เท้งลั่นลุยซักฟอกรัฐบาล เปิดสภายื่นแน่-แผลอื้อ แย้มถลกปม ‘ฮั้วสว.-ทุจริต อนุทิน บินตรวจเยี่ยม บน.1
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เดินทางถึงกองบิน 1(บน.1) อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
โดยนายกฯ ได้ขับเครื่องบินส่วนตัวมายัง บน.1 เมื่อเครื่องบินของนายกฯเข้าสู่พื้นที่เครื่องบิน F- 16 จำนวน 3 ลำ ขึ้นบินโดยมี 2 ลำ บินขนาบข้างเครื่องบินของนายกฯ ซ้าย และขวา และเครื่องบิน 1 ลำ บินเหนือเครื่องบินของนายกฯ ซึ่งถือเป็นการจำลองภารกิจการฝึกบินอารักขาแบบที่มีบุคคลสำคัญร่วมบินจริง ก่อนบินลงจอด และขึ้นแท่นรับความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ โดยมีเครื่องบินขับไล่ F -16 จำนวน 3 ลำ บินเป็นเกียรติต้อนรับในโอกาสเดินทางตรวจเยี่ยมกองบิน 1 พร้อมชมการสาธิตภารกิจกองทัพอากาศ(ทอ.) การบินจำลองการโจมตีทางอากาศที่เรียกว่า อากาศสู่พื้น หรือ Air-to-Ground และ อากาศสู่อากาศ หรือ Air-to-Air
ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า จะเป็นในสมัยประชุมหน้านี้แน่นอน แต่จะเป็นช่วงไหนนั้น เนื่องจากเป็นจังหวะทางการเมือง มีเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าฝ่ายบริหารหรือนายกรัฐมนตรีจะไม่สามารถยุบสภาฯ ได้ หลังจากที่มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ดังนั้น การเปิดเผยไทม์ไลน์ที่จะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะขัดกับเรื่องของการเมืองเล็กน้อย ฉะนั้น จึงไม่สามารถที่จะบอกในส่วนนี้ได้ แต่จะเป็นในสมัยประชุมหน้าแน่นอน
เมื่อถามว่า อะไรจะเป็นแผลที่เราไปตีรัฐบาล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริงๆ เยอะแยะเต็มไปหมดในเรื่องของระบอบสีน้ำเงิน ที่ปัจจุบันเป็นรากของปัญหาในแต่ละเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น ความไม่โปร่งใสขององค์กรอิสระ คิดว่าประชาชนเห็นภาพขึ้นทุกวันว่าตราบใดที่เรายังมีรัฐบาลที่บริหารประเทศใต้ระบอบสีน้ำเงิน ประเทศไทยไม่มีอนาคตแน่นอน และต้องเรียกว่าบิลทุกใบที่รัฐบาลบริหารประเทศอย่างฉ้อฉล บริหารประเทศผิดพลาด เราเก็บไว้หมดและทุกอย่างจะถูกนำมาเปิดในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และ คิดว่าเรื่องของการโกงส.ว. เป็นประเด็นหนึ่ง แต่เรายังมีอีกหลายประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กันจึงอยากให้ทุกคนรอติดตามว่าพรรคปชน.จะมีการอภิปรายในประเด็นใดบ้าง
ขณะที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า วันที่ 14 สิงหาคม ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) ที่กระทรวงการคลัง โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยมีการสั่งดีอีจัดทำรายละเอียดโครงการใช้เงิน หลังประเมินโครงการ ไม่มีรายละเอียด ขอบเขตกว้างมากเกินไป ซึ่งปัจจุบันฐานะกองทุนดีอี ประมาณ 2,000 ล้านบาท โครงการ TH-AI Passport ยังคงใช้แหล่งเงินจากกองทุนดีอี ประจำปี 2569
“เบื้องต้น กำหนดเปิดทดสอบระบบลงทะเบียนเข้าโครงการ ในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ 28 สิงหาคม 2569 และใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ กระทรวงดีอี จะออกคิวอาร์โค้ด เพื่อกรอกรายละเอียดลงทะเบียน และใช้แอปฯ ThaiD สแกนยืนยันตัวตน พร้อมชี้แจงว่า การวางไทม์ไลน์ดังกล่าว เพื่อลดความคับคั่ง ป้องกันระบบล่ม ซึ่งประชาชนสามารถลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อทดสอบระบบ หรือ Pre station วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป และกำหนดเปิดลงทะเบียน เต็มรูปแบบและใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยจำกัดเพดานผู้ได้รับสิทธิจำนวน 5 ล้านคน และจ่ายเงินตามการใช้งานจริง หรือ pay per used’ นายไชยชนก กล่าว

