‘วรศิษฎ์’ จ่อ ขยายผลตรวจสอบสวมทะเบียนบ้าน ลั่น เป็นภัยมั่นคง หวั่น ‘กระทบขอสัญชาติ-ใช้สิทธิ์เหมือนคนไทย’ อื่น ซัด จนท.ไม่เอะใจ แฟลตห้องเดียว คนอยู่ในทะเบียนบ้าน 60 คน
เมื่อเวลา 11.15 น.วันที่ 19 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” บุกทลายแฟลตดินแดง ทุจริต ยัดชื่อคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน และมีการออกหมายจับ 7 หมาย ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง ว่า กรณีดังกล่าวมีการย้ายเข้าของคนต่างด้าวที่เขตดินแดง เพื่อที่จะไปออกบัตรหมายเลข 7 ของคนต่างด้าวผิดปกติ จากการตรวจสอบของกรมการปกครอง และ กทม.ปี 2567 ได้มีการสืบสวนสอบสวน และดำเนินการออกหมายจับ และนำไปสู่การปฏิบัติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่มีส่วน เพราะเมื่อมีการขอย้ายเข้ามาในทะเบียนบ้าน เจ้าหน้าที่อาจจะปล่อยปละละเลยหรือทุจริต หรืออะไรหรือไม่ ตรงนี้ตำรวจจะต้องไปว่ากัน เมื่อมีห้องหนึ่งมีคนย้านเข้าถึง 60 คน ต้องเอะใจแล้ว เพราะห้องขนาด 30 ตร.ม.ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ เมื่อเจอแบบนี้จึงต้องดำเนินการ
เมื่อถามว่าจะสาวไปถึงเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การออกหมายจับทั้ง 7 ราย อาจมีในส่วนของนายหน้าเป็นผู้ประสานงาน เจ้าของบ้าน และเจ้าหน้าที่ ขณะนี้กำลังดำเนินการสอบสวนในชั้นของตำรวจต่อ
เมื่อถามย้ำว่า จะมีการตรวจสอบกรณีที่เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย ในพื้นที่อื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่าในขั้นแรกดำเนินคดีอยู่แล้ว ส่วนของกทม.จะให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อสอบวินัยร้ายแรงต่อไป ควบคู่กับการดำเนินคดีของตำรวจ หากพบความผิดปกติเพิ่มเติมให้รายงานผู้บังคับบัญชาด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการประสานกับกทม. เพื่อตรวจในเขตอื่นด้วยหรือไม่ เพราะนายหน้าอ้างว่ามีการกระทำลักษณะนี้ทุกเขต นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า มี และไม่ใช่ตรวจสอบเฉพาะในกทม. เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา เราโฟกัสที่เขตดินแดง และคิดว่าสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ และตามข้อมูลที่ตรวจสอบเมื่อดูในแฟลตดินแดง ตามทะเบียนจะต้องมีเด็กที่เป็นต่างด้าวอยู่ร่วม 1,000 คน ซึ่งตามความเป็นจริงส่วนใหญ่จะมีแต่ชื่ออยู่เพื่อจะไปออกบัตรสวมสิทธิ์ ขณะนี้ให้มีการสแกนทุกพื้นที่ และกทม.พร้อมให้ความร่วมมือและดำเนินการตรวจสอบไปด้วยกัน รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น สตช. ดีเอสไอ ปปง. ปปท. และจะมีการขยายออกไปในพื้นที่อื่นที่คิดว่ามีโอกาสจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้
“การทุจริตทางทะเบียน ไม่ใช่แค่เรื่องการสวมบัตรอย่างเดียว รวมไปถึงการแจ้งเกิดเท็จ พ่อทิพย์ ที่คาดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมและจะขยายผลได้มากกว่านี้ การได้บัตรหมายเลข 7 เป็นเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การได้สัญชาติ ซึ่งปัญหานี้กระทบความมั่นคงอย่าทำให้เขาเดินทางง่าย ใช้ชีวิตสะดวกมากกว่าสิ่งที่ควรจะเป็น โอกาสที่เขาจะไปทำอะไรก็เยอะ ทั้งการดำเนินชีวิต การศึกษา การรักษาพยาบาล หรืออาจจะไปทำอะไรอย่างอื่นที่เกินควร แม้จะไม่สิทธิ์เต็มเหมือนคนไทย แต่ก็ต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม” นายวรศิษฎ์กล่าว

