“ปกรณ์” จ่อหารือ “กรมการปกครอง – กฤษฎีกา” แก้พ.ร.บ.อาวุธปืน วางมาตรการเข้มตามรูปแบบต่างประเทศ เชื่อมโยงทั้งระบบ รู้ข้อมูลตั้งแต่ซื้อจนครอบครอง เล็ง ให้ต่อใบอนุญาตทุก 3 ปี เผยอาจออกกฎกระทรวงก่อน เหตุ ใช้เวลาแก้กม.นาน
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 12 สิงหาคม ที่ท้องสนามหลวง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)อาวุธปืน พ.ศ.2490 ว่า จะมีการหารือกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยจะต้องนำหลักไปรับฟังความคิดเห็น ซึ่งกฎหมายปัจจุบันใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2490 ใช้มาหลายสิบปีแล้ว สถานการณ์ต่างๆ ได้เปลี่ยนไป เมื่อก่อนเราใช้ระบบอะนาล็อกควบคุม ให้นายอำเภอเป็นผู้อนุมัติและมีกระดาษเป็นใบอนุญาต ไม่มีการทบยอดกันกับร้านปืนที่นำเข้าระหว่างผู้ซื้อ ครอบครอง และการโอน ซึ่งไม่เป็นระบบ ทำแบบเมื่อก่อนทำแบบง่ายๆ เมื่อเป็นประเด็นปัญหาขึ้นมาจึงต้องดูแลกัน จะต้องมีการออกแบบระบบ เริ่มตั้งแต่ต้นทาง การนำเข้าอาวุธปืนว่านำเข้ามาอย่างไร เช็กสต๊อกร้านปืนอย่างไร ร้านปืนในต่างประเทศเวลาจะขายปืนจะมีหลักคล้ายกับธนาคาร ระบบจะต้องมีความเข้มข้นกว่าธนาคารเพราะปืนมีอันตราย จะต้องมีความรับผิดชอบว่าขายปืนให้ใคร เมื่อขายไปแล้วมีระบบการกำกับปืนอย่างไร ใบอนุญาตควรมีอายุหรือไม่ เพราะปัจจุบันไม่มีอายุ
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการว่าควรจะมีอายุ โดยเสนอว่าควรจะมีอายุ 3 ปี และควบคุมเรื่องการโอน เพราะปัจจุบันมีการนำปืนไปจำนำ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นทรัพย์สินมีทะเบียนไม่สามารถจำนำได้ โดยหลักเอาปืนไปวางแล้วเอาเงินไป คนที่ครอบครองคือผู้รับจำนำ ถือว่าครอบครอง ปืนเถื่อน เพราะไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกัน ต้องควบคุมการใช้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร แม้กระทั่งสนามยิงปืนก็ต้องควบคุมให้มากขึ้น จริงๆ แล้วปืนกับเครื่องกระสุนจะต้องสัมพันธ์กัน แต่ปัจจุบันเครื่องกระสุนเยอะกว่าปืน ทำให้เราเห็นจุดอ่อนตามคดีต่างๆ ปืนกระบอกเดียวมีกระสุนถึง 30 – 40 นัด ฉะนั้น จึงต้องเข้มข้นมากขึ้น นี่เป็นหลักการที่ต่างประเทศเขาทำ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกใบอนุญาตครอบครองปืนจะออกมาในลักษณะเดียวกับการออกใบอนุญาตขับขี่ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า มันต้องมี หากไปซื้อปืนในร้านปืนต่างประเทศจะรู้เลย ตั้งแต่ท่าถืออาวุธปืน ที่นิ้วมือต้องไม่เข้าโกร่งไก เขาจะดูพฤติกรรมตลอด เขาจะมีความรับผิดชอบสูงมาก เพราะเขาต้องเป็นส่วนหนึ่งร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยของสังคม เพราะปืนไม่ใช่ปากกา ที่อยู่ๆ จะขายได้ มันอันตราย เมื่ออันตรายและใช้เป็นอาวุธได้ก็ต้องมีการควบคุมที่เข้มข้น
เมื่อถามถึงกรณีการโอนลอย แต่ปลายทางไม่มีการโอนเป็นผู้ครอบครองอย่างแท้จริง กลายเป็นช่องโหว่ในการครอบครองอาวุธปืน นายปกรณ์ กล่าวว่า จะต้องปิดช่องโหว่ทั้งหมด อะไรที่เป็นปัญหาเกิดขึ้นในอดีตได้ให้ทีมงานของกรมการปกครองและกฤษฎีกาไปศึกษาไว้แล้วว่ามีช่องโหว่อะไรบ้าง และจะปิดกันอย่างไร เพราะทุกวันนี้มันเป็นระบบแมนนวล แล้วก็กระจายไม่รู้ว่าใบ ป.3 ที่ออกไปแล้วไปออกใบ ป.4 จริงหรือไม่ หรือว่ามันหายไป ตอนนี้เช็กมือหมด จึงมีโอกาสผิดพลาดสูง นายกฯจึงมีนโยบายให้เช็กแบบเรียลไทม์ เมื่อซื้อปืนเสร็จต้องตัดยอดในสต๊อก เมื่อซื้อเสร็จจะต้องมีออกใบอนุญาตครอบครอง หลังจากนั้นจะรู้ว่าใครเป็นผู้ครอบครองอาวุธและเครื่องกระสุนจำนวนเท่าใด และจะมีระบบมอนิเตอร์ติดตามไปเรื่อยๆ รวมถึงจะต้องไปเช็กดูว่าการจำหน่ายปืนเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ นี่จะเป็นระบบของมัน ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงกันทั้งระบบ โดยได้มีการหารือในเบื้องต้นกับกรมสรรพากรแล้ว
เมื่อถามว่า ระหว่างที่รอการแก้ไขกฎหมาย จะมีการออกกฎกระทรวงก่อนหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า อาจจะมีแนวทางการออกประกาศกฎกระทรวง แต่ต้องไปคุยกับกรมการปกครองและกฤษฎีกาก่อนว่าจะเอาอย่างไร เพราะการตรากฎหมายใช้เวลานาน จึงจำเป็นต้องมีการออกประกาศชั่วคราวในช่วงที่มีการแก้ไข




