หน้าแรก การเมือง แจงคืบหน้า ปร...

แจงคืบหน้า ปราบขบวนการ พ่อทิพย์-กักตุนน้ำมัน ขยายผลทุกกรณี สกัดคอร์รัปชั่นระยะยาว

12.08.26 | 11:04 น.

โฆษกรัฐบาล ย้ำ รัฐ เอาจริงปราบทุจริต แจงคืบหน้า ปราบขบวนการ “พ่อทิพย์-กักตุนน้ำมัน” จ่อขยายผลทุกกรณี จับมือเอกชน ชู “ภาครัฐระบบเปิด” สกัดคอร์รัปชั่นระยะยาว


เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริตทุกระดับ โดยเฉพาะประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคม โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เด็ดขาด ต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและความมั่นคงของประชาชน

สำหรับความคืบหน้าการปราบปรามขบวนการว่าจ้างชายไทย จดทะเบียนรับรองบุตรและแจ้งเกิดเท็จ เพื่อช่วยให้เด็กต่างชาติได้รับสัญชาติและสูติบัตรไทยอย่างผิดกฎหมาย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิด 3 ปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งกระทำการทุจริตเกี่ยวข้องกับระบบทะเบียนราษฎร ปัญหาการขอสัญชาติไทยและสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ อย่างต่อเนื่อง

ได้แก่ 1.ปฏิบัติการ “ทลายกุมารทิพย์” สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย สำนักทะเบียนท้องถิ่นเขตห้วยขวาง ดำเนินการเพิกถอนรายการแจ้งเกิดอันเป็นเท็จของบุตรคนต่างด้าว 2 รายแล้ว และอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม 2.ปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา จับกุมบุคคลตามหมายจับ 6 ราย เป็นชาวจีน 2 ราย ชายไทยที่รับจ้างจดทะเบียนสมรสและรับรองบุตรอันเป็นเท็จ 3 ราย และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต 1 ราย และสืบสวนขยายผลปฏิบัติการ ออกหมายจับผู้กระทำความผิดอีก 35 ราย เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา

Advertisement

และ 3.ปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” จับกุมขบวนการอำพรางจดทะเบียนสมรสและทุจริตระบบทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดให้บุตรได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จ โดยผลปฏิบัติการระหว่างวันที่ 9-11 ก.ค.ที่ผ่านมา พบศาลอนุมัติหมายจับแล้ว 35 หมาย จับกุมตัวได้แล้ว 32 ราย ส่วนมารดาสัญชาติจีนเดินทางออกนอกประเทศ 1 ราย และหลบหนีออกจากที่พัก 2 ราย

ซึ่งศาลเห็นว่าบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์ร้ายแรง ทำเป็นขบวนการ ส่งผลต่อความมั่นคง จึงไม่อนุมัติให้ประกันตัวบุคคลตามหมายจับ ทั้ง 27 ราย ขณะที่กรมการปกครองได้แจ้งให้นายทะเบียนเพิกถอนการแจ้งเกิดของเด็กที่พบว่าเป็นการแจ้งเกิดอันเป็นเท็จแล้วทั้งหมด นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินและยึดอายัดทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ส่วนประเด็นการตรวจพบความผิดปกติของน้ำมัน ประมาณ 57 ล้านลิตร มูลค่ากว่า 2.3 พันล้านบาท ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดี โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า ฝ่ายปกครอง กระทรวงกลาโหม และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) บูรณาการการทำงานตรวจสอบเส้นทางน้ำมัน

รวมถึงดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนและผู้เกี่ยวข้อง จำนวนทั้งสิ้น 3 คดี ในพื้นที่ จ.อ่างทอง และภาคใต้ โดยผู้ต้องหาได้รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ดีเอสไอยังเดินหน้าสืบสวนคลังน้ำมันและผู้ค้าน้ำมันในพื้นที่อื่น เพื่อขยายผลและดำเนินคดีทุกฐานความผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ปัญหาทุจริตทุกเรื่องที่เกิดขึ้น รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจหรือปล่อยผ่านและได้ดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจังเด็ดขาด สืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาของประโยชน์ของประเทศและประชาชน และยังดำเนินการป้องกันการทุจริตในระยะยาว ด้วยการร่วมมือกับภาคเอกชน จัดตั้งคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานภาครัฐระบบเปิด ผลักดันกลไกภาครัฐระบบเปิด (Open Government) เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลภาครัฐและมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายได้มากขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น