เท้ง เปิดเวทีผู้นำฝ่ายค้านฯ พบประชาชน อัดระบบการเมืองไทยไม่เห็นหัวประชาชน ซัด กลไกตรวจสอบถ่วงดุลไร้ประสิทธิภาพ ไม่เชื่อสร้างประเทศที่ดีได้ด้วยคนดี บอกต้องแก้การเมืองให้ตรวจสอบได้ ชี้ องค์กรอิสระไม่อิสระจริง ยังมีที่มาจาก ส.ว.ที่ไม่ยึดโยงประชาชน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรม “เวทีผู้นำฝ่ายค้าน: แนวทางปฏิรูปสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล” โดยมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดงาน และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร่วมวงเสวนา เรื่องปัญหาของสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ และคดีโกง ส.ว.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นเรื่องดีที่เราจะมาพูดเรื่องใหญ่และปัญหาของประเทศไทยว่าจริงๆ แก่นและรากของปัญหายึดโยงกับประเทศไทย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากภายในและภายนอก หากเรามีความเข้มแข็งจากภายในเราพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราต้องการเข้าไปแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ แต่กติกาสูงสุดนั่นคือรัฐธรรมนูญยังไม่ได้เปิดช่องให้เราเข้าไปทำในส่วนนี้ได้ ทุกวันนี้อำนาจรัฐไม่เคยเห็นหัวประชาชน ไม่เคยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตนมีคำถามว่าปัญหาทั้งหมดในประเทศไทย เป็นเพราะประเทศไทยขาดกฎหมาย หรือขาดกระบวนการในการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพกันแน่ และตราบใดที่เรายังมีนักการเมืองมองเห็นปัญหาตรงกัน รู้ว่าประเทศไทยมีกำแพงใหญ่ๆ อะไรบ้าง
แต่สุดท้ายที่มาของการเข้าสู่อำนาจสังคมยังคงตั้งคำถามว่า เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนที่อยู่ในอำนาจของฝ่ายบริหารพร้อมจะใช้อำนาจของตัวเองทุกอย่างเข้าไปแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่หากเข้าสู่อำนาจแบบไม่ถูกต้อง ก็จะพยายามใช้อำนาจทุกอย่างเข้าไปต่อเติมกำแพงให้หนาขึ้นเพื่อคงสถานะให้อยู่ในตำแหน่งหรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีปัญหาภายนอกอื่นๆ เช่น เรื่องทุนเทายึดกุมประเทศไทย สแกมเมอร์ การสวมสิทธิพ่อทิพย์แม่ทิพย์ แต่หากมองย้อนกลับมาแล้วนั้น เป็นเพราะไทยอ่อนแอจากภายในใช่หรือไม่ ทำให้เราไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากประชาชนไม่สามารถไว้วางใจคนที่อยู่ในอำนาจฝ่ายบริหารได้ เราจะสามารถหวังพึ่งใครให้เขามาตรวจสอบถ่วงดุลได้ คำตอบคงหนีไม่พ้นองค์กรอิสระ แต่คำถามตามมาคือเราสามารถเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบขององค์กรอิสระได้หรือไม่ เช่น กรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยกคำร้องการยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ฝ่ายค้านได้ยื่นคำร้องถึงประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ประธานรัฐสภาก็เป็นกลุ่มเดียวกัน
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า กรณีที่วันที่ 26 สิงหาคมนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะเรียกพยานให้ความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญประเด็นบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ประชาชนสามารถเชื่อมั่นกระบวนการได้อย่างไร เพราะตุลาการฯ ที่มาจากการเลือก สว.ก็ยังคงมีประเด็นการฮั้ว ส.ว. ซึ่งทำให้สังคมตั้งคำถามการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระว่า ที่มาขององค์กรอิสระนั้นทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเป็นอิสระจริงหรือไม่ ซึ่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้มาจาก สว.แต่ปัจจุบัน ส.ว.ก็ยังมีที่มาที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน
“ผมไม่เชื่อว่าจะสามารถสร้างประเทศที่ดีได้ด้วยคนดีเพียงอย่างเดียว แต่ตราบใดที่กติการัฐธรรมนูญยังเปิดช่องให้คนโกงเข้ามาได้ โดยไม่มีกลไกถ่วงดุลตรวจสอบ ไม่ว่าจะมีคนดีกี่คน ในอนาคตปัญหาต่างๆ ก็ยังคงอยู่ มีเพียงการเปลี่ยนคน เปลี่ยนพรรค เปลี่ยนหน้า หรือเปลี่ยนสี ดังนั้น สุดท้ายจะต้องกลับมาแก้ไขระบบการเมืองให้มีกลไกการถ่วงดุลตรวจสอบได้” นายณัฐพงษ์



