มติครม. ล้อมคอกข้อมูลรัฐรั่ว สั่ง 300 กรมเปลี่ยนรหัสผ่าน ล้าง 3 หมื่นระบบใน 15 วัน บังคับใช้ MFA ยกระดับมาตรฐานสากล ตั้ง ‘ปิยพงษ์’ นั่งปลัดคมนาคม อาลัยสูญเสีย ‘เกรียง กัลป์ตินันท์’ ศาลชี้เลือกบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย.
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ว่า ครม.เห็นชอบแนวทางการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากเหตุบัญชีผู้ใช้งานสำหรับยืนยันตัวตนรั่วไหล ด้วยมาตรการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Multi – Factor Authentication : MFA) เช่น การใช้ Digital Identity (ThaID)หรือวิธีการยืนยันตัวตนในรูปแบบอื่นที่มีความมั่นคงปลอดภัย ตามที่คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กมช.) เสนอ เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในภาครัฐอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ระบบดิจิทัลของรัฐมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ภาคธุรกิจและนักลงทุน ประเทศไทยมีมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ทัดเทียมกับระดับสากลและเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ดำเนินการตามมาตรา 22 (5) แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 เพื่อให้ทุกหน่วยงานของรัฐและเอกชนดำเนินการตามมติ กมช. ดังกล่าว ทั้งนี้ พ.ร.บ. รักษาความมั่นคงปลอดภัยฯ ให้ สกมช. มีหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการและประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและเอกชนในการตอบสนองและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและตอบสนองต่อสถานการณ์ภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบ 3 มาตรการ ที่เป็นผลจากการประชุมของคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เสนอ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา ดังนี้ 1. Force Reset Password โดยบังคับให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานภาครัฐกว่า 300 กรม เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ทั้งหมดทันที เพื่อตัดวงจรไม่ให้ผู้ประสงค์ร้ายนำฐานข้อมูลเก่าที่รั่วไหลไปสวมรอยใช้งานได้อีก 2.System Cleansing ใน 15 วัน โดยให้ทุกกระทรวงและ 300 กรม ตรวจสอบระบบสารสนเทศในสังกัดกว่า 30,000 ระบบ หากพบระบบใดที่เป็นระบบเก่าหรือระบบร้างที่ไม่ใช้งานแล้ว ให้ทำการปิดการเข้าถึงเชิงระบบ (แบ็ก เอนด์) ถาวรภายใน 15 วัน เนื่องจากที่ผ่านมาหลายหน่วยงานเข้าใจว่าปิดหน้าเว็บไปแล้ว แต่ระบบหลังบ้านยังเปิดทิ้งไว้จนกลายเป็นช่องโหว่ 3. ยกระดับใช้ยืนยันตัวตนหลายปัจจัย(ระบบ MFA) ในระบบภาครัฐทั้งหมดอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้ง นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เป็นปลัดกระทรวงคมนาคม คนใหม่ แทน นายชยธรรม์ พรหมศร ที่จะเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.นี้
สำหรับ นายปิยพงษ์ ปัจจุบันอายุ 50 ปี เหลืออายุราชการถึงปี 2579 เป็นอธิบดีกรมทางหลวงที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยได้รับตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568
วันเดียวกันนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีต สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 73 ปี ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร โดยมีรายงานว่าจะมีการเคลื่อนร่างกลับ จ.อุบลราชธานี เพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาในวันที่ 12 สิงหาคม
ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ที่ประกาศเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ตามที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กับพวก รวม 14คน ฟ้องกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ว่า ออกประกาศไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีกำหนดระยะเวลาชัดเจน เป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยให้เหตุผลว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนออกประกาศดังกล่าว ย่อมมีผลงดเว้นการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง ให้มีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายประกันตน ลงวันที่ 25 พฤษภาคม ทำให้กระบวนการจัดการเลือกตั้งไม่อาจดำเนินการต่อไปได้ และไม่อาจรับฟังได้ว่า การออกประกาศฉบับนี้เป็นกรณีมีเหตุจำเป็นตามที่ระเบียบกระทรวงแรงงาน กำหนดไว้ จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นจึงจัดการเลือกตั้งตามเดิมคือ 27 กันยายน

