมัคร สว.ในพื้นที่พบว่ามีบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามคือ เป็นสามี ภรรยา ลงสมัครในคราวเดียวกัน ซึ่งตนได้ทำทำหนังสือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าพบผู้สมัครที่มีลักษณะต้องห้าม 4 คู่ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2567 แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับแจ้งความคืบหน้าจาก กกต. ตนจึงแจ้งตำรวจ และฟ้องศาลเพชรบุรี ประเด็นผู้สมัครที่มีลักษณะต้องห้าม แต่ศาลไม่รับคำฟ้อง เพราะมองว่าตนไม่ใช่ผู้เสียหาย เนื่องจากต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าคนที่ลงสมัครนั้น ทำให้ตนเสียหายอย่างไร

Advertisement

พล.ต.ต.บัญญัติ กล่าวต่อว่า จากนั้นตนได้ทำเรื่องที่ร้องทั้งหมดยื่นต่อ กกต. โดย กกต.ทำหนังสือตอบกลับมายังตนว่า กกต. เคยมีคำวินิจฉัยว่าผู้ที่สมัครมีลักษณะต้องห้ามเป็นสามี ภรรยา จะผิดเฉพาะคนสมัครทีหลังเพราะกฎหมายเขียนห้ามสมัครในคราวเดียวกัน ซึ่ง กกต.อ้างอิงว่าเป็นไปตามคำสั่งของศาลฏีกา ทั้งนี้ ตนได้ค้นคำสั่งดังกล่าวพบว่าเป็นกรณีที่ผู้สมัครหญิง ซึ่งมีสามีเป็นเลขานุการ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ราชบุรี ฟ้องต่อศาลกรณีที่ กกต.ราชบุรี เพิกถอนสิทธิ์เพราะมีลักษณะต้องห้าม ซึ่งศาลระบุว่า กกต.วินิจฉัยชอบแล้ว ทั้งนี้ ตนมีหนังสือแย้งคำวินิจฉัยของ กกต. ว่าเป็นคนละเรื่อง แต่กกต. ทำหนังสือตอบกลับว่า คำวินิจฉัยของ กกต. ไม่ใช่คำสั่งทางปกครอง จึงถือว่าสิ้นสุด ไม่สามารถอุทธรณ์ได้

ด้าน นายปัญญา กล่าวว่า ตนอยู่ในขบวนการจัดหาคนไปลงสมัคร โดยมี นายคำ (นามสมมุติ) หัวหน้ากลุ่มเกษตรกรในพื้นที่บอกให้ตนช่วยหาคนลงสมัคร โดยจะให้เงินหัวละ 5,000 บาท แต่ต่อมาพบว่ามีคนที่อยู่เบื้องหลัง นายคำ คือ นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 8 จ.หนองบัวลำภู ที่เป็นเส้นเงินให้ ทั้งนี้ ตนหาคนลงสมัครซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันประมาณ 20 คนไปสมัครส.ว. แต่ภายหลังพบคนอยู่เบื้องหลังที่อยู่สูงกว่านั้น ตนจึงไม่ได้ไปต่อ

“มีเพื่อนเล่าให้ผมฟังว่ามีการจ่ายเงินกันที่ร้านอาหารครัวตะเกียบ ตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาลหนองบัวลำภู 8 หมื่นบาท เพื่อนจ่ายให้ผู้สมัครเป็นค่าดำเนินการคนละ 2 พันบาท ต่อมานายคำ ไปรับเงินที่ ยูดิทาวน์ จ.อุดรธานี จำนวน 1.7 ล้านบาท โดยในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู พบการแบ่งสายเป็น 4 สาย จึงอยากเรียกร้องให้ นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ออกมาชี้แจงว่าได้ให้ คนพวกนี้ทำงานให้เป็นกระบวนการหรือไม่ รวมถึงอยากให้นายวุฒิชาติชี้แจงในรายละเอียดเส้นเงินต่างๆ ด้วย และในบางรายการพบว่ามีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร บางรายการจ่ายเป็นเงินสด” นายปัญญา กล่าว

ขณะที่ นายมนตรี เฉียบแหลม อดีตผู้สมัคร สว.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขอเชิญผู้ที่ลงสมัคร สว. ทุกท่านแล้วโดนชะตากรรมเดียวกับตน ท่านไม่ต้องกลัว เราโดนกระทำ เราไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่สุจริตเที่ยงธรรม เชื่อว่ามีหลายคนที่โดนตั้งแต่ระดับอำเภอระดับจังหวัด และรอบประเทศ ขอเชิญชวนว่าไม่ต้องกลัวอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น เราออกมาต่อสู้เรื่องของความจริง เราเอาความจริงมาพูด หากความจริงพูดแล้วอันตราย สังคมก็อยู่บนพื้นฐานของการหลอกลวง จะอยู่กันไปทำไม จึงอยากเชิญชวนทุกคนออกมาเป็นพยาน เอาหลักฐานมาการให้คนทั้งประเทศที่ไม่ได้รับรู้กระบวนการการเลือกสว.ที่ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

นายมนตรี กล่าวต่อว่า มี สว.นครศรีธรรมราช 5 คน แบ่งเป็น สว.สีน้ำเงิน 3 คน สว.อิสระ 2 คน คือนายอภินันท์ เผือกผ่อง สว. และ พล.ต.ท.วันไชย เอกพรพิชญ์ สว. ที่เป็นกลุ่มอิสระไม่เข้ากลุ่มฮั้ว อย่างไรก็ตาม ผู้สมัคร สว. จากนครศรีธรรมราชทั้ง 29 คน รู้ล่วงหน้าว่าใครจะได้เป็น สว. ทั้งนี้ มีการวางแผนให้บุคคลลงสมัครในกลุ่มต่างๆ แม้ว่าบางคนจะลงสมัครที่ไม่ตรงกับความเชี่ยวชาญของตัวเองเช่น มีผู้สมัครที่เป็นวิศวกร ลงสมัครกลุ่มชาวสวน ชาวนา หรือกลุ่มอื่นๆ ที่พบว่ามี นายณัฐกิตติ์ หนูรอด สว. ลงสมัคร

นายมนตรี กล่าวต่อว่า ในการเตรียมฮั้วพบรายละเอียดการจ่ายเงินแบบโอนและจ่ายเงินสด ส่วนของ จ.นครศรีธรรมราช มีเส้นเงินสด ที่เชื่อว่าทำผ่าน น.ส.วาริน ชิณวงศ์ นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งช่วงที่มีการเลือก สว. ดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการส่วนตัวของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เมื่อครั้งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับแรงงาน ซึ่งการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว. ตั้งแต่ระดับอำเภอ หาคนมาสมัคร ระดับจังหวัด และปรากฎตัวในห้องที่มีการรับเงิน ซึ่งตนขอเรียกร้องให้นายณัฐกิตติ์ นายเตชสิทธิ์ ชูแก้ว สว. และนายสมศักดิ์ หนูแก้ว สว. ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่าที่โรงแรมอัศวินได้อยู่ในห้อง 706 พร้อมกับตนและผู้สมัคร สว.จากนครศรีธรรมราชหรือไม่ ซึ่งตนเปิดประเด็นไป 1 เดือน แต่ไม่มีใครชี้แจง ซึ่งหากเลือกจะเงียบ ตนจะถือว่าเป็นข้อเท็จจริง

“ผมขอให้ สว.ทั้ง 3 คนออกมาชี้แจง โดยเฉพาะ สว.ณัฐกิตติ์ว่าท่านได้นั่งรถไปกับผมเพื่อเดินทางไปที่โรงแรมธาราแกรนด์หรือไม่ วันนั้นผมยืมรถของญาติขับพาไปยังโรงแรมเพื่อพบนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หรือโกเกียรติ บิดาของ นายวศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมกาโพย กาตัวเลขหรือไม่ ขอวิงวอน นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. จากจังหวัดกระบี่ที่จบด้านคณิตศาสตร์ ประกอบธุรกิจห้องเช่า แต่กลับไปลงสมัครกลุ่มท่องเที่ยว ท่านไม่ได้อยู่ในโพย เพราะมี 5 อันดับ แต่ท่านได้อันดับ 7 ดังนั้น สิ่งใดที่ไม่รู้อย่ามาพูดโดยข้อมูล กกต.ทั้ง 7 คนก็อย่าทำให้สายสะพายและชื่อเสียง เกียรติยศของท่านเสื่อมเพียงเพื่อตอบสนอง อำนาจของคนแค่บางคน รวมถึงฝากถึงสว.สีน้ำเงินทุกคนอย่าทำตัวเป็นขี้หมา รู้ว่าตัวเองไร้ค่า แต่ไม่มีใครกล้าเหยียบ แต่ผมเป็นเด็กวัดพร้อมถอดรองเท้าเหยียบขี้หมา” นายมนตรี กล่าว