‘สุวัจน์’ เปิดหลักสูตร วธอ. 11 ชี้ศก.ไทยโตต่ำ-หนี้พุ่ง ย้ำเอกชน-ภาครัฐ จับมือปรับตัวรับ AI -ภูมิรัฐศาสตร์โลก
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น.นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อการพัฒนาการประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรม (IBID) เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศ
หลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” (วธอ.11) โดยมี รศ.ดร.พีระ เจริญพร (คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะ ผู้อำนวยการหลักสูตร วธอ. นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ประธานมูลนิธิ ฯ ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ผู้อำนวยการสถาบันวธอ. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) นายสุภาพ คลี่ขจาย วธอ.รุ่น 1 พร้อมด้วยนักศึกษาวธอ.รุ่น 11 จำนวน 125 คน เข้าร่วมงาน ณ ห้องปลาวาฬ บอลรูม โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา รีสอร์ท หัวหิน

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า หลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” (วธอ.11) ถือเป็นรุ่นที่มีผู้สมัครสูงสุดเป็นประวัติการณเกือบ 360 คน และผ่านการคัดเลือก จำนวน 125 คน โดยการอบรมจัดขึ้นเพื่อ Re-skill และ Up-skill ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Technology Disruption) และวิกฤตเศรษฐกิจระดับโลก ตลอดจนสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ผันผวน จึงมีการออกแบบหลักสูตรให้นักศึกษาต้องเรียนรู้เรื่องภูมิรัฐศาสตร์, AI, การตลาดสมัยใหม่ที่มาจาก Big Data, การบริหารความเสี่ยงขององค์กร, การวางยุทธศาสตร์ระยะยาวของบริษัท และทิศทางพลังงานของประเทศไทย
โดยเชิญวิทยากรที่มีความรู้ในแต่ละด้าน มาให้ความรู้ความเข้าใจ ถึงสถานการณ์ความผันผวนของโลก ในทุกมิติ ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง การแบ่งขั้วของมหาอำนาจใหม่ สงครามการค้า สงครามจริงๆ ที่มีผลกระทบต่อซัพพลายเชน ปัญหาเรื่องโลกร้อนที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าและต้นทุน สังคมผู้สูงวัยของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง AI นักธุรกิจจะต้องเข้าใจปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ และปรับตัว ให้ทันกับเมกะเทรนด์ของธุรกิจโลก คือ เรื่อง AI สังคมผู้สูงวัย โลกร้อน และภูมิรัฐศาสตร์ และต้องมีการจับมือร่วมมือกัน ภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อผนึกนโยบายที่แข็งแกร่งเพียงพอ ที่จะต่อสู้กับความผันผวนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกและภายในประเทศ โดยเฉพาะขณะนี้ GDP เราไม่โตและปัญหาหนี้สินทั้งภาครัฐและหนี้ประชาชนสูงมาก เป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องร่วมกันแก้ไข ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
“เป้าหมายสูงสุดของหลักสูตรนี้ คือการสร้างนักธุรกิจที่แหลมคม มีความรู้ทันสมัย และเกิดการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อให้ทุกคนนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ธุรกิจ และสังคมอย่างยั่งยืน” นายสุวัจน์ กล่าวทิ้งท้าย



