รักชนก คาใจ ไชยชนก ไม่มาประชุม TH-AI Passport 4 ครั้งติด ถามดีอียังมีคนทำงานไหม
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ส่ง หนังสือแจ้ง ปธ.กมธ.จัดทำและติดตามการบริหารงบฯ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมปมโครงการพัฒนาระบบ TH-AI Passport เนื่องจากมีภารกิจสำคัญเร่งด่วนที่ไม่สามารถเลื่อนได้
โดยระบุว่า “กรรมาธิการติดตามงบฯ พิจารณา โครงการ TH -AI Passport ครั้งที่ 4 ทุกครั้งแจ้งกำหนดการล่วงหน้าท่านรัฐมนตรีก็ไม่ว่าง ถามนอกรอบว่าจะว่างวันไหนก็บอกว่าไม่มีวันว่าง
เมื่อเช้านี้ รัฐมนตรีทำหนังสือชี้แจงติดภารกิจเร่งด่วนไม่สามารถเลื่อนได้ มอบให้ปลัดกระทรวงมาชี้แจงแทน
ส่วนปลัดกระทรวงดีอี ก็ไม่เข้าร่วมประชุม มอบให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงมาแทน
ผู้ตรวจราชการที่รับมอบหมาย ก็ไม่เข้าร่วมประชุม มอบคณะ TOR เข้าร่วมประชุมแทน
กระทรวงดีอี ไม่มีคนทำงานแล้วหรอคะ”

ต่อมาเวลา 09.40 น. วันที่ 13 สิงหาคม ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ.ว่า วันนี้ประเด็นที่ กมธ.ให้ความสำคัญมากคือโครงการ TH-AI Passport เนื่องจากตามกระแสข่าวที่ออกมา คาดว่าจะมีการเปิดลงทะเบียนในเร็วๆ นี้ ดังนั้น การประชุมวันนี้จะเป็นการสอบถามถึงความคืบหน้าในการแก้ไขสัญญาระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กับคู่สัญญา
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ กมธ.ได้ทำหนังสือขอเอกสารและข้อเสนอโครงการเพื่อตรวจสอบรายละเอียด โดยประเด็นที่ต้องการติดตามเป็นพิเศษ คือ การประชาสัมพันธ์ ซึ่ง กมธ.ตั้งข้อสังเกตมาโดยตลอดว่า อาจมีลักษณะที่นำไปสู่การล็อกสเปกหรือไม่ จึงต้องการทราบว่า บริษัทแต่ละรายที่เข้าร่วมการประมูลโครงการดังกล่าวได้เสนอชื่อบริษัทเจ้าของจอสื่อที่จะนำมาใช้ในโครงการหรือไม่ และเป็นจอของบริษัทใด
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า จากเอกสารที่ กมธ.ได้รับ ขณะนี้มีสัญญาของบริษัทเพียง 2 บริษัทเท่านั้น ขณะที่เอกสารของอีก 2 บริษัทที่ กมธ.ได้ขอไป รวมถึงเอกสารข้อเสนอของโครงการ กระทรวงดีอีก็ยังไม่ได้ส่งมาให้ครบถ้วน นอกจากนี้ บันทึกรายงานการประชุมของกองทุนดีอีที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport ก็ยังไม่ได้รับเช่นเดียวกัน จึงคงต้องสอบถามและติดตามเอกสารเพิ่มเติมในการประชุมวันนี้
น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่น่าสนใจใน TOR คือการกำหนดว่า บริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการ ในส่วนของการประชาสัมพันธ์จะต้องใช้จอออฟไลน์ที่อยู่ในระดับท็อป 5 ของประเทศ ดังนั้น หากจะมีการพิจารณาและให้คะแนนมากหรือน้อย หรือพิจารณาว่าจอที่นำมาใช้เป็นจอที่อยู่ในระดับท็อป 5 ของประเทศหรือไม่ อย่างน้อยบริษัทที่เข้าร่วมประมูลก็ควรต้องเสนอชื่อบริษัทเจ้าของจออย่างชัดเจนว่า จะใช้จอของบริษัทใด
น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลที่ กมธ.ได้รับ กลับพบว่าบริษัทแต่ละแห่งไม่ได้เสนอว่าจะใช้จอของบริษัทใด แต่กระทรวงดีอีหรือกองทุนดีอียังสามารถให้คะแนนในส่วนดังกล่าวได้ ทั้งที่ TOR กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนว่าต้องเป็นจอระดับท็อป 5 ของประเทศ โดยประเด็นนี้แปลก และกองทุนดีอีต้องตอบว่า แล้วเกณฑ์การให้คะแนนคืออะไร
น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า อีกเอกสารสำคัญที่ กมธ.ขอไปคือเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละส่วนของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ AI ส่วนการประชาสัมพันธ์ ส่วนของการจัดอบรม รวมถึงส่วนของการดำเนินงานคอลเซ็นเตอร์และองค์ประกอบอื่นๆ แต่จนถึงขณะนี้ กมธ. ก็ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว จึงจำเป็นต้องสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมว่า เหตุใดจึงยังไม่สามารถส่งเอกสารมาได้ครบถ้วน และมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้คะแนนอย่างไร
เมื่อถามถึง กรณีการเชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมชี้แจงต่อ กมธ.นั้น น.ส.รักชนก กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ได้รับแจ้งว่านายไชยชนกจะไม่เข้าร่วมชี้แจงต่อ กมธ. โดยแจ้งว่าติดภารกิจ แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นภารกิจใด และได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้าร่วมประชุมแทน
“ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา ดิฉันได้หารือกับ กมธ. แล้ว และได้เสนอความเห็นไปว่าเข้าใจดีว่าสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทยอาจไม่สบายใจกับการเชิญรัฐมนตรีมาชี้แจง แต่ข้อเท็จจริงคือคณะกรรมาธิการได้เชิญนายไชยชนกมาชี้แจงแล้วถึง 4 ครั้ง แต่จนถึงขณะนี้รัฐมนตรียังไม่ได้เดินทางมาชี้แจงต่อ กมธ.ด้วยตนเองแม้แต่ครั้งเดียว หากครั้งต่อไปนายไชยชนกยังไม่มาชี้แจงอีก และยังมีประเด็นที่ค้างคาอยู่ โดยเฉพาะกรณีที่กระทรวงยังส่งเอกสารให้ กมธ.ไม่ครบถ้วน ดิฉันจะหารือกับ กมธ.ว่า จำเป็นต้องใช้กลไกตามพระราชบัญญัติอำนาจเรียกฯ เพื่อใช้อำนาจในการเรียกรัฐมนตรีมาชี้แจงต่อ กมธ.” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเชิญรัฐมนตรีมาเพื่อสร้างความขัดแย้งทางการเมือง แต่ กมธ.มีหน้าที่ตรวจสอบการจัดทำและการบริหารงบประมาณ รวมถึงโครงการที่ใช้งบประมาณของรัฐ จึงจำเป็นต้องได้รับข้อมูลและเอกสารที่ครบถ้วน เพื่อให้สามารถตรวจสอบรายละเอียดของโครงการได้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็น TOR หลักเกณฑ์การให้คะแนน การจัดซื้อจัดจ้าง และรายละเอียดของสัญญาที่เกี่ยวข้อง
ต่อข้อถามว่า นายไชยชนกยืนยันจะเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ตาม TOR ไม่เกินวันที่ 1 กันยายนนี้ แม้ฝ่ายค้านจะไปยื่นร้องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ตาม น.ส.รักชนก กล่าวว่า สิ่งที่ชัดเจนคือโครงการนี้มีปัญหาและไม่พร้อมตั้งแต่แรก โดยมีปัญหาในเรื่อง TOR และสัญญา หากโครงการนี้ไม่มีปัญหา เสียงของพวกเราไม่ว่าจะพูดดังแค่ไหน ก็ไม่มีทางชะลอโครงการได้นานขนาดนี้
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า เดิมทีตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน 2569 ควรเปิดลงทะเบียนแล้ว แต่เมื่อเราออกมาเปิดโปงข้อมูลต่างๆ โครงการจึงเลื่อนมาเรื่อยๆ จนมีการแก้ไขสัญญาจากเหมาจ่ายเป็นจ่ายตามการใช้งานจริง ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่าหากโครงการดีตั้งแต่แรก คงไม่ต้องแก้ไขสัญญาและรอจนถึงทุกวันนี้
“การแก้ไขสัญญาเป็นไปเพื่อปกปิดข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด หรือร่องรอยทุจริตหรือไม่ ถ้ามันเริ่ด มันถูกต้องอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องแก้ไขตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะแก้สัญญาหรือปรับเปลี่ยนอย่างไร แต่ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้หมด ส่วนตัวคิดว่าความผิดสำเร็จแล้ว” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า มีความพยายามที่บริษัทคู่สัญญาฟ้องร้องนายธีระชาติ ก่อตระกูล คณะทำงานผู้นำฝ่ายค้าน และทีมนโยบายดิจิทัล พรรคประชาชน ซึ่งคดีลักษณะนี้เป็นคดีฟ้องปิดปาก (SLAPP) จากเนื้อหาที่ทราบ นายธีระชาติได้วิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH-AI passport ร่วมกับ กมธ.มาโดยตลอด ซึ่งเนื้อหาค่อนข้างรุนแรง และชี้ประเด็นอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม แต่การถูกฟ้องมาจากการแชร์โพสต์หนึ่ง ซึ่งโพสต์ดังกล่าวเป็นผู้มีความรู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โครงการนี้ มีคนแชร์โพสต์นี้เกือบ 400 คน แต่มีนายธีระชาติคนเดียวที่ถูกฟ้องเหมือนเป็นการพุ่งเป้า จึงขอให้กำลังใจนายธีระชาติ
เมื่อถามว่า อยากสื่อสารอะไรถึงนายไชยชนกหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า การเป็นรัฐมนตรีหน้าที่อย่างหนึ่งคือ มาสภาฯ ทำหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการตอบกระทู้หรือชี้แจงต่อ กมธ.ไม่ได้ทำอะไรที่เกินเลยไป เพราะเรามีการออกหนังสือและนัดล่วงหน้า อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ตนมีโอกาสคุยกับนายไชยชนกนอกรอบ ซึ่งท่านยืนยันว่าจะไม่มาชี้แจงต่อ กมธ.นี้ ไม่ว่าจะว่างหรือไม่ว่างก็ตาม ถือเป็นปัญหา แม้ไม่อยากจะมาชี้แจง แต่ต้องให้ให้เกียรติตัวแทนใน กมธ.ที่ประชาชนเลือกมาทั้งจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เรามีประชาชนสนับสนุนถึงมายืนตรงนี้ได้ และต้องใช้อำนาจแทนประชาชนอยู่
“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายไชยชนกถูกข้อครหาเสมอมาว่าจะต้องมีคนคอยห้อมล้อมเป็นลูกนาย ต้องมีคนออกมาปกป้องอยู่เสมอ ไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตนเอง แม้กระทรวงดีอีจะเป็นกระทรวงเล็กๆ ก็จะต้องมีรัฐมนตรีช่วยมาคอยอนุบาล ดิฉันมองว่าการมาตอบ กมธ. และการตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาในเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ อาจทำให้นายไชยชนกออกจากภาพที่ต้องเป็นไข่ในหิน เป็นลูกแหง่ หรือเป็นคนที่คอยมีผู้พิทักษ์ปกป้องตลอดเวลาได้ โตเป็นผู้ใหญ่ได้แล้วทำได้อะไรได้ด้วยตัวเอง จึงขอให้นายไชยชนกมาชี้แจงต่อ กมธ.ด้วยตัวเอง“ น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า สำหรับการประชุมสภาฯ สมัยหน้าที่จะมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โครงการ TH-AI passport เป็นหนึ่งในหัวข้อที่จะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย เพราะเรื่องนี้ทุกอย่างชัดเจน เหลือแค่กระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการเมื่อไร เท่านั้นเอง




