บริษัทในสมุย ต้องสงสัย 8 พันแห่ง แฉต่างชาติ เปลี่ยนวิธีใหม่ จากซื้อที่ดินตรง เป็นเช่ายาว 30 ปี

15.08.26 | 13:54 น.

“พลพีร์​-สำราญ​” ร่วมทลายนอมินี​สมุยเฟส​ 7 สั่งจว.เร่งบังคับจำหน่าย​บริษัทนอมินี​ บอกคุยต่างชาติ​พบช่องโหว่เลี่ยงซื้อที่ดินตรง​ เปลี่ยนเป็นเช่าระยะยาว​ ลั่น​เจตนา​ทวงคืนผืนดินไทย ตามต่อ 101 หมายสมุยโมเดล

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่วิทยาลัยสหวิทยาการ​​ อ.สมุย จ.สุราษฎร์​ธานี​ นายพลพีร์​ สุวรรณ​ฉวี​ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​ พร้อมด้วย​ พล.ต.อ.สำราญ​ นว​ลมา​ รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ​ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัด​ นายรณรงค์​ ทิพย์ศิริ​ รองอธิบดี​กรม​การปกครอง​ ม.ล.ภู่ทอง​ ทองใหญ่​ รองอธิบดี​กรมพัฒนา​ธุร​กิจการค้า​ พล.ต.ท.สุรพงษ์​ ถนอมจิตร​ ผู้ช่วยผู้บัญชา​การตำรวจแห่งชาติ​ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร.​ ร่วมแถลงปฏิบัติการนอมินีที่ครอบครองที่ดินในอ.สมุย


นายพลพีร์​ กล่าวว่า​ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในการปกป้องชาติประชาชนและบริษัทที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย หรือประเด็นภารกิจที่กระทรวงมหาดไทย​ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ บูรณาการงานร่วมกันและปฏิบัติร่วมกันมาโดยตลอด มาถึงวันนี้เป็นเฟส 7 ของ สมุย​ ซึ่งบริษัทนิติบุคคลบนเกาะทั้งหมดมีประมาณ 12,000 บริษัท​ มีบริษัทต้องสงสัยประมาณ 8,000 บริษัท​ แต่ในมุมของกรมที่ดิน​ภายใต้สังกัดกระทรวงไทย บริษัทที่ครอบครองที่ดินในอำเภอสมุยมีทั้งหมด 3,892 บริษัท เป็นบริษัทที่ครอบครองโดยผิดกฎหมายหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติมากกว่าคนไทย 138 บริษัท และมีบริษัทที่ถือครองที่ดินเข้าข่ายเป็นนอมินีอีก 2,579 บริษัท มองว่า​เป็นตัวเลขที่น่าตกใจ ซึ่งตัวนอมินีตนได้ให้นโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดว่า 138 บริษัทนั้นที่ตรวจสอบกับทางกรมธุรกิจการค้าแล้ว​ มีความชัดเจนว่าผู้ถือครองบริษัทและที่ดินบนเกาะสมุยผิดกฎหมาย​ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการจังหวัดจะต้องเร่งนำทั้ง 138 บริษัทเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการจังหวัด เพื่อบังคับใช้กฎหมาย​และจำหน่ายต่อไป

นายพลพีร์​ กล่าวว่า​ ส่วนบริษัทที่ยังมีความสงสัย 2,000 กว่าบริษัท ได้มอบให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด​ กรมที่ดิน​ พาณิชย์จังหวัดได้บูรณาการงานร่วมกันในการหาข้อมูลในเชิงลึกที่เกี่ยวข้องหากผิด​ จะต้องดำเนินคดีเช่นเดียวกัน ส่วนในภารกิจวันนี้ต้องขอบคุณ รองผบ.ตร.ในเรื่อง​โครงข่ายหุ้นส่วน​ หนึ่งในนั้นเป็นสัญชาติอิสราเอล​ ซึ่งจากการสืบสวนในการพูดคุยกับต่างชาติบริเวณด้านหน้าห้องประชุม​ ปรากฏว่ามีบริษัทถือครองที่ดิน วันนี้มีหมายออกมา โดยต่างชาติครองที่ดินในการซื้อเปลี่ยนเป็นการเช่าระยะยาว 30 ปี​ เพื่อหลีกเลี่ยงการครอบครองที่ดินอย่างผิดกฎหมาย และมีการปล่อยเช่าที่พักอาคารหมู่บ้านที่เป็นบริษัทนอมินีตามหมายจริง และเป็นการจ่ายเงินสดส่วนหนึ่งให้กับชาวต่างชาติที่จะมารอรับเงิน และวันเข้าพักและอีกส่วนหนึ่งเป็นการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารต่างประเทศ​ ซึ่งพฤติกรรมต่างๆ ถือเป็นบริษัทที่ตั้งใจที่จะประกอบธุรกิจหรือประกอบการในสมุยโดยผิดกฎหมาย

Advertisement

ด้านพล.ต.อ.สำราญ​ กล่าวว่า ได้รายงานให้นายก​ฯ ทราบว่าวันนี้มีปฏิบัติการเรื่องนอมินี ที่สมุยเป็นเฟสที่ 7 ซึ่ง​นายกฯ สั่งการชัดเจนให้ดำเนินการให้สิ้นซาก และทางผู้การจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รายงานให้ทราบว่า คดีเสร็จสิ้นไปแล้ว 187 คดี ซึ่งได้มีการประสานกันต่อในประเด็นนี้จะดำเนินการต่อผู้ช่วยเหลือ​ แนะนำ​ สนับสนุน ทางบริษัทด้านกฎหมายและการบัญชี เพื่อให้ดำเนินการมรรยาท​ ทนายความและมรรยาทนักบัญชี เพื่อที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก​ จึงอยากเน้นย้ำไปที่บริษัทเหล่านี้ให้ชี้แนะเพื่อให้เกิดการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย​

พล.ต.อ.สำราญ​ กล่าวต่อว่า วันนี้ผู้ต้องหาตน​ไม่อยาก​ ระบุสัญชาติใดชาติหนึ่งเพราะเป็นนานาชาติ ยืนยันว่าไม่ได้ติดตามจับกุมเพียงอย่างเดียว​ แต่ต้องดูแลคุ้มครองในส่วนที่เป็นนักท่องเที่ยว อย่างในกรุงเทพฯ มีชาวญี่ปุ่นถูกทำร้าย โดยคนไทย 5 คนเราสามารถจับกุมดำเนินคดีได้ครบ​ เพราะไม่อยากให้เห็นว่า​พอเห็นตนและนายพลพีร์​ มาไม่ใช่เพียงแค่มาจับ​ มาปราบต่างชาติ​ แต่เราก็ต้องดูแลคุ้มครอง เพราะเราสนับสนุนการลงทุนและการท่องเที่ยว เพราะที่นี่เองก็มีบริษัทที่ทำถูกต้อง​ ซึ่งในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 ถือเป็นต้นทางแม่แบบสำนวนการสอบสวนเรื่องนอมินี

พล.ต.อ.สำราญ​ กล่าวว่า โดยในพื้นที่สามารถออกหมายจับได้ถึง 101 หมาย ส่วนการจับกุม​ ผู้ต้องหาที่เป็นต่างชาติ​ บางครั้งเดินทางออกนอกประเทศก่อน​การจับกุมได้ และสามารถจับกุมได้​ 27 หมาย​แต่ยืนยันว่าอีก 101 หมาย ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สามารถจับกุมได้​ เพราะทรัพย์สินต้องอยู่ ที่นี่​ แต่ต้องคืนความชอบธรรมหากเขา​ หากทรัยพ์นั้นได้มาโดยความสุจริต ต้องให้ดำเนินการขายทอดตลาด 180 วันก่อน​ ซึ่งหากพบว่าเป็นการได้มาโดยสุจริตหลังการขายทอดตลาดจะประสานสถานทูตคืนเงินให้​ และในส่วนของทรัพย์สิน​ต้องปรับมาเป็นของแผ่นดินเราเหมือนเดิม​ เพราะฉะนั้นในโลกโซเชียลขอชี้แจงว่ารัฐมนตรีช่วย​ ตน​ และผู้ช่วยผบ.ตร.เป็นการทวงคืนผืนดินของประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่ถ้าเขาดำเนินการเสร็จสิ้นก็ต้องคืน​ ยืนยันว่าทำงานครบถ้วนกระบวนความ ไม่ได้ลิดรอนสิทธิ์ใคร

ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้คำมั่นต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า​ นอมินีทั้ง​ 180 กว่าราย จะทำให้เกิดการจำหน่ายภายในเดือนส.ค.นี้ ส่วนอีก 2,500 ราจะดำเนินการภายใน 90 วัน​ ตนรับปากและยืนยัน

ด้าน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า มอบหมายม.ล.ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และทีมปราบนอมินี กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย ลงพื้นที่บูรณาการความร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

การปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมาย 4 จุด ดังนี้

1. โรงแรมรีสอร์ทขนาดใหญ่ บนที่ดินกว่า 25 ไร่ พบกรรมการคนไทยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ เมื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม มีชื่อถือหุ้นอยู่หลายบริษัท โดยมีชาวต่างชาติร่วมลงทุนด้วย ซึ่งมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยไม่สามารถตอบคำถามการประกอบธุรกิจหรือการลงทุนได้ครบถ้วน และเมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าผู้ถือหุ้นคนไทยรายนี้เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่อีกหลายบริษัท

2. วิลล่าให้เช่า สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบนักท่องเที่ยวอิสราเอลกำลังเข้าพัก ให้ข้อมูลว่าเช่าพักคืนละหลายหมื่นบาท โดยจ่ายผ่านออนไลน์ ไม่ได้จ่ายค่าเช่าเป็นเงินบาทไทยตั้งแต่ต้นทางที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งอาจเข้าข่ายเลี่ยงภาษี พบข้อมูลผู้ถือหุ้นชาวไทยเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่หลายบริษัท

3. ร้านค้ากัญชา เปิดเป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น มีทั้งหมด 4 สาขา ในพื้นที่พะงัน สมุย ภูเก็ต และ กทม. และจำหน่ายใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (แบบ ภ.ท.33) ในราคาใบละ 300 บาท สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการ รวมถึงการขายสินค้าเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับกัญชามากมาย จากการตรวจสอบงบการเงินล่าสุดพบว่ามีรายได้มากถึง 15 ล้านบาท พบข้อมูลผู้ถือหุ้นชาวไทยเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่หลายบริษัท ซึ่งมีข้อสงสัยหลายประการที่จะต้องตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

4. วิลล่าหรู ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงเชิงเขา เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบวิลล่าดังกล่าวพบปิดเงียบ ไม่พบบุคคลใดที่จะสามารถให้ข้อมูลใดๆ ได้เลย แต่พบว่าโฉนดออกในนามของบุคคลธรรมดา ซึ่งจะต้องตรวจสอบการถือครองที่ดินและรายละเอียดของการประกอบธุรกิจต่อไป

โดยปัจจุบันจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีนิติบุคคลอยู่จำนวน 25,603 ราย ซึ่งนายพลพีร์ สุวรรณฉวี (มท.2) มีข้อสั่งการกรณีที่มีนิติบุคคล 104 ราย ถือครองที่ดิน 124 แปลง ให้กรมที่ดินดำเนินการต่อผ่านอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อประชุมและบังคับจำหน่ายทันที และในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ตรวจสอบเรื่องนอมินีและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า หากพบว่าคนไทยรายใดมีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ยอมรับเงินหรือผลประโยชน์ โดยยินยอมเป็นนอมินีอำพรางให้ต่างชาติ จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดตามมาตรา 36 พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในส่วนของคนต่างด้าวที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษตามมาตรา 37 ในอัตราโทษเดียวกัน

“ที่ผ่านมามีต่างชาติเข้ามาลงทุน หรือประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมายอยู่จำนวนมาก ซึ่งอยากฝากถึงผู้ประกอบการชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย หรือผู้ให้คำแนะนำการลงทุนทั้งหลาย ให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยกรมฯ พร้อมอำนวยความสะดวก และอยากฝากถึงคนไทยที่มีพฤติกรรมช่วยเหลือ หรือมีส่วนสนับสนุนให้ต่างชาติกระทำความผิดในลักษณะนอมินีอยากให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว โดยขอให้เห็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ” นายพูนพงษ์ กล่าว