พิรงรอง ลั่นไม่เล่นเกม เปรียบ 3 กรรมการเหมือน หมาตัวหนึ่ง กสทช.ล่มครั้งที่ 4 ห่วงมติพัง-กระทบทีวีดิจิทัล
ประชุม กสทช.ครั้งที่ 24/2569 ล่มซ้ำ 4 รอบ หลังองค์ประชุมไม่ครบ “พิรงรอง” ย้ำ 3 กรรมการทำหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่เล่นเกมการเมือง ระบุถูกฟ้องทั้งแพ่ง อาญา และปกครอง หวั่นเดินหน้าประชุมทั้งที่สถานะทางกฎหมายยังมีข้อโต้แย้ง อาจกระทบความชอบด้วยกฎหมายของมติและสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการทีวี
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีการประชุม กสทช. ครั้งที่ 24/2569 ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ นับเป็นการประชุมล่มครั้งที่ 4 หลังกรรมการ กสทช. 3 ราย ได้แก่ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย เดินออกจากห้องประชุม
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองกล่าวว่า ไม่ต้องการเล่นเกมหรือสร้างความขัดแย้งภายในองค์กร แต่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ และพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แม้ที่ผ่านมาอาจมีการปล่อยข่าวหรือพยายามดิสเครดิตกรรมการบางราย ทั้งนี้ หากพิจารณารายละเอียดเรื่องคดีความ จะพบว่ากรรมการ 3 รายเป็นผู้ถูกฟ้องเป็นหลัก ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง ขณะที่มีเพียงคดีเดียวที่เป็นฝ่ายฟ้องศาลปกครอง คือกรณีเงินสนับสนุนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกประมาณ 600 ล้านบาท เพื่อให้เกิดการบังคับตามกฎหมายจากมติบอร์ดและเอ็มโอยูที่เกี่ยวข้อง
“ไม่ใช่แค่เรื่องของคดีความ การอยู่ในสำนักงาน อันนี้พูดตรงๆ บางทีก็คุยกันว่าพวกเราเหมือนหมาตัวหนึ่ง อยู่ในสำนักงานนี้ เป็นเหมือนกับ กสทช.ชั้น 2 แต่เราก็ยังทำหน้าที่ เราก็รู้สึกว่าเราได้รับโปรดเกล้ามาทำหน้าที่ เราก็ทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่ ถ้าท่านจะเล่นเกมกัน เพื่อที่เครดิต เพื่อจะให้มีการออก พ.ร.ก.มาเพื่อล้ม กสทช.ทั้งหมด ทั้งๆ ที่สาเหตุมาจากคนคนเดียวที่ประชุมไม่ได้ ก็เห็นอยู่” ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองกล่าว
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองกล่าวว่า ความขัดแย้งภายในบอร์ดไม่ได้กระทบเพียงการประชุม แต่ยังส่งผลต่อวาระสำคัญของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเรื่องดาวเทียม ทีวีดิจิทัล และโรดแมปการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ซึ่งยังรอการพิจารณา โดยปัจจุบันผู้ประกอบการโทรทัศน์หลายช่องอยู่ในภาวะดำเนินธุรกิจได้ยาก มีการลดบุคลากรและปรับโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง หากโรดแมปและวาระสำคัญยังล่าช้า หรือมีการประชุมและออกมติที่ภายหลังถูกโต้แย้งเรื่องความชอบด้วยกฎหมาย ย่อมเพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้ประกอบการที่ต้องวางแผนธุรกิจและลงทุนภายใต้กติกาของ กสทช.
“เราไม่เล่นเกม เรามาตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ เราต้องมีความเป็นอาชีพ ถ้าสถานภาพทางกฎหมายไม่ได้ ก็ต้องถามว่าจะดูแลอย่างไร จะชดใช้ยังไง จะไปแก้ไขยังไง หากสิ่งที่ออกมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งถ้าโรดแมปเป็นวาระที่ค้างอยู่ยังค้างอยู่อย่างนี้ แล้วมีการประชุมขึ้นมาและมีการลงมติ ปรากฏเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กว่าจะมาแก้กัน พวกท่านเองก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย” ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองกล่าว



