หน้าแรก การเมือง สนธิญา โร่แจ้...

สนธิญา โร่แจ้งเอาผิด ไอซ์ รักชนก ม.112 ปมคลิปข้างบน จ่อร้องอัยการขอถอนประกัน 

18.08.26 | 16:58 น.

‘สนธิญา’ แจ้งเอาผิด ‘ไอซ์ รักชนก’ มาตรา 112 เผยเตรียมร้องอัยการขอถอนประกัน

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 18 สิงหาคม ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้นำเอกสารหลักฐาน เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” ส.ส.พรรคประชาชน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์


นายสนธิญา เปิดเผยว่า การเข้าแจ้งความในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากโพสต์ของ น.ส.รักชนก ซึ่งมีการนำคลิปและคำพูดของ นายก อบต. ท่านหนึ่งที่กล่าวถึงคำว่า “ข้างบน” มาใช้ พร้อมกับมีการเพิ่มวลีและคำราชาศัพท์ (คำว่า “ตรัส”) ต่อท้าย ซึ่งตามหลักการใช้ภาษาถือเป็นคำเฉพาะที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หรือพระพุทธเจ้าเท่านั้น การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการผูกมัดและแสดงเจตนาชี้ชัดถึงบุคคลที่ต้องการสื่อถึงอย่างชัดเจน โดยพฤติการณ์ครั้งนี้คล้ายคลึงกับคดีเดิมในปี 2564 ที่ น.ส.รักชนก นำข้อความของผู้อื่นมาโพสต์ในพื้นที่ส่วนตัว จนนำไปสู่การที่ศาลสั่งจำคุก 6 ปี ในความผิดตาม มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ จึงมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกระบวนการยุติธรรม

Advertisement

นายสนธิญา ยังบอกด้วยว่า นอกจากดำเนินคดีที่ บก.ปอท. แล้ว ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ตนจะเข้ายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอให้พิจารณาส่งเรื่องต่อศาล ให้มีคำสั่ง เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว ของ น.ส.รักชนก เนื่องจากเห็นว่าการโพสต์ดังกล่าวเข้าข่ายผิดเงื่อนไขและข้อตกลงที่ให้ไว้ต่อศาล ที่ห้ามเคลื่อนไหวหรือกระทำการในลักษณะเดียวกันกับคดีเดิมที่ถูกตัดสินไปแล้ว พร้อมเตือนไปยัง ส.ส.พรรคประชาชน ว่า การสร้างคดีเพิ่มไม่ได้ช่วยสร้างคะแนนนิยม แต่จะเป็นคดีความที่ติดตัวไปเรื่อยๆ จึงขอให้ระมัดระวังการใช้คำพูดและการโพสต์สื่อสังคมออนไลน์

ขณะเดียวกัน นายสนธิญา ยังตอบคำถามในประเด็นที่ถามว่า การมายื่นเรื่องอาจถูกมองว่าเป็นการช่วยเพิ่มยอดวิวหรือ “เพิ่มราคา” ให้กับอีกฝ่ายนั้น ตนยืนยันว่าไม่ได้กังวลในเรื่องนี้ และพร้อมยอมรับหากถูกมองว่า “เสียรู้” เพราะสิ่งที่ทำนั้น ทำไปในฐานะประชาชนที่ต้องพิทักษ์ไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 และตนก็ไม่ได้หิวแสง และไม่มีประโยชน์อะไรแอบแฝง ที่ผ่านมาตนฟ้องคดีเกี่ยวกับ มาตรา 112 มาแล้วไม่ต่ำกว่า 40-50 คดี ครั้งนี้เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมายเมื่อพบเห็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงและชัดเจน

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ปอท. ได้ทำการสอบปากคำผู้ร้องไว้ ก่อนส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการตามขั้นตอนต่อไป