หน้าแรก การเมือง เท้ง ลั่นเอาแ...

เท้ง ลั่นเอาแน่ ซักฟอกฮั้วส.ว. ชี้โยงถึงภูมิใจไทย รอดูกลุ่มนักร้อง เอายังไงกับคลิปเบื้องบน

17.08.26 | 15:35 น.

‘เท้ง’ โต้ ตรวจเข้มฮั้วส.ว. ไม่เกี่ยวแตก ‘พรรคน้ำเงิน’ ชี้ ‘อนุทิน’ อยู่การเมืองมานานกว่า น่าจะรู้ ไม่ขัด ‘ไอซ์’ เรียกร้อง อย่าอยู่เฉยกับคลิปเสียงอ้างเบื้องบน ดักคอ กลุ่มการเมือง-นักร้อง ใช้มาตรฐานเดียวกัน ขู่ ‘รัฐบาล’ ปรับ ครม.หนี เจอ ปชช.ตัดสินเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อเวลา 13.25 น.วันที่ 17 สิงหาคม ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ระบุว่า คดีฮั้วส.ว. ไม่เกี่ยวกับฝ่ายรัฐบาล และหากพรรคประชาชนชนะเลือกตั้งคงไม่ตรวจสอบ ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่การพิสูจน์ทราบเพื่อสิ้นข้อสงสัย ตนเชื่อว่านายกรัฐมนตรี อยู่ในการเมืองมานาน รู้อยู่แล้วว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเพียงแค่การมีมูลอันควรเชื่อได้ว่า ก็สามารถนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจได้แล้ว ซึ่งเป็นกระบวนการปกติมากในสภา และในฐานะฝ่ายค้าน ผ่านการจัดเวทีเสวนาคดีฮั้วส.ว. จะเห็นว่าเรามีหลักฐานชี้ชัดว่าขบวนการครั้งนี้มีการจัดตั้ง แลกเปลี่ยน รับผลประโยชน์แน่นอน ที่เรียกกันว่าขบวนการโกงส.ว. จากคำให้การของพยาน รวมถึงหลักฐานการจองโรงแรม เส้นทางการเงิน ก็ควรที่จะพาดพิงกลับไปยังพรรคการเมือง นักการเมืองที่สังกัดอยู่พรรคภูมิใจไทย ดังนั้นเรื่องนี้ปฏิเสธได้ยากที่จะใช้เทคนิคบังคับกฎหมาย เพื่อมาสกัดไม่ให้เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ


ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าชนะเลือกตั้งจะไม่ตรวจสอบใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคประชาชน ทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ประเด็นการโกงส.ว.หลักฐานชัดมาก จึงไม่มีอะไรที่อยากเรียกร้องไปมากกว่าอยากให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเป็นนักการเมืองก็ควรถูกตรวจสอบได้จากสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อถามว่ามีประเด็นเรียกร้องให้ตรวจสอบส.ว.สีส้ม ด้วย จะตรวจสอบควบคู่กันหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราตรวจสอบทุกคนอยู่แล้ว แต่ในกระบวนการเลือกส.ว. ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้ห้ามเรื่องการแนะนำตัวผู้สมัครแต่ละคนได้ เป็นกระบวนการที่ควรเป็นด้วยซ้ำ เพราะแต่ละคนต่างที่มา ต่างกลุ่มอาชีพ การที่จะให้รู้จักกัน ที่จะตัดสินใจลงคะแนนก็จะยาก เพราะฉะนั้น กระบวนการแนะนำตัวไม่ได้ขัดต่อระเบียบ กกต. แต่สิ่งที่ทำให้ผิดคือการสัญญาว่าจะให้ เรื่องผลตอบแทนด้านการเงิน ตำแหน่งต่างๆ ที่เราเรียกว่ากระบวนการโกง ส.ว. ยืนยันว่าตรวจสอบทุกคน เพียงแต่ว่าหลักฐานที่เรามี อิงไปถึงบุคคลที่อยู่ตามคำร้อง ที่ตอนนี้รอมติ กกต. วันที่ 31 ส.ค.นี้

เมื่อถามว่าทำไมถึงมาตรวจสอบตอนนี้ เป็นเพราะแตกกับฝั่งสีน้ำเงินใช่หรือไม่ คลิปเสียงก็ออกมาตั้งแต่ช่วงนั้น แต่พรรคประชาชนก็เพิกเฉย บอกว่าให้เป็นการดำเนินการของ กกต. นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราตรวจสอบเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่หลักฐานอาจจะมีทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งหลักฐานที่ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดจากคนในขบวนการนี้ ที่ส่งข้อมูลหลักฐานมาให้ จึงขอตอบสั้นๆ ยืนยันว่าเราตรวจสอบเรื่องนี้มาโดยตลอดอยู่แล้ว ยิ่งหลักฐานที่เราได้มากขึ้นทุกวัน ก็จะเป็นสิ่งที่มัดตัวการกระทำผิดจากฝั่งรัฐบาล ที่เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยมีส่วนพัวพันกับขบวนการโกงเลือก ส.ว.จริงๆ

Advertisement

เมื่อถามว่าพอจะบอกได้หรือไม่ว่าคลิปเสียงที่อ้างถึงเบื้องบนล่าสุด หมายถึงใคร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เรายืนยันคุ้มครองแหล่งที่มาของข้อมูลและเชื่อว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่เป็นคนเปิดเผยข้อมูลก็ไม่ให้ชื่อเหมือนกัน

เมื่อถามว่ามีดราม่า ที่มีนักวิชาการและนักวิเคราะห์ไม่เห็นด้วยกับกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องเชิงประชด ให้คนรักสถาบันอย่าอยู่นิ่งกับคลิปเสียง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้ามองในภาพกว้างจริง ประเทศไทยมีระบบการเมืองที่อนุญาตให้กลุ่มคนที่มีอำนาจใช้กระบวนการนิติสงครามทำลายล้างระบบการเมือง จึงเป็นที่มาที่รณรงค์ในอดีตและมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย แต่ขณะเดียวกัน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เอามาเป็นประเด็นในการรณรงค์ แต่อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าแก้ไขระบบการเมืองของพรรคประชาชน เราก็ดำเนินการแก้ไขในส่วนอื่นๆ อยู่ ไม่ว่าจะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไขให้องค์กรอิสระยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด และถ้าเห็นในคลิปเสียงว่ามีการพาดพิงถึงเบื้องบน จะเห็นบางกลุ่มบางก้อนการเมืองในอดีต หรือบรรดานักร้อง ก็จะร้องทำลายล้างมายังพรรคประชาชนมาโดยตลอด ซึ่งกรณีนี้ ในคลิปเสียงก็มีหลักฐานค่อนข้างชัด จึงอยากให้ประชาชนลองดูว่ากลุ่มก้อนทางการเมืองเหล่านั้น นักร้องต่างๆ เหล่านั้น จะเอาประเด็นนี้ในการเขียนคำร้อง ร้องคนที่อยู่ในกลุ่มก้อนการเมืองฝั่งเดียวกับตนเองหรือไม่ การร้องในส่วนนี้เป็นประเด็นต่างๆ ที่ชี้ให้เห็นชัดที่สุดว่าสิ่งที่ตนพูดมาทั้งหมดในภาพใหญ่ว่าปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในระบบการเมืองที่เปิดโอกาสให้คนมีอำนาจใช้กระบวนการนิติสงครามในการทำลายล้างทางการเมืองมากกว่าการปกป้องคุ้มครองสถาบันที่เป็นที่รักของพวกเราทุกคน

เมื่อถามว่าแสดงว่าพรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการยื่นคำร้องคดีตาม ม. 112 ด้วยใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ แต่พูดให้เห็นเส้นมาตรฐาน และให้ประชาชนเป็นคนตัดสินเองว่าการดำเนินการในการตัดสินใจ การดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ถ้าปิดหน้าปิดชื่อ ไม่ได้ดูว่ามาจากกลุ่มก้อนการเมืองไหน สังกัดพรรคการเมืองไหน หรือเป็นพรรคพวกใคร มีการดำเนินการแบบเดียวกันหรือไม่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการร้องหรือไม่ร้องใครในเรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน อาจจะเป็นการเลือกปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโจมตีทางการเมืองเท่านั้น

เมื่อถามว่าจะไม่ขัดกับหลักการพรรคใช่หรือไม่ที่ไม่ควรมีการร้องคดี ม.112 นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หลักการของพรรคประชาชนยืนยันมาโดยตลอดว่ามุ่งหวังให้เป็นสถาบันที่อยู่คู่กับสังคมไทย และการจะทำแบบนั้นได้ เราจะต้องมีการปรับปรุงระบบกฎหมาย ระบบการเมืองที่จะนำไปสู่จุดนั้น แต่เชื่อว่าไม่มีข้อกังวลใด

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)ไปก่อน จะทำอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากดูบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ก่อนจะปรับ ครม. หากมีข้อชี้แจงก็ต้องเข้ามาชี้แจงต่อสภา ตนเชื่อว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการจะได้จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้คือการที่ฝ่ายรัฐบาลพร้อมที่จะเข้ามาชี้แจงและตอบข้อคำถามทุกคำถาม การกล่าวหาจากฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ถ่วงดุลตรวจสอบ ถ้าจงใจปรับ ครม.เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ สุดท้ายคนที่ตัดสินรัฐบาลได้ดีที่สุดก็คือประชาชนผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้า