หน้าแรก การเมือง เด็จพี่ เตือน...

เด็จพี่ เตือนรบ.แก้กฎหมายปืน ต้องทำให้โจรกลัว แนะคุมใบอนุญาต-ปิดช่องขายปืนเถื่อน

13.08.26 | 14:13 น.
แก้กฎหมายปืน

เด็จพี่ เตือนรบ.แก้กฎหมายปืน ต้องทำให้โจรกลัว อย่าทำคนสุจริตสับสน แนะคุมตั้งแต่ใบอนุญาตยันปิดช่องขายปืนเถื่อนออนไลน์

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของรัฐบาลในการคุมเข้มอาวุธปืนและเตรียมปรับปรุงกฎหมายว่า จากเหตุรุนแรงและข่าวเกี่ยวกับอาวุธปืนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนจำนวนมากกังวลว่า ประเทศไทยกำลังแก้ปัญหาปืนตรงจุดหรือไม่ ได้ฟังเสียงประชาชนซึ่งกำลังถามง่ายๆ ว่าถ้ารัฐบาลจะคุมปืนให้เข้มขึ้น ต้องทำให้คนร้ายหาปืนยากขึ้น ไม่ใช่ทำให้คนสุจริตที่ทำถูกกฎหมายสับสนว่าตัวเองมีสิทธิและหน้าที่อย่างไร ขณะที่ปืนเถื่อนยังเป็นปัญหาอยู่


นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ข้อมูลการระดมกวาดล้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วงวันที่ 25–31 ม.ค.ดำเนินคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุน 1,431 คดี ยึดอาวุธปืน 1,420 กระบอก ในจำนวนนี้เป็นปืนไม่มีทะเบียนถึง 1,245 กระบอก และปืนมีทะเบียน 175 กระบอก หรือพูดง่ายๆ ว่าปืนที่ตำรวจยึดได้ในการกวาดล้างครั้งนั้นเกือบ 9 ใน 10 เป็นปืนไม่มีทะเบียน ทั้งนี้ ไม่ได้เอาตัวเลขนี้ไปเหมารวมว่าอาชญากรรมทั้งประเทศเกือบ 9 ใน 10 เกิดจากปืนเถื่อน แต่ตัวเลขของตำรวจสะท้อนชัดว่าปืนที่อยู่นอกระบบเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐต้องให้ความสำคัญ และมากพอที่จะถามรัฐบาลว่า วันนี้เรากำลังทุ่มกำลังปราบถูกจุดแล้วหรือยัง

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ถ้าจะคุมปืนก็ต้องคุมให้ครบ ตั้งแต่การออกใบอนุญาต การซื้อขาย การพกพา ช่องทางออนไลน์ ไปจนถึงปืนเถื่อนและการลักลอบนำเข้า อย่าคุมเข้มอย่างหนึ่ง แต่เปิดช่องอีกอย่างหนึ่ง เพราะสุดท้ายคนที่รับความเสี่ยงคือประชาชน ก่อนรัฐบาลจะเดินหน้ากฎหมายใหม่ ควรตอบประชาชนให้ได้ 3 เรื่อง คือปืนเถื่อนจะลดลงจริงหรือไม่ คนร้ายจะหาปืนยากขึ้นจริงหรือไม่ และเหตุอาชญากรรมกับความรุนแรงจะลดลงจริงหรือไม่ พร้อมทั้งควรเปิดข้อมูลให้ชัดว่าปืนที่ถูกนำไปใช้ก่อเหตุในแต่ละปีเป็นปืนมีทะเบียน ปืนไม่มีทะเบียน ปืนดัดแปลง หรือปืนที่หลุดจากระบบจำนวนเท่าใด เพื่อให้การแก้กฎหมายตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ถ้าตอบ 3 ข้อนี้ไม่ได้ ต่อให้เขียนกฎหมายเพิ่มอีกร้อยมาตรา ประชาชนก็ยังไม่รู้สึกปลอดภัย ปัญหาเรื่องปืนต้องแก้ด้วยข้อมูล ไม่ใช่แก้ด้วยความรู้สึก และต้องวัดผลจากชีวิตประชาชน ไม่ใช่วัดแค่ว่าออกกฎหมายได้กี่มาตรา

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลควรเปิดรับฟังเสียงประชาชน ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ครอบครองปืนโดยชอบด้วยกฎหมายอย่างรอบด้าน เพราะเรื่องนี้ไม่ควรถูกทำให้เป็นการแบ่งฝ่ายระหว่างคนมีปืนกับคนไม่มีปืน แต่ต้องยึดเป้าหมายเดียวกัน คือทำอย่างไรให้คนปลอดภัยขึ้นจริง กฎหมายที่ดีต้องทำให้โจรกลัว ไม่ใช่ทำให้คนสุจริตสับสน คุมปืนต้องคุมให้ถูกคน ปราบปืนต้องปราบให้ถูกจุด และนโยบายปืนของรัฐต้องมีทิศเดียว คือทำให้คนร้ายเข้าถึงปืนยากขึ้นและทำให้ประชาชนปลอดภัยขึ้นจริง

Advertisement