หน้าแรก การเมือง กกต.โร่แจง มี...

กกต.โร่แจง มีจนท.รับเงินจริง 8.6 แสน แต่เป็นคดีเลือกตั้ง ไม่ใช่ฮั้วส.ว. สั่งปลด-ฟ้องอาญาแล้ว

11.08.26 | 19:18 น.

กกต.แจงปมจนท.รับเงิน 8.6 แสนจริง แต่เลือกตั้งสส. ยันเกี่ยวคดีฮั้วสว. สั่งสอบวินัย -ส่ง ป.ป.ช. ฟ้องอาญา-ปลดออกแล้ว ส่วนหลักฐานเส้นทางเงิน 4 จว.อยู่ในสำนวน พร้อมให้ความร่วมมือหน่วยงานอื่นร่วมตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีมีการเปิดเผยข้อมูลในคดีฮั้วเลือก ส.ว. พบเส้นทางการเงินในจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีการโอนเงินจากบุคคลรายหนึ่งไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการของสำนักงาน กกต. จำนวน 13 ครั้ง รวมเป็นเงิน 860,000 บาท ระหว่างเดือน เมษายน-กรกฎาคม 2567 ว่า กรณีพฤติการณ์รับโอนเงินที่เกิดขึ้นในปี 2567 มีความเกี่ยวข้องกับพนักงานสืบสวน และไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานของสำนักงาน กกต. และได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนสำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ระหว่างวันที่ 7 เมษายน-22 กรกฎาคม 2567 โดยการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือก ส.ว.แต่อย่างใด ซึ่งสำนักงาน กกต.ได้มีการดำเนินการใน 4 มาตรการ 1.มีคำสั่งให้พนักงานคนดังกล่าวออกจากงานไว้ก่อน


2.แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง และการสอบสวนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน (อนุ ก.กกต.) เพื่อพิจารณามีมติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป 3.แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญากับพนักงานสืบสวน และไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว และบุคคลอื่น จำนวน 2 ราย

4.รายงานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามมาตรา 136 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2560 อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กกต.ได้สั่งลงโทษปลดพนักงานคนดังกล่าวออก และพ้นสภาพการเป็นพนักงานด้วยเหตุอื่นไปก่อนแล้ว

ส่วนกรณีเส้นทางการเงินใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครพนม ลำพูน สงขลา และอำนาจเจริญ หลักฐานดังกล่าวอยู่ในสำนวนการพิจารณาแล้ว และสำนักงาน กกต.ได้ยืนยันว่า ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความโปร่งใส ความสุจริต และความถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ทุกขั้นตอน และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนต่อไป

Advertisement