ศาลปค.กลาง สั่งเพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้ง บอร์ดประกันสังคม ชี้ขัดกฎหมาย-ทำเกินกว่าเหตุ ด้าน “ษัษฐรัมย์” นำทีมก้าวหน้าชนะคดี ยันเดินหน้ากาลงคะแนนตามปฏิทินเดิม 27 ก.ย.นี้
เมื่อเวลา 15.00 น..วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ที่ประกาศเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2569 ตามที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กับพวก รวม 14คน ฟ้องกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ว่า ออกประกาศไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีกำหนดระยะเวลาชัดเจน เป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลให้เหตุผลว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนออกประกาศดังกล่าว ย่อมมีผลเป็นการงดเว้นการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง ให้มีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายประกันตน ลงวันที่ 25 พ.ค.2569 ทำให้กระบวนการจัดการเลือกตั้งไม่อาจดำเนินการต่อไปได้ และไม่อาจรับฟังได้ว่า การออกประกาศฉบับนี้เป็นกรณีมีเหตุจำเป็นตามที่ระเบียบกระทรวงแรงงาน กำหนดไว้ จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จากนั้นเวลา 15.35 น. นายษัษฐรัมย์ เดินทางออกจากห้องพิจารณาคดี พร้อมให้สัมภาษณ์ ว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะคดี โดยศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศชะลอการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งส่งผลให้กระบวนการจัดการเลือกตั้งทั้งหมดต้องกลับมาดำเนินงานตามปฏิทินเดิม สำหรับข้อวินิจฉัยสำคัญของศาลปกครองกลางระบุว่า การออกประกาศชะลอการเลือกตั้งดังกล่าว ไม่เข้าข้อยกเว้นความจำเป็นเร่งด่วนแต่อย่างใด อีกทั้ง สำนักงานประกันสังคม(สปส.)ได้มีการตั้งงบประมาณไว้รองรับแล้วถึง 275 ล้านบาท และหากต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมก็ยังอยู่ในวิสัยที่สามารถเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการประกันสังคมได้ คำสั่งชะลอการเลือกตั้งโดยไม่มีการกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนจึงไร้เหตุจำเป็น และเป็นการออกประกาศโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ศาลยังคงคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ประกาศไว้ ทำให้ สปส. ไม่สามารถออกประกาศในลักษณะใกล้เคียงกันเพื่อชะลอการเลือกตั้งได้อีก
นายษัษฐรัมย์ ยังกล่าวถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งว่า สปส. มีการตระเตรียมการไว้แล้ว ทั้งเรื่องงบประมาณและบัตรเลือกตั้งที่เตรียมไว้กว่า 7 ล้านใบ ดังนั้น เรื่องงบประมาณหรือความพร้อมจึงไม่ใช่อุปสรรค โดยนับจากนี้เป็นหน้าที่ของ สปส. ที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลในการจัดการเลือกตั้งตามปฏิทินเดิม และการปล่อยให้คณะกรรมการประกันสังคมอยู่ในอำนาจรักษาการยาวนานเกือบ 6 เดือน อาจสร้างความเสียหายระยะยาวต่อการบริหารกองทุนประกันสังคม สิ่งที่ สปส. ต้องมุ่งเน้นในขณะนี้คือการเดินหน้าจัดการเลือกตั้งให้ทันตามกำหนดเดิม
“การเลือกตั้งหรือการมีส่วนร่วมของประชาชน คือ จุดเปลี่ยนสำคัญในการที่จะเปลี่ยนองค์กรสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศให้กลับเข้าสู่มือของประชาชนอีกครั้ง เงินของคนหาเช้ากินค่ำ เงินที่จะเป็นเงินของเด็ก 1.2 ล้านคน คนท้อง 2 แสนคน คนแก่ที่รับเงินบำนาญอยู่ประมาณ 9 แสนคน และคนที่เจ็บป่วยอีกนับล้านคน อยากฝากถึงประชาชนว่า พวกเราต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่คนมีส่วนร่วมมากที่สุด และมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมมากที่สุด ขอให้ช่วยกันจับตาการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อทำให้ประกันสังคมเป็นหลักพึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง”นายษัษฐรัมย์ กล่าว




