‘วัชรพงศ์’ เผย ‘กมธ.ตำรวจ’ เตรียมถก ‘สตช.-มหาดไทย’ รื้อพ.ร.บ.อาวุธปืน หลังเกิดเหตุกราดยิง-ชักปืนขู่ในโรงเรียน สั่งห้ามพกนอกเคหะสถานเด็ดขาด-เจ้าของปืนต้องร่วมรับโทษด้วย
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ส.ส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาอาวุธปืนว่า จากโศกนาฏกรรมเยาวชนชายอายุ 14 ปี ก่อเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์เด็กมัธยมชักปืนขู่ ทำร้าย เตะ-ต่อย เพื่อนในโรงเรียนดังย่านถนนสามเสน สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้นตอของปัญหาที่เกิดหนึ่งในนั้น คือพ่ายแพ้วัฒนธรรมการพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะจนนำมาสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่
นายวัชรพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนจึงได้ขานรับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยกมธ.ตำรวจฯ เตรียมหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงมหาดไทยเพื่อรื้อใหญ่และสังคายนาพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ ทั้งระบบให้มีบทลงโทษที่รุนแรงและรัดกุมมากยิ่งขึ้น
นายวัชรพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการคุมเข้มครั้งใหญ่นี้ จะมุ่งเน้นไปที่การยุติปัญหาการพกปืนตั้งแต่ต้น โดยจะสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนทั่วไปหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ได้อยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่พกพาอาวุธปืนออกนอกเคหะสถานโดยเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืนพกปืนโดยไม่มีอำนาจจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาที่รุนแรงและมีโทษขั้นอุกฉกรรจ์
นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กฎหมายใหม่จะกำหนดเงื่อนไขผูกมัดให้เจ้าของปืนต้องร่วมรับผิดชอบทางคดีอาญาทันที ในฐานะผู้ต้องหาร่วม หากอาวุธปืนที่มีทะเบียนของตนถูกขโมยหรือถูกบุคคลอื่นนำไปก่อเหตุยิงผู้อื่น เว้นแต่จะมีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันว่าปืนสูญหายไว้ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุเท่านั้น
นายวัชรพงศ์ กล่าวด้วยว่า ความสำคัญของการเก็บรักษาอาวุธปืนนั้น ผู้ที่มีสิทธิครอบครองปืนทุกคนจะต้องเก็บรักษาปืนอย่างมิดชิดที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหรือเยาวชนเข้าถึงอาวุธได้โดยง่าย ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้ครูสามารถพกพาอาวุธปืนเพื่อป้องกันตัวในสถานศึกษานั้น ขอยืนยันตามแนวทางของนายกรัฐมนตรีที่ได้ปัดตกข้อเสนอนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากครูไม่ใช่เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการใช้อาวุธ ซึ่งการแก้ปัญหาที่ถูกต้องคือการบังคับใช้กฎหมายปืนฉบับใหม่ที่เด็ดขาดเพื่อกวาดล้างคนพกปืนนอกบ้านมากกว่าการเพิ่มจำนวนอาวุธปืนเข้าไปในโรงเรียน



