‘พริษฐ์’ จี้ กกต.แจงปม ‘สุรชัย’ รับโอนเงิน 8.6 แสนบาท เหตุใดไม่สอบ ‘ญานี-สุขสมรวย’ เรียกร้องตั้งโต๊ะแถลง-เปิดเอกสารต่อสาธารณะ ลั่น หากไม่เปิด จะเสนอกมธ.องค์กรอิสระฯ เรียกเอกสารพ่วงรายละเอียดการทำงานอนุฯ ชุด 36 หลังขอไป 2 เดือนแต่ยังไม่ได้
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เราจะยอมรับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบบนี้กันจริงๆ” โดยมีเนื้อหาว่า ตนอยากให้ลองตั้งสมมุติฐานกันก่อนว่าเราเชื่อทุกสิ่งที่ กกต. พูด (ซึ่งลึกๆ แล้ว จะเชื่อหรือไม่เป็นอีกเรื่อง) เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ปรากฏต่อสาธารณะและที่ได้รับการยืนยันหรือชี้แจงจาก กกต. เกี่ยวกับเส้นเงิน 860,000 บาท สามารถสรุป ได้ดังต่อไปนี้ 1.มีการโอนเงิน 860,000 บาทจริง จากน.ส.ญาณี ปัจจุบันเป็น ส.อบจ.อำนาจเจริญ ไปที่นายสุรชัย อดีตพนักงานสืบสวนของกกต. ในช่วงเมษายน-กรกฎาคม 2567
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า 2.ในช่วงโอนเงินน.ส.ญานี ผู้โอนเงิน มีการทำงานและร่วมกิจกรรมกับนางสุขสมรวย วันทนียกุล ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวได้เริ่มต้นมาก่อนหน้านั้นเป็นหลายปีแล้ว 3.ในช่วงโอนเงิน หรือก่อนโอนเงินเล็กน้อยนายสุรชัย ผู้รับโอนเงิน ทำหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนของ กกต.ที่รับผิดชอบสำนวนคำร้องเรื่องการทุจริตเลือกตั้งส.ส. ของนางสุขสมรวย ในอำนาจเจริญ เขต 1
นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า 4.ในช่วงโอนเงิน กกต.มีมติยกคำร้องเรื่องการทุจริตเลือกตั้งส.ส. ของนางสุขสมรวย ในอำนาจเจริญ เขต 1 อ้างอิงคำวินิจฉัย กกต.ที่ 78/2567 วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 และ 5.กกต.เพิ่งมาค้นพบหรือได้ข้อสรุปในปี 2568 ว่านายสุรชัย มีพฤติกรรมในการเรียกรับเงินจริง โดย กกต. มีการพูดถึง 2 กรณี คือกรณีเลือกตั้งท้องถิ่น จ.ตาก ทาง กกต. ได้มีมติไปแล้ว ให้ไล่นายสุรชัยออก และกรณีเลือกตั้ง ส.ส.อำนาจเจริญ ซึ่งเชื่อมโยงกับเส้นเงิน 860,000 บาท ทางคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย มีความเห็นเบื้องต้นว่าควรไล่สุรชัยออกเช่นกัน
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า คำถามง่ายๆ คือในเมื่อ กกต. มีความเห็นเบื้องต้นว่านายสุรชัย กระทำความผิดจริง ในการเรียกรับเงิน 860,000 บาท จากน.ส.ญาณี ซึ่งเป็นเครือข่ายนักการเมืองในอำนาจเจริญ ทำไม กกต.จึงไม่สอบสวนน.ส.ญาณี ถ้าผู้รับโอนถูกตัดสินว่าผิด แล้วเหตุใดผู้โอนถึงไม่ถูกสอบสวนหรือตัดสินว่าผิดเช่นกัน และทำไม กกต. ถึงไม่สอบสวนนางสุขสมรวย ยิ่งในเมื่อผู้โอนมีความใกล้ชิดกับนางสุขสมรวย และในเมื่อคำร้องที่นายสุรชัยรับผิดชอบ และที่ กกต. มีมติยกเป็นสำนวนที่เป็นข้อกล่าวหาต่อนางสุขสมรวย
“ขนาดเราลองทำใจเชื่อ กกต. ทุกคำพูดแล้ว ผมเห็นว่าเรายังทำความเข้าใจได้ยาก ว่าทำไม กกต. ถึงตัดสินใจแบบที่ผ่านมาว่าจะดำเนินการหรือไม่ดำเนินการสอบสวนเรื่องอะไร และไม่แน่ใจว่า กกต. มีข้อเท็จจริงสำคัญอะไรเพิ่มเติมที่ยังไม่ได้ชี้แจงหรือไม่ แต่ผมเห็นว่า กกต. ควรตั้งโต๊ะแถลงเรื่องนี้ และเปิดเผยเอกสารการสอบสวนในทุกระดับสำหรับทุกกรณีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบและสิ้นข้อสงสัย” นายพริษฐ์ ระบุ
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า หาก กกต.ไม่เลือกเปิดเอง ในการประชุมสัปดาห์หน้า ตนจะเสนอคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิวาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ให้มีมติเรียกเอกสารดังกล่าวจาก กกต. ตามกลไกทางกฎหมาย และจะขออนุญาตใช้โอกาสนี้ในการทวงถามเอกสารเรื่องการเลือก สว. ที่ กมธ.ขอ กกต. ไปตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้วและยังไม่ได้รับ เช่น รายละเอียดการทำงานของอนุฯ ชุดที่ 36 ในคดีโกง สว. และคดีอื่นๆ ที่ผ่านมา



