รัฐบาลวางเป้าปฏิรูประบบราชการ ลดอัตรากำลังข้าราชการลง 15% ภายในปีงบฯ 75 – ลดจำนวนหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาคลง 10% ภายในปีงบ 70
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานว่าในการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาข้อเสนอของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เรื่อง แนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนและโครงสร้างภาครัฐ โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยมีเป้าหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน สนับสนุนให้ภาครัฐใช้จ่ายงบประมาณด้านบุคลากรอย่างคุ้มค่า และทบทวนบทบาทภารกิจ และการจัดโครงสร้างหน่วยงาน ลดภารกิจซ้ำซ้อนของส่วนราชการ บนหลักการว่าต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและการให้บริการประชาชน
สำหรับแนวทางการปฏิรูประบบราชการด้านอัตรากำลัง มีเป้าหมายลดอัตรากำลังข้าราชการลงร้อยละ 15 ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2575 โดยมีมาตรการประกอบด้วย 1.มาตรการตรึงอัตรากำลังโดยชะลอการขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ทุกกรณี และ 2.มาตรการลดขนาดกำลังคนภาครัฐ โดยยุบเลิกกรอบอัตรากำลังที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป
การยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการประเภทวิชาการและประเภททั่วไป ในสัดส่วนที่ต้องทดแทนด้วยพนักงานราชการ ซึ่งเป็นอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570-2575 และยุบเลิกตำแหน่งในสายงานสนับสนุนที่ควรใช้การจ้างงานในรูปแบบอื่นแทนอัตราข้าราชการ เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณ
ส่วนแนวทางการปฏิรูประบบราชการด้านโครงสร้างของส่วนราชการ มีเป้าหมายลดจำนวนหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาคลงร้อยละ 10 ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 เรื่อง การปรับปรุงแนวทางการจัดส่วนราชการในภูมิภาคเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
และให้ยุติการจัดตั้งหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาคเพิ่มขึ้นใหม่ และให้ส่วนราชการทบทวนความจำเป็นของหน่วยงานในภูมิภาคที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยพิจารณานำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับกระบวนการทำงาน การถ่ายโอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือภาคส่วนอื่นดำเนินการแทน
ทั้งนี้ หากยังจำเป็นต้องมีหน่วยงานคงอยู่ในพื้นที่ ให้พิจารณารวมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ไปอยู่ภายใต้ส่วนราชการเดียว (One Roof) และให้ส่วนราชการจัดทำข้อเสนอการปรับเปลี่ยนจากราชการส่วนกลางที่ตั้งในภูมิภาคเป็นราชการส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ หากส่วนราชการมีความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างให้ดำเนินการโดยวิธีที่ไม่เพิ่มจำนวนหน่วยงานและอัตรากำลังในภาพรวม (Rearrange)



