หน้าแรก การเมือง สุชาติ ไม่มา ...

สุชาติ ไม่มา ร่วมถกกมธ.ปมสารพิษในแม่น้ำ ภัทรพงษ์ ยันมีหลักฐานชัดเจน หวังรบ.หาเวลามาคุยกัน

19.08.26 | 14:15 น.

‘ภัทรพงษ์’ หวัง ‘สุชาติ’ หาเวลาว่าง ร่วมถกปัญหาสารพิษในแม่น้ำข้ามแดน ชี้ อนุกรรมาธิการ มีหลักฐานชัดเจน มองพลาดโอกาสคุยจีน-เมียนมา เพราะรัฐบาลไม่มีความรู้เพียงพอ ขณะที่ TOR มีปัญหาเรื่องการปิดบังข้อมูล

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม เวลา 13.00 น.ที่รัฐสภา นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) มลพิษทางน้ำข้ามแดน แถลงก่อนการประชุมกมธ. ว่า วันนี้ได้มีการเชิญ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมหารือถึงประเด็นปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน ในประเด็นการเซ็น TOR ระหว่างไทย-เมียนมา ที่มีข้อกังวลเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการห้ามเปิดเผยข้อมูล ถ้าไม่ได้รับการยินยอมจากทั้งสองฝ่ายเป็นลายลักษณ์อักษร และหากจะแถลงข่าวใดๆ ได้ ทั้งสองฝ่ายจะต้องเซ็นยินยอมก่อน


นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่านายสุชาติ จะมีองค์ความรู้ และรับฟังปัญหาจากทางอนุ กมธ. และตนมั่นใจว่าการทำงานที่ผ่านมาของอนุกมธ. เห็นภาพชัดเจน จับต้องได้และขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจังมากกว่ารัฐบาลแน่นอน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่านายสุชาติจะมารับฟังและรับข้อมูลจาก อนุกมธ. และขับเคลื่อนแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดนให้กับประชาชนคนไทย แต่ทางนายสุชาติได้แจ้งกลับมาว่าไม่สามารถเดินทางมาร่วมประชุมได้ เนื่องจากติดภารกิจ ทางอนุกมธ. จึงให้ทางกระทรวงทรัพย์ฯ แจ้งวันที่ รัฐมนตรีฯ สะดวกมาเข้าร่วมประชุม

“ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ แค่น้ำมีสารพิษอย่างเดียว แต่ตอนนี้นอกจากแม่น้ำที่ปนเปื้อนแล้ว ตะกอนดินที่ใช้ในการปลูกข้าว ปลูกพืชผลทางการเกษตร เกินมาตรฐานไปหลายเท่ามาก มาตรฐานค่าสารหนู ในพื้นที่เพาะปลูกอยู่ที่ 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แต่ผลการตรวจของกรมพัฒนาที่ดินตอนนี้ ในแม่น้ำกก มีค่าสารหนูในดินพุ่งขึ้นสูงถึง 164 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งพื้นที่เหล่านั้นก็มีการปลูกข้าว และข้าวโพดอยู่เลย ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินมีข้อมูลอยู่แล้วว่าผลการตรวจเกินมาตรฐาน แต่ก็ยังให้ดำเนินการต่อ โดยที่ปล่อยให้เกษตรกรรับมือในส่วนนี้ รมว.ทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยตรงของประเทศไทยกับละเลยเพิกเฉยต่อปัญหานี้ และยังไม่มารับฟังสิ่งที่ทางอนุกมธ. ศึกษามาอย่างละเอียด พร้อมข้อเสนอแนะ” นายภัทรพงษ์กล่าว

Advertisement

นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า ใน TOR เขียนไว้ว่าข้อมูลอะไรก็แล้วแต่ที่มาจากคณะทำงานชุดนี้จะเปิดเผยได้ต้องมีเอกสารยินยอมร่วมจากทั้ง 2 ฝ่าย จึงอยากให้ทำเป็นมาตรฐานว่าผลการตรวจอะไรก็แล้วแต่ที่มาจากคณะทำงานชุดเหล่านี้ถือว่าเป็นทั้ง 2 ฝ่ายยินยอมให้เปิดเผย โดยเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่เริ่มต้น ถ้าแบบนี้ก็ไม่ต้องมากังวลกันแล้วว่าจะเปิดเผยได้หรือไม่ เริ่มต้นด้วยการเปิดเผยเลย เพราะ TOR มีข้อเสียเรื่องของการปิดบังข้อมูล จึงควรเปิดเผยตั้งแต่แรกทุกการตรวจ และเซ็นยินยอมทั้งเมียนมาและไทย

นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า บทบาทของรัฐบาลที่นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของแม่น้ำเป็นพิษถือว่าน้อยมาก เราเริ่มตั้งแต่ก่อนจะคุยกับเมียนมาและจีน และนายอนุทินก็พูดเองว่าไม่ได้คุยเรื่องนี้กับจีน ถือว่าเป็นการเสียโอกาสของประชาชนคนไทยโดยใช่เหตุ เพราะเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าแร่ที่นำเข้ามาจากทางเมียนมาผ่านไทย สุดท้ายก็ส่งไปที่จีน หรือแร่ที่ทำอยู่ทางเมียนมาโดยเฉพาะแร่เอิร์ธ ก็ส่งตรงจากเมียนมาไปจีนเช่นกัน เรามีข้อมูลตรงนี้ชัดเจนอยู่แล้ว การที่เราปฏิเสธที่จะคุยกับจีนคือการเสียโอกาสของคนไทย ซึ่งตนมองว่าเป็นการทำงานของรัฐบาลที่ไม่มีความรู้ ความเข้าใจในปัญหานี้มากพอ จึงทำให้ไม่เอาปัญหานี้ไปพูดคุยกับทางรัฐบาลของจีน

นายภัทรพงษ์ กล่าวอีกว่า เมื่อพบกับรัฐบาลเมียนมา เราควรที่จะมีมาตรการที่ชัดเจนมากกว่านี้เพราะเราคุยกับเขาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่มาถึงปัจจุบันเรากลับได้ TOR ที่เนื้อหาไม่ได้มีอะไรผูกมัดเลย และชัดเจนว่าทางเมียนมาไม่ได้มีข้อผูกมัดหรือแนวทางในการที่จะตรวจต้นตอของเหมืองเหล่านี้ว่าเหมืองเหล่านี้มีการจัดการบำบัดน้ำอย่างไร และทางเมียนมาก็ไม่ได้มีข้อผูกมัดในเรื่องของการตรวจสอบห่วงโซ่ ว่าก่อนที่จะส่งออกแร่มาทางประเทศไทยไปยังจีน ได้ตรวจสอบตามกฎหมายอย่างไร เราพลาดโอกาสนี้ด้วยความไม่รู้ ความไม่เข้าใจปัญหาและความละเลยต่อปัญหาของรัฐบาลไทย

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมานายสุชาติ พยายามตั้งทีมขึ้นมาเพื่อติดตามปัญหาและแก้ปัญหานี้ แต่สุดท้ายก็เหมือนจะไม่มีความคืบหน้า นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า มีการตั้งคณะอนุกรรมการจัดการปัญหาเรื่องน้ำข้ามแดน แต่ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้ยังไม่เคยมีการประชุมเลย และเรื่องของการประชุมจะมีคณะทำงานย่อยอีกเพื่อติดตามผลการตรวจต่างๆ ประชุมครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน และที่หนักที่สุดคือคณะทำงานการเจรจาระหว่างประเทศ ไม่เคยมีการประชุมเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นทำไมเราถึง แสดงออกในเรื่องของการต่างประเทศไม่ว่าจะกับจีนหรือเมียนมาได้แย่มาก เพราะคณะทำงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจัดการปัญหานี้ไม่เคยประชุมกันสักครั้งเลย ดังนั้นจึงไม่มีทางเลยที่เราจะเจรจาได้อย่างมีประสิทธิภาพ