หน้าแรก การเมือง เปิดเส้นเงินใ...

เปิดเส้นเงินใหม่! ‘ไอติม’ พบ ส.อบจ.โอน 8.6 แสนเข้า จนท.กกต. 13 ครั้ง ช่วงเลือก ส.ว. จี้ตอบเงินค่าอะไร

10.08.26 | 05:45 น.

‘ไอติม’แฉเส้นเงินใหม่ โอน 8 แสนให้จนท.กกต. ชี้’หลักฐาน’โยงขบวนการ ขีดเส้น’7เสือ’แจงภายใน 2 วัน ปชน.จ่อซักฟอก 3 ปมใหญ่

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) จัดกิจกรรมเจาะลึกหลักฐานคดีฮั้วส.ว. ครั้งที่ 4 โดยมีน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และ น.ส.บุณยนุช มัทธุจักร ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น นอกจากนี้ ยังมีพยานบุคคลมาร่วมให้ข้อมูลด้วย


นายพริษฐ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินในกระบวนการโกง ส.ว. 4 พื้นที่ ได้แก่ 1. จังหวัดนครพนม พบว่ามีการโอนเงินช่วงวันที่ 21 มิถุนายน 2567 จากบุคคลหนึ่งจำนวน 31,000 บาท ไปให้กับบริษัทแห่งหนึ่งเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินให้ 2.จังหวัดลำพูน พบว่ามีการโอนเงิน จากเจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องถิ่น ไปยังผู้สมัคร ส.ว. 7 คน รวม 21,000 บาท มีบางคนบอกว่าเป็นค่าหมูกะทะ เป็นต้น 3.จังหวัดสงขลา พบว่าบุคคลหนึ่งโอนเงินให้ 2 ผู้สมัคร ส.ว. รวม 1.5 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นการกู้ยืมเงิน และจำนวน 60,000 บาทให้ผู้สมัคร สว. โดยอ้างว่าบริจาคให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ 4.จังหวัดอำนาจเจริญ พบการโอนเงินจากส.อบจ. กลุ่มหนึ่ง ไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวน ฝ่ายสืบสวนและวินิจฉัย กกต. วงเงิน 860,000 บาท จำนวน 13 ครั้งช่วงเมษายนถึงกรกฎาคม 2567 คาบเกี่ยวกับการเลือก ส.ว. ขอสอบถามไปยัง กกต.ว่าได้สอบสวนหรือไม่ หากทำแล้วมีรายละเอียดอย่างไร การโอนเงินเกี่ยวข้องกับการเลือก ส.ว.หรือไม่

“จากหลักฐานเส้นเงินที่เปิดออกมาในปัจจุบันและก่อนหน้านี้ กระจายใน 6 จังหวัด คือ ลำพูน หนองบัวลำภู สุราษฎร์ธานี นครพนม อำนาจเจริญ และสงขลา แม้ว่าจะเข้าถึงไม่ง่าย แต่พบว่ามีการทำเป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงไปในจังหวัดต่างๆมองว่าเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตที่กกต. ต้องส่งศาลให้พิจารณา”นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเปิดหลักฐานการโยงเส้นเงินถึงเจ้าหน้าที่กกต. ว่า เรื่องนี้มี 2 ประเด็น โดยประการแรก พบว่ามีบุคคลที่ทำหน้าที่สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) อำนาจเจริญ มีการโอนเงินให้กับพนักงานสอบสวนของ กกต. จำนวน 860,000 บาท กกต.ควรชี้แจงทันทีว่าสอบสวนแล้วและข้อเท็จจริงการโอนเงินเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เกี่ยวกับการเลือกส.ว. หรือไม่ เพราะพบหลักฐานการโอนเงินช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคมเป็นช่วงการเลือกส.ว. พอดี แต่ไม่พบการโอนเงินในช่วงสิงหาคมถึงธันวาคม ปี 2567 ประการที่สอง อยากให้มองหลักฐานแต่ละชิ้นว่าเป็นจิ๊กซอว์หลายส่วนนำมาประกอบกัน เส้นทางการเงินยอดเงิน 860,000 บาท อาจไม่ใช่ผู้สมัคร ส.ว. เป็นผู้โอน แต่เมื่อประกอบกับหลักฐานอื่น ใบสั่งและเส้นทางการเงินในจังหวัดอื่น เชื่อได้ว่ากระบวนการโกงส.ว. มีอยู่จริง ส่วนใครจะผิดหรือไม่เป็นเรื่องของศาล กกต.หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ มีการกระทำความผิดต้องส่งเรื่องไปยังศาล ซึ่งยังไม่ได้ฟันธงว่าใครคนใดคนหนึ่งผิด แต่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า กกต. มีหน้าที่ส่งเรื่องไปศาล ส่วนบทบาทหน้าที่เจ้าหน้าที่กกต. ที่พบว่ารับเงิน จากเอกสาร กกต. ปี 2567 ปรากฎชื่อเป็นพนักงานสอบสวนไต่สวนวินิจฉัยฝ่าย 7 มีข้อสงสัยว่ามีอำนาจแค่ไหน รับผิดชอบอะไร เป็นหน้าที่ของกกต. ชี้แจง

Advertisement

นายพริษฐ์ มองว่าการที่ กกต. จะพิจารณาคดีฮั้ว ส.ว. ในเดือนสิงหาคม ยังอยู่ในกรอบกฎหมาย 90 วัน (ครบต้นเดือนกันยายน) สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เวลา แต่คือ “การจบแบบตรงไปตรงมา” โดยสั่งฟ้องเรื่องต่อศาล และไม่ตัดตอนกระบวนการยุติธรรม พร้อมให้โอกาส กกต. ชี้แจงเรื่องนี้ภายใน 1-2 วัน หากยังไม่ได้สอบสวน ฝ่ายค้านก็พร้อมนำข้อมูลที่มีไปยื่นให้ดำเนินการต่อไป

นายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า ในสมัยประชุมหน้าจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 แต่จะเป็นเดือนไหนนั้น ขอดูปฏิทินและหารือร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่คงไม่ได้ชักช้า โดยเนื้อหาการอภิปรายมีเรื่องการโกง ส.ว. รวมถึงเรื่องกรณีการโกงสอบท้องถิ่น เรื่องโครงการ TH-AI passport และเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขณะนี้มีหลายคนเริ่มนำเสนอข้อมูลแล้ว กรณีการฮั้ว ส.ว. มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลที่สามารถนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เพราะรัฐมนตรีที่อยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) นี้ก็อยู่ในสถานะที่ถูกกล่าวหา น่าจะเป็นคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับคนในครม.เยอะที่สุดคดีหนึ่ง