หน้าแรก การเมือง ยศชนัน จ่อหาร...

ยศชนัน จ่อหารือกต. มะกันจี้เลือกข้างเอไอ มองต้องสร้างพื้นฐานให้แข็งแรง-วางตัวเป็นกลาง

17.08.26 | 10:41 น.

ยศชนัน มอง ไทยควรวางตัวเป็นกลางด้าน AI หากสหรัฐฯจี้เลือกข้าง ชี้ ต้องสร้างพื้นฐานให้แข็งแรง อยู่ได้แม้ถูกปฏิเสธ จ่อหารือ กต.วางท่าที


เมื่อเวลา​ 09.30 น.​ วันที่ 17 สิงหาคม ที่ทำเนียบ​รัฐบาล​ นายยศชนัน​ วงศ์สวัสดิ์​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการรวมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมแจ้งประเทศพันธมิตร ต้องเลือกข้างในการแข่งขัน ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กับประเทศจีน ว่า เรื่อง AI มีหลากหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มที่ทำเรื่องเซมิคอนดักเตอร์​ ซึ่งมีการพูดคุยกันในกลุ่มพอสมควร​ และจากการที่เดินทางร่วมประชุม AI ยังประเทศจีน​ ในการประชุมสุดยอดอินเทอร์เน็ตโลก​ (WIC) ซึ่งอาจจำเป็นจะต้องเข้าร่วม แต่ก็จะต้องมีบางมุมที่ต้องพิจารณา​ แต่ในส่วนของประเทศไทยหากต้องการได้เปรียบที่สุดจะต้องเป็นประเทศที่เป็นกลาง ฉะนั้นในมุมการเข้าร่วมจะต้องมีมุมเหล่านี้​ เลยจะต้องมีการหารือกับนายสี่ให้สักพวงเกตุแก้ว​ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ​ ว่าจะวางตัวอย่างไร​ เพื่อหาแง่มุมต่างๆ

เทื่อถามว่า มองว่าการเลือกข้างมีความจำเป็นหรือไม่นั้น​ นาย​ย​ศชนัน​ กล่าวว่า​ ท้ายที่สุดแล้ว เป็นอย่างที่ตนพูดมาตลอด ตอนนี้ภายในเรามีความพยายามทำความเข้มแข็ง ในส่วนที่เรามีความจำเป็นจะต้องเข้มแข็งในเรื่องพื้นฐาน​ที่ขาดไม่ได้เลย​ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็คุยกับหลายประเทศทั้งฝรั่งเศส​ ญี่ปุ่น​ เกาหลี​ ในเรื่องพื้นฐาน​ของไทยให้เข้มแข็ง​ ไม่เช่นนั้นเราจะถูกต่อรองโดยตลอด ฉะนั้นที่เร่งทำมา 2-3 เดือน เพื่อให้เรามีเรื่องพื้นฐานเป็นของเราเอง​ แม้จะถูกปฏิเสธบางเรื่องแต่ก็พออยู่ได้ และมีความคืบหน้าพอสมควร​ ไม่ต้องกังวลอะไร​ เพราะติดตามเรื่องนี้อยู่ตลอด นอกจากนี้มีการเตรียมทีมคนทั้งในและต่างประเทศเพื่อเตรียมทีม ให้สามารถทำเรื่องเหล่านี้ร่วมกัน ฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ควรเป็นตัวตั้ง และจากนั้นก็ไปดูว่าเรื่องไหนยอมได้หรือไม่ ไม่ใช่ไปดูว่าเรายอมใครหรือไม่ยอมใคร แต่ต้องอยู่ที่พื้นฐานของเราจริงๆว่าเรื่องไหนเป็นของเรา และมีความเข้มแข็งในเรื่องใด จากนั้นจะนำไปสู่เรื่องการตั้งแผนต่างๆ ซึ่งเคยเป็นแผนที่เคยทำอยู่แล้ว และต้องเร่งทำให้เข้มแข็งโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่า การออกมากดดันของประเทศมหาอำนาจเช่นนี้ไทยจะวางตัวเป็นกลางอย่างไรให้สามารถอยู่ได้ นายยศชนัน​ กล่าวว่า​ ความรู้พื้นฐาน​ วิทยาศาสตร์​ และเทคโนโลยี​ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก​ การลงทุนเรื่องนี้อย่างจริงจังจะต้องเกิดขึ้น เราพูดมาตลอดว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐานควรทำเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่ AI อย่างเดียว AI คือชั้นบนสุดข้างล่างคือเรื่องข้อมูลทั้งหมด รัฐบาลคิดคนเดียวไม่ได้​ ภาคเอกชนต่างๆ ต้องเข้ามาร่วม​ แต่ตรงไหนเสี่ยงรัฐบาลจะเริ่มทำให้ก่อน ตรงไหนเริ่มเห็นผลทางธุรกิจ​ ภาคเอกชนก็จะเข้ามาเชื่อมโยง​ ฉะนั้นเรื่องความจำเป็นในการเก็บข้อมูลต่างๆ และความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ มีความเชื่อมโยงกันหมดเราก็ทำมาตลอด 3 เดือนนี้

Advertisement

นายยศชนัน กล่าวว่า ถ้าพูดถึงเรื่อง AI​ แล้วถามว่าต้องร่วมหรือไม่ร่วม แต่พื้นฐานจริงๆคือเรื่องของ ฮาร์ดแวร์ ความปลอดภัย และข้อมูลต่างๆด้วย​ เพราะฉะนั้นถ้าเรามีฐานข้อมูลก็จะมีเอกราชฐานข้อมูลว่า AI ตัวใดจำเป็นที่จะต้องร่วมมือ กับใคร หรือตัวไหนที่จะสามารถร่วมมือกับใครได้บ้าง

นายยศชนัน​ กล่าวว่า​ ถ้าเรามีพื้นฐานที่แน่น ก็จะตอบง่ายเลยว่า​เรื่องนี้ควรจะไปกับคนไหน หรือจะไปกับคนนี้ในเรื่องไหน แต่ถ้าเราไม่มีพื้นฐานก็จะกลัว และความกลัวจะเกิดขึ้น​ ฉะนั้นเรื่องนี้ มองว่าควรจะต้องลงทุนจริงๆ และทุกคนก็ต้องมาร่วมกัน ใช้ คอนเนคชั่น​ ทั้งรัฐและเอกชน​ ผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ​ (กรอ.​) เพราะมองว่า AI เป็นสับเซตของเทคโนโลยี​ และอยากให้มองในภาพรวมว่าจะเป็นโอกาสของประเทศไทย ที่ทุกคนตระหนักและมองเห็น ว่าจะต้องทำอย่างจริงจัง

เมื่อถามว่า จะให้ความมั่นใจกับนักลงทุนอย่างไร​ นาย​ยศชนัน​ กล่าวว่า ขอให้มั่นใจ​ เพราะเราทำ กรอ.​ 4 ขา​ คือ​ 1.ด้านลงทุน กำกับดูแลโดยนายเอกนิติ​ นิติ​ทัณฑ์​ประภาศ​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การคลัง

2.การขาย​ กำกับดูแลโดยนางศุภจีสุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

3.คนและเทคโนโลยี ซึ่งตนเป็นผู้กำกับดูแลจะเชื่อมโยงกับด้านการลงทุนและการค้าขาย ฉะนั้นขณะนี้เราเตรียมความพร้อม อย่างชัดเจน จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุน และเข้ามาลงทุนกับประเทศไทย มีความสามารถในการดึงดูดและถ่ายทอดเทคโนโลยีออกมาได้ โดยไม่เสียเปรียบประเทศใด ซึ่งเราสามารถมองในเรื่องกฎระเบียบในการใช้กรอ.​ เป็นตัวขับเคลื่อน​

4.การพัฒนาและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ​ โดยมีนายปกรณ์​ นิลประพันธ์​ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ดู