หน้าแรก การเมือง ‘นายกวิทยา’ โ...

‘นายกวิทยา’ โต้ร่วมฮั้ว สว. แจง ‘ทำเพื่อข้างบน’ คือทำเพื่อ กกต.

17.08.26 | 11:20 น.

‘นายกวิทยา’ โต้ร่วมฮั้ว สว. แจง ‘ทำเพื่อข้างบน’ คือทำเพื่อ กกต. ปัดจอง-จ่ายค่าห้อง B2

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ว่าที่ร้อยตรีวิทยา คำพวง นายกเทศมนตรีตำบลโพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” ชี้แจงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) นำคลิปเสียงการสนทนาภายในโรงแรม B2 รังสิต เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 มาเปิดเผย โดยยอมรับว่าบุคคลและเสียงที่ปรากฏในคลิปคือตนเองจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)


ว่าที่ร้อยตรีวิทยากล่าวถึงเหตุการณ์ก่อนเดินทางไปโรงแรม B2 ว่า ในช่วงวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 ตนมีภารกิจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมอบรมโครงการสมาร์ตซิตี้ ที่โรงแรมเดอะ รอยัล ริเวอร์ กรุงเทพฯ ขณะที่การเลือก ส.ว.ระดับประเทศมีกำหนดในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 จึงเป็นช่วงเวลาที่ตรงกันโดยบังเอิญ ไม่ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเกี่ยวข้องกับการเลือก ส.ว.ระดับประเทศ

ก่อนหน้านั้น หลังการเลือก ส.ว.ระดับอำเภอและระดับจังหวัด มีคนรู้จักของตนชื่อ “ผกามาศ” อดีตข้าราชการครูเกษียณ ซึ่งเป็นแฟนคลับด้านการทำงานการเมืองของตน ได้รับเลือกผ่านระดับอำเภอและระดับจังหวัด เพื่อเข้าสู่การเลือกระดับประเทศ โดยผกามาศเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในอำเภอที่ผ่านเข้ารอบ จึงโทรศัพท์มาปรึกษาตนเรื่องการเดินทางและความปลอดภัย

ว่าที่ร้อยตรีวิทยากล่าวว่า ตนให้คำปรึกษาไปว่า ให้เดินทางตามกำหนด “ข้างบน” ที่กำหนดมา ซึ่งคำว่า “ข้างบน” ในความหมายของตนคือ กกต. และให้ดำเนินการตามกำหนดการที่ กกต.วางไว้ ส่วนตนเดินทางไปอบรมตามภารกิจของตน ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก ส.ว.

Advertisement

ก่อนออกเดินทาง ตนสอบถามผกามาศว่าจะเดินทางอย่างไร และได้รับคำตอบว่าจะเดินทางด้วยรถตู้พร้อมกับคณะผู้ที่ผ่านการเลือกระดับจังหวัดประมาณ 8-9 คน จึงบอกว่าเมื่อเดินทางถึงกรุงเทพฯ แล้วค่อยประสานกัน

กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 25 มิถุนายน หลังเสร็จสิ้นการอบรม ตนจึงเดินทางไปหาอีกฝ่ายที่โรงแรม B2 รังสิต

“ผมก็ไปหาเขา ไปถึงเห็นเขามีห้องพักเรียบร้อย ก็เชิญผมไปทักทายกับเพื่อนเขา ประเด็นคือพอไปถึง เขาเชิญผมไปทักทาย ผมก็ไปแสดงความยินดีกับคุณผกามาศ ตัวแทนที่ได้รับเลือกระดับอำเภอ ทักทายเสร็จผมก็กลับ ไม่ได้พักที่โรงแรมนั้น”

สำหรับคลิปเสียงที่นายพริษฐ์นำมาเปิดเผย ซึ่งมีช่วงหนึ่งเป็นเสียงของว่าที่ร้อยตรีวิทยาระบุว่า “ไม่น่าเชื่อพวกเราได้ ส.ว.เข้ามาเยอะที่สุดเลย” เมื่อถูกถามว่า “พวกเรา” ในที่นี้หมายถึงใคร ว่าที่ร้อยตรีวิทยาชี้แจงว่า หมายถึงกลุ่มจากหนองคายที่ได้รับเลือกไป 40 คน โดยคณะของผกามาศเป็นกลุ่มที่ได้รับเลือกไปมากที่สุด

ส่วนประโยค “ชื่อเรา 9 คน ส่งไปให้ส่วนกลางแล้ว” เมื่อถูกถามว่า “ส่วนกลาง” หมายถึงใคร ว่าที่ร้อยตรีวิทยาตอบว่า ก่อนเดินทาง ผกามาศและคณะต้องหาโรงแรมในกรุงเทพฯ เพื่อเช็กอิน โดยคำว่า “ส่วนกลาง” ในความหมายของตน หมายถึงโรงแรมที่ทั้ง 9 คนต้องเข้าเช็กอินในกรุงเทพฯ

ขณะที่ประโยค “สิ่งที่คุณไป แล้วไปได้ คุณยังได้น้อยกว่าพวกเราอีก/พวกผมมันสายยาวกว่านี้” ว่าที่ร้อยตรีวิทยาชี้แจงว่า ทั้ง 9 คนเป็นผู้สมัครจากกลุ่มอาชีพที่ผ่านการเลือกตามกติการูปแบบใหม่ของ กกต. และยังต้องผ่านการเลือกระดับประเทศ ซึ่งมีผู้ผ่านเข้ามาประมาณ 1,700-1,800 คน แตกต่างจากการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เมื่อเลือกเสร็จก็ได้เป็นทันที โดยระบุว่านี่คือความหมายที่ตนพยายามอธิบายกับผกามาศ

เมื่อถูกถามถึงอีกประโยคในคลิปว่า “เราทำเพื่อข้างบน มันเป็นภารกิจเพื่อข้างบน เข้าใจนะฮะ” ว่าที่ร้อยตรีวิทยากล่าวว่า “ข้างบน” หมายถึง กกต. เมื่อ กกต.กำหนดระเบียบออกมาแล้ว ผู้เข้าสู่กระบวนการก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบและปฏิบัติตาม เช่น การไปรายงานตัวตามเวลาที่กำหนด

ผู้ดำเนินรายการจึงตั้งข้อสังเกตว่า วิญญูชนทั่วไปเมื่อฟังประโยค “เราทำเพื่อข้างบน” อาจไม่ได้เข้าใจว่าหมายถึงการทำตามกติกาของ กกต. แต่อาจเข้าใจไปในความหมายอื่น

ว่าที่ร้อยตรีวิทยาชี้แจงว่า ประเด็นนี้ทุกคนพยายามผลักดันมุมมองหรือความคิดว่า ตนกำลังกล่าวถึง “เบื้องบน” หรือสถาบัน แต่คำว่า “ข้างบน” ที่ตนใช้หมายถึงเจ้าของเรื่อง คือ กกต. ซึ่งเป็นผู้กำหนดการและขั้นตอนมาแล้ว ตนจึงขอให้ทุกคนตั้งใจทำภารกิจให้สำเร็จตามระเบียบและขั้นตอนที่กำหนดไว้ และอย่าทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนบอกกับกลุ่มของผกามาศ

สำหรับประโยค “ทางผู้ใหญ่พวกสายทหารก็เข้ามา ก็อยากจะได้นะ อยากจะได้ตัวประธาน” ว่าที่ร้อยตรีวิทยาชี้แจงว่า สิ่งที่ตนพูดในวันนั้นหมายถึงการเลือก ส.ว.ระดับจังหวัดที่เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งมีผู้ได้รับเลือกมาจากหลากหลายกลุ่มอาชีพ หากไม่มีการเลือกตั้งก็จะกลับไปเป็นแบบเดิม หากทหารเข้ามาก็จะไม่มีการเลือกตั้ง และเมื่อไม่มีการเลือกตั้ง กระบวนการต่างๆ รวมถึงตัวประธานหรือนายกรัฐมนตรีอย่างที่เคยเห็น ทหารก็จะเข้าไปบริหารจัดการ

ส่วนประโยค “ปัญหาอะไรที่เขาทำอะไร มีเกม อย่าไปกลัว เพราะข้างบนท่าน ไม่งั้น กกต.เขาประกาศโมฆะไปแล้ว” ว่าที่ร้อยตรีวิทยาอธิบายว่า การเลือกเริ่มจากระดับอำเภอแล้วไปสู่ระดับจังหวัด เมื่อกระบวนการระดับจังหวัดผ่านไปเรียบร้อยแล้ว และ กกต.ไม่ได้ดำเนินการจนถึงขั้นประกาศให้เป็นโมฆะ ผู้ที่ผ่านมาทั้ง 9 คนจึงควรภูมิใจว่าได้ผ่านกระบวนการระดับจังหวัด และตั้งใจไปทำกระบวนการระดับประเทศให้เสร็จสิ้น

ว่าที่ร้อยตรีวิทยายังกล่าวถึงข้อกล่าวหาว่า ตนเป็นผู้จัดการหรือกำหนดการต่างๆ ให้กับกลุ่มผู้สมัคร ส.ว. โดยระบุว่า หากมีการฮั้วและตนเป็นตัวตั้งตัวตีจริงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การที่มีภาพตนปรากฏอยู่ในโรงแรม มีภาพนั่งอยู่บนเก้าอี้ แล้วนำไปสรุปว่าตนเข้าไปฮั้ว ส.ว.นั้น เป็นคนละประเด็นกัน

“ประเด็นข่าวที่ออกมา เขาพยายามมองว่าผมเป็นตัวเจ้ากี้เจ้าการกำหนดการต่างๆ แต่ในประเด็นนี้เมื่อผมไปโผล่โรงแรม มีภาพ มีเก้าอี้ให้นั่ง แล้วไปสรุปว่าไปฮั้ว ส.ว. มันคนละประเด็นเลย ไม่ใช่ ผมยืนยันไม่จริง”

ว่าที่ร้อยตรีวิทยายังตอบคำถามที่นายพริษฐ์ฝากถามถึงความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย โดยชี้แจงว่า ตนเป็นนายกเทศมนตรีท้องถิ่นใน จ.หนองคาย และเคยได้รับแจ้งจากจังหวัดว่าจะมีรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจราชการ โดยเทศบาลของตนได้รับโอกาสให้รวบรวมปัญหาและความต้องการของประชาชนเพื่อนำเสนอและส่งมอบให้รัฐมนตรีในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ต้อนรับรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่ตามปกติ

ส่วนความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยนั้น ว่าที่ร้อยตรีวิทยายืนยันว่า ไม่เคยเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แต่ยอมรับว่าศรัทธาในนโยบาย “50:50” ของพรรค โดยมองว่าทุกพรรคการเมืองต่างนำเสนอนโยบายต่อประชาชน และเมื่อมีนโยบายที่ดำเนินการได้จริง ตนก็ให้การยอมรับ

เมื่อถูกถามถึงกรณีการหาเสียงเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ซึ่งมีการใช้สี โลโก้ และสโลแกนที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าคล้ายกับพรรคภูมิใจไทย ว่าที่ร้อยตรีวิทยากล่าวว่า ทุกคนอาจคิดว่าตนเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย แต่ผู้ที่ผ่านการเลือกตั้งท้องถิ่นจะทราบว่ากระแสของรัฐบาลในแต่ละช่วงเป็นอย่างไร และสีใดกำลังเป็นกระแส โดยยกตัวอย่างว่า ในสมัยพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล ตนก็เคยใส่เสื้อไทยรักไทย พร้อมยืนยันว่าโลโก้ที่ใช้เป็นโลโก้ของตนเอง

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคำถามถึงหลักฐานวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ซึ่งระบุว่ามีชื่อของว่าที่ร้อยตรีวิทยาเป็นผู้จองและจ่ายค่าที่พักโรงแรม B2 จำนวน 2 ยอด

ว่าที่ร้อยตรีวิทยาชี้แจงว่า ตนไม่ทราบว่าชื่อของตนไปปรากฏเป็นผู้จองโรงแรมได้อย่างไร และยืนยันว่าไม่ได้ใช้เงินของตนจ่ายค่าที่พัก โดยตนเพียงเดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจผกามาศ เมื่อพูดคุยเสร็จก็เดินทางกลับ

ส่วนภาพที่ปรากฏว่าตนนั่งอยู่บนเก้าอี้ภายในห้องนั้น ว่าที่ร้อยตรีวิทยายืนยันว่า ไม่มีการพูดคุยกันว่าจะต้องเลือกใคร และไม่ได้พูดคุยในประเด็นดังกล่าว พร้อมย้ำว่า แม้จะมีข่าวระบุชื่อตนเป็นผู้จองและจ่ายเงินค่าโรงแรม แต่ตนไม่ได้เป็นผู้จ่ายเงิน

ขอบคุณ : รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์