นายกฯโชว์วิชั่นบนเวที Lowy ออสซี่ รับมือโลกไม่แน่นอน ชง 3 ข้อสู้ ชี้ไทยไม่เลือกข้าง ‘เท้ง’ แย้มไม้เด็ดศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ลั่นรบ.6เดือนไร้ปมทุจริต โกงสอบ-ฮั้วสว.เกิดก่อน มติครม.ตั้งฉันทานนท์ปลัดพลังงาน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Beyond the Thailand-Australia Bilateral Partnership: Advancing International Order through Regional and Minilateral Cooperation” ณ สถาบัน Lowy (Lowy Institute) ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม โดยนำเสนอมุมมองของไทยต่อแวดวงนโยบายต่างประเทศ และยุทธศาสตร์ของออสเตรเลีย ถึงบทบาทของไทย ออสเตรเลีย และประเทศขนาดกลางรับมือกับโลกที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น พร้อมเสนอ 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1.ทำให้ภูมิภาคนิยม สามารถตอบโจทย์ความท้าทายได้อย่างแท้จริง 2.รักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ และ 3.สร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่นผ่านการบูรณาการทางเศรษฐกิจ ด้วยตอุตสาหกรรมสีเขียวและดิจิทัลที่กำลังเติบโต แนวทางดังกล่าวเน้นบทบาทไทยในฐานะประเทศขนาดกลางที่ไม่เลือกข้าง แต่มีทางเลือกในการตัดสินใจบนผลประโยชน์ชาติ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงคดีการโกงส.ว.ว่า ฝ่ายค้านมีหลักฐานค่อนข้างชัดว่าอาจจะมีส่วนพัวพันกับนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย แต่กลายเป็นว่ากลับมีการแสดงความเห็นจากฝั่งรัฐบาลว่าโกงส.ว.ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง จะเอาเข้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือ ซึ่งการแสดงความคิดความเห็นลักษณะเช่นนี้เป็นการพยายามที่จะเตะสกัดการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน ขาดความกล้าหาญทางการเมืองอย่างชัดเจนที่ไม่ยอมให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ
เมื่อถามถึง กรณีที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าฝ่ายค้านเดินเกมเรื่อง19เพราะอยากเป็นรัฐบาล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คิดว่านายกฯพยายามเบี่ยงประเด็น จากหลักฐานที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมถึงภาคประชาชนเปิดมาเรื่อยๆ นายกฯ อาจจะตอบไม่ได้ทั้งหมด วิธีการเดียวที่จะเบี่ยงประเด็น ไม่อยากให้ฝ่ายค้านตรวจสอบในสภาได้อย่างเต็มที่ จึงเบี่ยงประเด็นโยนมาที่ฝ่ายค้านว่าอยากไปเป็นรัฐบาล คิดว่าเป็นคนละเรื่องกัน
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยังมีข้อมูลอีกหลายอย่าง ที่ตนก็มี แต่ทีมงานยังไม่ให้โพสต์หรือเปิดเผยออกมา ขอให้เก็บไว้เปิดในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจดีกว่า ทั้งนี้ ในนามผู้นำฝ่ายค้านฯ ซึ่งจะเป็นหลักฐานที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลในนามระบอบสีน้ำเงิน ใช้อำนาจรัฐทุกอย่างเพื่อที่จะพยายามคงอำนาจของตัวเองไว้ ไม่ได้ใช้ไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง และใช้อำนาจที่ตัวเองมีทำลายขั้วการเมืองฝั่งตรงข้าม
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องดูว่าฝ่ายค้านจะตกลงกันว่าจะยื่นเปิดอภิปรายตามมาตรา 151 เมื่อใด หรือจะยื่นตามมาตรา 152 ซึ่งขณะนี้เองก็ยังไม่มีความชัดเจน จึงต้องรอดูความชัดเจนจากฝ่ายค้านก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่มีการพยายามเรื่องคดีฮั้วส.ว. มาอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายภราดร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศนี้ปี 2569 ส่วนรัฐบาลอนุทิน 1 ก็ปี 2568 แต่คดีฮั้วส.ว. เกิดขึ้นเมื่อปี 2567 ยังไม่รู้ว่าจะอภิปรายในประเด็นต้องดูหลักการและเหตุผลในญัตติก่อน
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจั่วว่าประเด็นการทุจริตจะเป็นประเด็นหลักอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายภราดร กล่าวว่า รัฐบาลเพิ่งมาบริหารได้ 6 เดือน ยังไม่เห็นมีเรื่องทุจริตอะไร มีแต่มาแก้ไขปัญหา ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าทุจริต เช่น การสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นก็เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดำเนินการ ไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ แต่เกิดขึ้นมาต่อเนื่องหลายครั้งที่มีการสอบ ตั้งแต่ปี 2562 เมื่อถามว่า จะต้องประชุมวางแผนเตรียมพร้อมรับมือหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ทำงานก่อน หากมีการยื่นอภิปราย ค่อยมาศึกษาแล้วเตรียมตอนนั้น
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบแต่งตั้ง นายฉันทานนท์ วรรณเขจร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน



