หน้าแรก การเมือง ทร. ย้ำเร่งซ่...

ทร. ย้ำเร่งซ่อม เรือหลวงภูมิพล เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ 490 ล้าน นายกฯ เตรียมลงตรวจ 27 ส.ค.นี้

19.08.26 | 13:11 น.

นายกฯ เตรียมตรวจความพร้อมรบ บน ร.ล.จักรีนฤเบศร กลางอ่าวไทย ย้ำ ร.ล.ภูมิพลฯ ที่อยู่ระหว่างเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ร่วมการฝึก ด้าน โฆษก ทร. แจงผลสอบเครื่องยนต์ เสียหาย ยังไม่เสร็จ ชี้ หากสาเหตุเกิดความบกพร่องของคน ต้องมีหลักฐาน


เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพมหานคร พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงความคืบหน้ากรณีปัญหาเครื่องยนต์เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช หลังตรวจพบความเสียหายตั้งแต่ปี 2567 ว่า ขณะนี้กรมอู่ทหารเรือเตรียมการไว้แล้ว ทันทีที่พร้อมก็จะมีการเรียกเรือหลวงภูมิพล เข้าอู่เพื่อเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ 2 เครื่อง วงเงินประมาณ 490 ล้านบาท ทันที โดยใช้เวลาราว 1-2 เดือน พร้อมกับทดสอบทดลอง ตรวจรับเพื่อให้เรือกลับมาพร้อมปฏิบัติภารกิจโดยเร็วที่สุด ทั้งหมดนี้ทำโดยช่างของกรมอู่ทหารเรือทั้งหมด ไม่เกี่ยวกับบริษัทอู่ต่อเรือของเกาหลีใต้ สำหรับเครื่องยนต์ที่จะนำมาเปลี่ยนในครั้งนี้ เป็นเครื่องยนต์ MTU ที่ไทยสั่งซื้อโดยตรงจากเยอรมนี เหมือนกับเครื่องยนต์ชุดแรก

ทั้งนี้ ปัญหาเกิดขึ้นหลังจากเรือหลวงภูมิพล เดินทางปฏิบัติราชการหลายครั้ง โดยเฉพาะภารกิจต่างประเทศ พบความผิดปกติของอะไหล่จนทำให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน (Shutdown) ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด และพบความเสียหายภายในเครื่องยนต์ โดยเมื่อประเมินแนวทางซ่อมบำรุง พบว่าการจัดหาเครื่องยนต์ใหม่มีความเหมาะสมกว่าการซ่อมและใช้งานเครื่องยนต์เดิม จึงนำไปสู่การตั้งงบประมาณจัดซื้อเครื่องยนต์ใหม่ทั้ง 2 เครื่อง โดยกระบวนการดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา

เมื่อถามว่า ประเด็นของเรือหลวงภูมิพล จะมีผลต่อการพิจารณาโครงการเรือฟริเกตในอนาคตหรือไม่ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวยอมรับว่า มีผลกระทบ เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นหลายปีก่อนเกี่ยวกับเครื่องยนต์ ซึ่งผู้บัญชาการทหารเรือในขณะที่ดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ก็เห็นความจำเป็นของเรื่องนี้จนนำไปสู่การเร่งรัดงบประมาณ การจัดหา จนนำมาสู่การติดตั้ง ทำให้กระบวนการเดิมที่วางแผนไว้อาจจะล่าช้า เพื่อทำให้เรือมีความพร้อมมากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายปีแห่งความพร้อมรบ เราพยายามหยิบทุกอย่างที่ไม่พร้อมในกองทัพเรือ มาทำให้พร้อมมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นในเรือหลวงภูมิพลเรานำมาทบทวน ซึ่งบางส่วนมีผลกระทบต่อการกำหนดทีโออาร์ในโครงการเรือฟริเกตที่จัดหาอยู่ในปัจจุบันด้วย เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นซ้ำซ้อนอีก

Advertisement

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวย้ำอีกว่า เรือหลวงภูมิพล ถือเป็นเรือรบหลัก จึงเร่งรัดกระบวนการจัดหาและซ่อมทำ เพื่อให้สามารถกลับมาปฏิบัติภารกิจได้ตามปกติ โดยปัจจุบันระบบเครื่องยนต์กังหันแก๊ส (Gas Turbine) ของเรือยังสามารถใช้งานได้ ทำให้เรือยังสามารถออกปฏิบัติภารกิจได้ตามแผน

ส่วนสาเหตุความเสียหาย ผลการตรวจสอบบางส่วนจากกรมอู่ทหารเรือได้นำข้อมูลบทเรียนไปใช้ประกอบการปรับปรุงข้อกำหนดทางเทคนิค (TOR) สำหรับโครงการเรือฟริเกตลำใหม่

ส่วนกระแสข่าวเกี่ยวกับการออกแบบเรือของบริษัทผู้ต่อเรือจากเกาหลีใต้ กองทัพเรือเห็นว่า ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ พร้อมชี้แจงว่าแบบเรือได้รับการรับรองจากสถาบันจัดชั้นเรือเกาหลี (KR Class) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานการต่อเรือของเกาหลีใต้ ขณะที่กรณีข้อสงสัยเรื่องความผิดพลาดจากมนุษย์ หรือ Human Error กองทัพเรือยืนยันว่า การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น โดยยังมีคณะกรรมการสอบสวนอีกชุดที่อยู่ระหว่างดำเนินการ หากผลสอบพบว่ามีผู้กระทำผิดจริง จะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน ทั้งด้านวิศวกรรมวิทยาศาสตร์ และพยานหลักฐานประกอบ ไม่สามารถสรุปจากข้อกล่าวอ้างเพียงบางส่วนได้ เพราะหากจะดำเนินการทางละเมิดเพื่อเรียกร้องความเสียหาย จำเป็นต้องมีหลักฐานที่ครบถ้วน

ส่วนข้อสันนิษฐานว่ากำลังพลอาจขาดความชำนาญในการดูแลเครื่องยนต์ กองทัพเรือยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีความเป็นไปได้ เนื่องจากกำลังพลชุดรับเรือมีการโยกย้ายหมุนเวียน ทำให้องค์ความรู้บางส่วนอาจสูญหายระหว่างการส่งต่อหน้าที่ แต่ต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ กองทัพเรือยืนยันว่า เรือหลวงภูมิพลฯ ยังคงใช้งานได้ โดยใช้ระบบเครื่องยนต์กังหันแก๊ส และ ในวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดไปตรวจการฝึกความพร้อมรบกองทัพเรือประจำปีครั้งสุดท้าย เรือหลวงภูมิพล ก็ร่วมภารกิจนี้ด้วย

โดยตามกำหนดการ นายกรัฐมนตรีจะนั่งเฮลิคอปเตอร์ จากสนามบินอู่ตะเภาไปลงที่เรือหลวงจักรีนฤเบศร ที่จอดอยู่กลางอ่าวไทยตอนบน เพื่อชมการฝึกประจำปีงบประมาณ 2569 ของกองทัพเรือ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 สิงหาคม 2569