‘ปลัดกลาโหม’ เยือนสหรัฐฯ สานสัมพันธ์พันธมิตรทางยุทธศาสตร์ ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร ตลอดจนด้านการต่างประเทศ มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และร่วมแสวงหาการสนับสนุนจากฝ่ายนิติบัญญัติรัฐสภาสหรัฐฯ พร้อมตอกย้ำบทบาทสำคัญของไทยในเวทีสากลและภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะ ได้เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา เพื่อกระชับความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร ระหว่างไทย-สหรัฐฯ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เป็นรูปธรรม และร่วมแสวงหาการสนับสนุนจากฝ่ายนิติบัญญัติรัฐสภาสหรัฐฯ รวมทั้ง พร้อมยืนยันบทบาทสำคัญที่สร้างสรรค์ของไทยในเวทีสหประชาชาติ เพื่อสันติภาพและผลประโยชน์ของชาติ ในระหว่างวันที่ 2 – 9 สิงหาคม

โดยภารกิจ ณ กรุงวอร์ชิงตัน ดี.ซี. ได้วางพวงมาลา ณ สุสานทหารแห่งชาติ Arlington และหารือ กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสงคราม และกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ ได้แก่ นาย John Noh ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามสหรัฐฯ ด้านความมั่นคงอินโด-แปซิฟิก, นาย Elbridge Colby รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสงคราม สหรัฐฯ ด้านนโยบาย นาย Daniel P. Driscoll รัฐมนตรี ทบวงทหารบก สหรัฐฯ และ นาย Seth Bailey รองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประจำสำนักกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก โดยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเน้นย้ำความสำคัญของความเป็นพันธมิตรเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาค และในฐานะที่เป็นพันธมิตรหลักนอกองค์การ NATO และต่อยอดความร่วมมือในทุกมิติ โดยเฉพาะ
การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เป็นรูปธรรม ซึ่งฝ่ายไทยประสงค์ที่จะผลักดันให้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทย เป็นโครงการนำร่อง ตามร่าง Roadmap ที่ได้รับการอนุมัติหลักการแล้ว

พร้อมกันนี้ยังได้เยี่ยมชมการสาธิตการใช้ระบบอากาศยานไร้คนขับในการดำเนินกลยุทธ์ และโครงการพัฒนาระบบโจมตีแบบไร้คนขับต้นทุนต่ำ หรือ LUCAS ณ ฐานทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ ควอนติโก สำหรับด้านการต่างประเทศ ได้เห็นพ้องที่จะผลักดันกลไกการประชุม 2+2 Strategic Dialogue ระหว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศ (ระดับนโยบาย/ปลัดกระทรวง) ให้เกิดความต่อเนื่อง เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน รวมทั้งการขยายความร่วมมือในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ด้วยการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง
นอกจากนี้ยังได้หารือกับ นาง Tammy Duckworth สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ณ อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ โดยยินดีที่จะสนับสนุนโครงการช่วยเหลือประเทศไทย ทั้งด้านการศึกษา อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการแพทย์ทหาร

ต่อมาได้เดินทางไปยังนครนิวยอร์ก เพื่อหารือกับผู้บริหารระดับสูงขององค์การสหประชาชาติ ได้แก่ นาง Elizabeth Mary Spehar ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติด้านการสร้างสันติภาพและการสนับสนุนสันติภาพ และนาย Atul Khare รองเลขาธิการสหประชาชาติ ฝ่ายสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ โดยได้ยืนยันท่าทีของไทยในการยึดมั่นในระบบพหุภาคีนิยมและให้ความสำคัญกับบทบาทของสหประชาชาติ พร้อมที่จะส่งกำลังสนับสนุนภารกิจรักษาสันติภาพอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมบทบาทสตรีในภารกิจรักษาสันติภาพ เพื่อขับเคลื่อนแนวทางความร่วมมือในการสนับสนุนภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ
นอกจากนี้ ได้เข้าเยี่ยมคำนับ ดร.สุริยา จินดาวงศ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ และนายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตไทยและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ เพื่อหารือข้อราชการ ตลอดจนได้ตรวจเยี่ยม สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารประจำสหรัฐฯ และสำนักงานที่ปรึกษาทางทหารประจำคณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก

ทั้งนี้ ในทุกการหารือ ได้ชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา โดยฝ่ายไทยยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและถ้อยแถลงร่วมฯ และแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี ซึ่งปัจจุบัน ถึงแม้สถานการณ์โดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังคงเปราะบาง เนื่องจากกัมพูชายังมีการยั่วยุ เผยแพร่ข่าวสารที่บิดเบือน และนำปัญหาไปสู่เวทีระหว่างประเทศเพื่อกล่าวหาไทย ทั้งนี้ไทยพร้อมที่จะเข้าร่วมกระบวนการประนีประนอมภาคบังคับ ภายใต้ UNCLOS ด้วยท่าทีที่สร้างสรรค์และสุจริตใจ
การเดินทางครั้งนี้ นอกจากจะเป็นก้าวสำคัญในการสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางทหาร และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมบทบาทที่สร้างสรรค์และน่าเชื่อถือของไทยใน เวทีสากล พร้อมที่จะขับเคลื่อนภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ เพื่อความมั่นคง มนุษยธรรม และผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน



