ป.ป.ช.ลุยสางโกงสอบท้องถิ่น ยันหลักฐานถึงใครฟันหมด’อนุทิน’ลั่นคดีไม่มีเส้นสาย-เพดาน กมธ.หวั่นตัดตอน-จบที่ปลาตัวเล็ก วอนรบ.สอบเส้นเงินสาวถึงผู้บงการใหญ่
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเพจชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย ออกมาเผยแพร่แชทข้อความที่อ้างว่า มี สจ.จังหวัดสตูล เป็นนายหน้าช่วยทุจริตสอบท้องถิ่น โดยระบุว่า ตนฟังรายงานเฉพาะคนที่ตนแต่งตั้งเป็นทางการ และหน่วยงานที่ร่วมตรวจสอบ อาทิ สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และสำนักงานป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ดำเนินการอยู่ และร่วมมือกัน ในการขอใช้กำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับตำรวจสอบสวนขยายผล หากพบการกระทำความผิดในส่วนใด เจ้าหน้าที่จะกระจายงานกันออกไปยังหน่วยงานที่มีหน้าที่สอบสวน และดำเนินคดี
“ใครทำผิดต้องถูกดำเนินคดี ไม่มียกเว้น ไม่มีเส้น ไม่มีสาย ไม่มีเพดาน ถึงใครก็คนนั้น” นายกฯ กล่าว
ด้านนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า หลังตั้งคณะกรรมการไต่สวน คณะทำงานอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน แต่พยานหลักฐานในคดีค่อนข้างเยอะ แบ่งเป็นหลายกลุ่ม จึงต้องการกระจายกำลังทำงานในหลายพื้นที่ สิ่งที่ทำคู่ขนาน คือ การตรวจกระดาษคำตอบ โดยตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจกระดาษคำตอบโดยเฉพาะว่า มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงมากน้อยอย่างไร และยังคงกรอบระยะเวลา 3-6 เดือนเหมือนเดิม แต่การรวบรวมพยานหลักฐานที่ค่อนข้างอ่อนไหว เพราะผู้เกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานมีส่วนเป็นผู้กระทำความผิดด้วย จึงต้องใช้ความระมัดระวัง ละเอียด และรอบคอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งจาก ป.ป.ช. และตำรวจ เพียงพอดำเนินการแล้วหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ยัง เนื่องจาก ป.ป.ช.ดูภาพใหญ่ และดูคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงคนที่ถูกแก้คะแนนแล้วได้รับการบรรจุด้วย จึงต้องคัดกรองว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดจริง ซึ่งต้องใช้เวลาในขั้นตอนนี้เยอะ
เมื่อถามว่า จะเชิญตัวข้าราชการระดับสูงเข้ารับการไต่สวนหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้เรียกเข้ามา ตอนนี้ดำเนินการเฉพาะพยานหลักฐานกลุ่มใหญ่ๆ ก่อน เพราะพยานหลักฐานส่วนบนค่อนข้างรู้หน้าที่ชัดแล้วว่า ใครทำหน้าที่อะไร แต่ที่มีปัญหาอยู่จะเป็นส่วนล่างๆ โดยตั้งประเด็นการไต่สวนไว้ 1 ประเด็น คือ มีการโกงสอบหรือไม่และใครเป็นผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า มีถึงการตั้งข้อสังเกตว่าจะสาวถึงแค่นายธีรุฒม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานจะไปถึงไหน การตรวจสอบมีประเด็นแยกย่อยอีก ย้ำว่าในการไต่สวน หากมีข้อพิรุธในส่วนไหน ก็ต้องดำเนินการไปถึงอยู่แล้ว การทำงานไม่ล่าช้า และไม่น่าเป็นห่วง ดูจากพยานหลักฐานมีการสอดรับเป็นเหตุเป็นผลกัน โอกาสจะมีการเปลี่ยนแปลงน่าจะเกิดได้ยาก ฉะนั้นขอให้อดทนรอ ใจเย็นๆ เพราะ ป.ป.ช.ตั้งคณะทำงานค่อนข้างเยอะ การยกคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากต้องการให้เห็นผลเร็วที่สุด
เมื่อถามว่า จะขยายผลถึงนักการเมือง และรัฐมนตรีหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า หากหลักฐานไปถึงใครก็สุดที่ตรงนั้น ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงถึงรัฐมนตรีหรือไม่ ทั้งนี้ทุกคนที่เกี่ยวข้องในคดีต้องถูกไต่สวนทั้งหมด คดีนี้ไม่ได้เรียกมาสอบอย่างเดียว แต่ลงพื้นที่หาพยานหลักฐานควบคู่ไปด้วย
เมื่อถามว่า สังคมครหาว่าคดีนี้สุดท้ายอาจเป็น “มวยล้มต้มคนดู” เกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ว่าไปตามพยานหลักฐาน หากไปถึงใครก็คนนั้น เพียงแค่กระบวนการไต่สวนของป.ป.ช. ต้องได้พยานหลักฐานมาอย่างมั่นใจ มั่นคง รอบคอบว่าเกี่ยวข้องกับจริง แล้วจึงแจ้งข้อกล่าวหา เมื่อถามย้ำว่า คดีนี้จะไม่เจอตอใช่ไหม นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า “ไม่เจอ ไม่เคยเจอตอ”
นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สถ.ส่งรายชื่อกว่า 5,000 รายชื่อซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบไปยังปลายทางที่มีการบรรจุ เพื่อให้คณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น(ก.) แต่ละพื้นที่พิจารณาถอดถอนตามบัญชีรายชื่อ ส่วนใหญ่เป็นรายชื่อผู้จ่ายเงิน ซึ่งเป็นเพียงปลาตัวเล็กเท่านั้น ตนห่วงว่าจะมีการตัดตอนให้จบแค่ผู้จ่ายเงิน จึงเรียกร้องรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องว่าต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ทั้งหมด สาวให้ถึงตัวใหญ่ระดับสั่งการให้ได้



