รัฐบาล ติดตามผู้ได้รับผลกระทบเหตุกราดยิงใน ร.ร. เผยกลับบ้านแล้ว 13 ราย รักษาตัว 14 ราย
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความรุนแรงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จ.นนทบุรี ว่า ข้อมูลถึงวันเดียวกันนี้ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 36 ราย เสียชีวิต 9 รายไม่มีรายงานเพิ่มเติม ผู้บาดเจ็บ 27 ราย กลับบ้านแล้ว 13 ราย พักรักษาตัวใน รพ.14 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยระดับวิกฤต 5 ราย ระดับปานกลาง 5 ราย และระดับเล็กน้อย 4 ราย ได้รับการผ่าตัดแล้ว 8 ราย และไม่มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างการส่งต่อ เนื่องจากทุกรายได้รับการรักษาในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพเหมาะสมกับอาการแล้ว
ผู้ป่วยที่รักษาตัว 14 ราย ในโรงพยาบาล 8 แห่ง ได้แก่ รพ.พยาบาลพระนั่งเกล้า 3 ราย รพ.พระมงกุฎเกล้า 3 ราย รพ.ศิริราช 2 ราย รพ.จุฬาลงกรณ์ 1 ราย รพ.เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2 ราย รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ 1 ราย รพ.ธนบุรี 2 จำนวน 1 ราย และ รพ.บางกรวย 1 ราย โดยวันนี้มีแผนให้ผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มเติมอีก 2 ราย หลังอาการดีขึ้นและแพทย์ประเมินว่าสามารถดูแลต่อที่บ้านได้
กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดระบบบัญชาการเหตุการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อติดตามอาการและประสานการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าผู้บาดเจ็บทุกรายจะได้รับการดูแลตามมาตรฐานอย่างเต็มที่ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่ายและสิทธิการรักษา
นอกจากนั้นยังจัดทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) ลงพื้นที่ดูแลนักเรียน ครู บุคลากร ครอบครัวผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อประเมินและติดตามผลกระทบด้านสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ 1 เดือน และ 3 เดือน
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอให้มั่นใจว่าผู้บาดเจ็บทุกรายจะได้รับการดูแลอย่างเต็มความสามารถ และการเยียวยาจะไม่จบเพียงการรักษาบาดแผลทางกาย แต่จะดูแลด้านจิตใจของนักเรียน ครู ครอบครัว และผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง และจะติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบเป็นระยะ พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนและประชาชนหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพความรุนแรง ภาพผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อไม่สร้างความสะเทือนใจซ้ำ และขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นหลัก

