หน้าแรก การเมือง เดชรัต สุขกำเ...

เดชรัต สุขกำเนิด เปิดเส้นทางชีวิตตัวเอง จากชีวิตวัยเด็ก จนถึงผู้สมัครนายกอบจ.นนทบุรี

18.08.26 | 20:15 น.

เดชรัต สุขกำเนิด เปิดเส้นทางชีวิตตัวเอง จากชีวิตวัยเด็กในซอยเล็กๆเมืองนนท์ จนถึงผู้สมัคร นายกอบจ.นนทบุรี

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นายเดชรัต สุขกำเนิด รองหัวหน้าพรรค ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต (Think Forward Center) พรรคประชาชน อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แนะนำตัวกับชาวเมืองนนท์ พร้มกับเส้นทางชีวิตกว่าะเป็น “ต้น นิวนนท์” ในปัจจุบัน


โดยระบุว่า “ต้น เดชรัต สุขกำเนิด คือใคร

สวัสดีครับ เพื่อนพี่น้องชาวนทบุรีที่รัก ผม เดชรัต สุขกำเนิด ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี พรรคประชาชนครับ ผมขอใช้โอกาสนี้แนะนำตัวนะครับ

ผมเกิดที่โรงพยาบาลศิริราช และบ้านหลังแรกของผม อยู่ที่ซอยพิชยนันท์ 22 (ปัจจุบันเรียกว่า ซอยติวานนท์3 แยก 24) ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี ในสมัยนั้น แถวบ้านผมยังมีทั้งสวนผลไม้ผสม นาข้าว และลำคลองที่ลงเล่นน้ำได้

Advertisement

ชีวิตวัยเด็ก ผมเติบโตกับการเดินเล่นกับเพื่อนๆ ที่อยู่ในซอยรอบๆ บ้าน ขอบเขตการสำรวจของเรา โดยในวัยนั้น เราเดินไปไกลสุดถึงซอยเรวดีและข้ามถนนไปโรงพยาบาลศรีธัญญา เรามีสนามฟุตบอลคือ ซอยหน้าบ้านที่ผมได้เล่นกับคุณพ่อ น้องๆ และเพื่อนๆ ในซอย สิ่งที่เห็นชินตาในวัยเด็ก คือ รถเฟี้ยต รถสามล้อถีบ หอนาฬิกา ตลาดท่าน้ำนนท์ และทุเรียน ที่ผมชอบกินมากๆ

เนื่องจากคุณพ่อผมทำงานที่ กฟผ. บางกรวย และคุณแม่ทำงานที่ศาลเด็ก ซึ่งเดิมตั้งอยู่ที่สนามหลวง ท่านจึงนำผมเข้าเรียนที่โรงเรียนพิมลวิทย์ (เขตบางพลัด กทม) กึ่งกลางระหว่างทั้งสองท่านในการรับส่ง และต่อมา ผมก็เข้าเรียนต่อระดับมัธยมที่สวนกุหลาบวิทยาลัย (เขตพระนคร กทม)

เมื่อผมเข้ามหาวิทยาลัย ผมได้ไปเรียนปริญญาตรีที่คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผมเดินทางไปด้วยรถเมล์สาย 63 ผ่านแยกแคลายที่ยังไม่ค่อยมีรถติด (เพิ่งกลายเป็นสี่แยกใหม่) และบางวันก็ขี่จักรยานไป เมื่อจบป. ตรี ผมเรียนต่อปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร
เมื่อเรียนจบ ผมเข้าเป็นอาจารย์ที่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 2535 และต่อมาได้ไปเรียนต่อปริญญาโทอีกใบที่เนเธอร์แลนด์ ด้านการพัฒนาการเกษตรและชนบท ในปี 2539-2540 แล้วกลับมาเป็นอาจารย์ต่อ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ผมแต่งงานในปี 2537 เราจัดงานที่สโมสร กฟผ. บางกรวย และมีลูกคนแรกในปี 2543 ลูกผมก็อยู่ที่บ้านเดิม (ซอยติวานนท์ 3) กิจกรรมที่ครอบครัวเราชอบมากในตอนนั้นคือ ไปเดินเล่นกันที่สวนสาธารณะ กระทรวงสาธารณสุข ต่อมาปี 2546 ผมเดินทางไปเรียนปริญญาเอก ด้านการวางแผนและการพัฒนา ที่ประเทศเดนมาร์ก พร้อมกับครอบครัว และมีลูกคนที่สองเพิ่มขึ้นอีกคนในปีต่อมาครับ

หลังจากเรียนจบ ในปี 2552 ผมก็เริ่มสร้างบ้านที่ซอยเทศบาล 2 ถนนบางกรวยไทรน้อย ต. บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง บ้านสร้างเสร็จปี 2553 พอปี 2554 น้ำก็ท่วมเลยครับ ตอนมาอยู่ใหม่ บ้านรอบข้างแทบไม่มี แต่ตอนนี้ร้านสะดวกซื้อล้อมรอบ เลยครับ

ตอนสร้างบ้านที่บางบัวทอง ผมได้ออกแบบบ้านแบบประหยัดพลังงาน และทดลองทำสวนผักคนเมือง ได้รับประสบการณ์ที่ดีมาก ผมและภรรยาจึงเขียนหนังสือชื่อ “บ้านนี้ DIY” เพื่อบอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างบ้าน การทำการเกษตรคนเมือง และการเลี้ยงลูกวัยเด็ก หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ในปี 2556 ด้วย

ในช่วงเวลาเดียวกัน ผมได้ช่วยงานของมูลนิธินโยบายสุขภาวะ ที่ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านภัสสร 7 แยกบางพลูด้วยครับ และต่อมาผมก็ได้มาทำเรื่องการออกแบบบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ ร่วมกับลูกชายและเพื่อนๆ รวมถึงได้ร่วมงานกับมูลนิธิการดำรงชีวิตอิสระคนพิการ และมูลนิธิชีวิตไทด้วยครับ ชีวิตของผมจึงอยู่ที่นนทบุรีตลอดมา
ล่าสุด ต้นปีนี้ ผมก็ได้อุดหนุนข้าวที่มูลนิธิชีวิตไท ร่วมกับเกษตรกรที่ตำบลคลองขวาง อำเภอไทรน้อยปลูกขึ้น โดยลดการใช้สารเคมีและปลอดการเผา เป็นพันธุ์ข้าวเกยไชย ทานแล้วอร่อยมาก บอกเลยว่า ข้าวของนนทบุรีอร่อยมาก และผมอยากส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้น

จนถึงปี 2563 ผมก็ได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และก็เป็นปีที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ขึ้นพอดี ต่อมาปี 2564 ผมก็ได้เข้าพรรคก้าวไกล ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย ในนามศูนย์นโยบายเพื่ออนาคตหรือ Think Forward Center ซึ่งเป็นทีมที่ช่วยออกแบบนโยบาย และเดินทางไปจัดทำนโยบายกับทีมจังหวัดและผู้สมัครทั่วประเทศ

ในจังหวัดนนทบุรี ผมได้ร่วมหาเสียงกับ ผู้สมัคร สส นนทบุรีทั้ง 8 เขต ในปี 2566 และต่อมาด้วยการหาเสียง อบจ นนทบุรี ในปี 2568 และการเลือกตั้งใหญ่อีกครั้ง ในปี 2569 โดยในการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2569 พรรคได้มอบหมายให้ผมรับผิดชอบเป็นแคนดิเดท รองนายกรัฐมนตรีด้านคุณภาพชีวิต

เมื่อ อบจ นนทบุรี จำเป็นต้องมีการเลือกตั้งใหม่ โดยเหตุที่ไม่คาดฝัน ผมจึงได้อาสาเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้สมัครนายก อบจ นนทบุรี และทีมจังหวัดนนทบุรี และพรรคประชาชนได้เลือกให้ผมเข้ามาเป็นผู้สมัคร เพื่อนำประสบการณ์การพัฒนานโยบายจากการเลือกตั้งทั้ง 2 ครั้ง ให้เป็นรูปธรรมในจังหวัดนนทบุรี เพื่อแสดงให้เห็นผลลัพธ์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนนนทบุรี ภายใน 4 ปี

นั่นคือ จุดเปลี่ยนที่เด็กนนทบุรีคนหนึ่ง ที่เติบโตมาในจังหวัดนนทบุรี เกินกว่าครึ่งศตวรรษ จะอาสามารับหน้าที่สำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนนทบุรี และกลายมาเป็น “ต้น นิวนนท์” ในวันนี้

ผมขอขอบคุณสำหรับกำลังใจ และความไว้วางใจที่มอบให้ ผมจะพยายามทำหน้าที่ครั้งนี้ให้ดีที่สุด เพื่อให้เมืองนนท์ บ้านเกิดเมืองนอนของผม ได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ และพร้อมเผชิญกับความท้าทายในทุกๆ ด้าน ครับ”