หน้าแรก การเมือง ปชป.ตั้งทีมกฎ...

ปชป.ตั้งทีมกฎหมาย เอาผิด กกต.-ดีเอสไอ หากเป่าคดีฮั้ว ส.ว. ลุยฟันนักการเมืองเอี่ยวโกง

14.08.26 | 12:24 น.
ปชป.

ปชป.เดินเกม ตั้งทีมกฎหมาย จ่อเอาผิด กกต.-ดีเอสไอ ปมเป่าคดีฮั้วส.ว. พร้อมเอาผิด ‘พรรคการเมือง-นักการเมือง’ เอี่ยวปมจัดตั้ง-แลกคะแนนโกง สว.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งทีมกฎหมายเพื่อติดตามกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมพิจารณาคดีฮั้ว ส.ว. ว่าจะส่งศาลฏีกาหรือไม่ หากพบว่า กกต. ไม่ส่งคดีไปยังศาล จะส่งคำร้องเพื่อเอาผิด กกต. ทั้งคดีอาญาและการทุจริตต่อไป


นายพงศกร กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นแล้วพรรคฯยังมีการตรวจสอบกรณีของฮั้ว ส.ว.ที่มีลักษณะพบว่า พรรคการเมือง นักการเมือง หรือมีการกระทำที่เป็นลักษณะขององค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งหรือแลกคะแนนเลือกส.ว.หรือไม่ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเขาข่ายผิดกฎหมาย

นอกจากนั้นยังรวมถึงการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ล่าสุดพบว่าท่าทีต่อการเอาจริงเอาจังในคดีฮั้ว ส.ว.เปลี่ยนไป โดยจะรอให้ กกต. สรุปเรื่องก่อน ทั้งที่ดีเอสไอสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง เพราะก่อนหน้านั้น ดีเอสไอเคยสั่งฟ้องกกต. 8 คนที่เกี่ยวกับคดี จึงถือว่ามีอำนาจตามกฎหมายคดีพิเศษ เข้าความผิดมูลฐาน ทั้งนี้หากพบความผิดปกติ จะดำเนินการต่อดีเอสไอเช่นกัน

“พรรคฯได้เตรียมรวบรวม ข้อมูล ร่างหนังสือ พร้อมหลักฐานเพื่อเตรียมส่งให้ดำเนินการกับพรรคการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่ง ส.ว. เพราะตามกฎหมายกำหนดเจตนาให้ ส.ว.มีความอิสรระ มีความคิดเป็นของตนเอง เพื่อเข้าไปทำหน้าที่คัดกรอง เสนอแนะกฎหมายต่อสังคม หากพรรคใดควบคุม ครอบงำ ถือว่าผิดกฎหมายแน่นอน โดยขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการ” นายพงศกร กล่าว

Advertisement

นายพงศกร กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันพบคำครหาว่า กกต. ถูกครอบงำ หากไม่สั่งฟ้องทั้งที่มีหลักฐานตามที่พรรคประชาชน ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์นำเสนอ ทั้งนี้ในหลักฐานที่เกี่ยวกับพรรค หรือนักการเมืองทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ซึ่งกฎหมายเขียนไว้เป็นความผิด จะดำเนินการแน่นอนโดยเฉพาะพรรคการเมือง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดังนั้นสิ่งที่พรรคทำ มี 3 ประเด็น คือ 1.ร่างคำร้องหาก เอาผิดทั้งคดีอาญาและทุจริต หากกกต.สั่งไม่ฟ้อง 2.หากมีหลักฐานมีกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองก็จะเอาผิดด้วย และ3.กรณีของเส้นทางการเงิน เพราะจากการตรวจสอบของ คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ที่นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน กมธ.ฯ พบว่าการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องรอให้ สำนักงานคณะกรรมการรป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ส่งเรื่องก่อนถึงดำเนินการได้

“ผมเชื่อว่าหากสุดท้ายดำเนินการได้ เส้นเงินจะไปถึง เพราะสิ่งที่พรรคประชาชนเปิดเผยข้อมูล และมีเบาะแสที่ภาครัฐยังไม่ได้ดำเนินการเกี่ยวกับเส้นเงินจริงจัง หาก ปปง. ทำได้จะมัดตัวได้” นายพงศกร กล่าว