‘โรม’ ชี้ปล่อยตัว ‘เล่าต๋า’ กระทบความเชื่อถือกระบวนการยุติธรรม หวั่นใช้ทรัพย์สินหวนสร้างอิทธิพล หนุนทบทวนเกณฑ์คดีร้ายแรง
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 19 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการปล่อยตัว นายเล่าต๋า แสนลี่ อายุ 85 ปี ผู้ต้องขังคดียาเสพติดรายใหญ่ ว่า เรื่องนี้ความรู้สึกที่สังคมกังวล มี 3 คำถาม คือ 1.ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้มีเงินทองจะได้รับสิทธิพิเศษในการอภัยโทษหรือไม่
นายรัวสิมันต์ กล่าวต่อว่า 2.เงินทรัพย์สินที่ยึดไปบางส่วน ซึ่งน่าจะยังยึดไม่หมด คำถามคือเงินเหล่านี้จะเข้ามามีอิทธิพลบางประการหลังจากปล่อยตัวออกไปหรือไม่ และ 3.กระบวนการยุติธรรมที่เรากำลังดำเนินการกันอยู่ ตกลงมีพลังแค่ไหนในการปราบปรามอาชญากรรมที่กำลังเกิดขึ้น
“โดยภาพรวมทั้งหมดไม่ได้ส่งผลดีต่อภาพรวมของกระบวนการยุติธรรมเลย และทำให้เกิดความน่ากังวลความไม่น่าเชื่อถือของผู้ที่เกี่ยวข้องในสายพานของกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้น” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่า หลังจากนี้รัฐมนตรีจะทบทวนเรื่องหลักเกณฑ์ผู้ต้องหาคดีร้ายแรง มองว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในกรณีทั่วไปตนเห็นว่า ควรต้องมีการปรับปรุงเรื่องนี้แต่การปรับปรุงไม่ได้หมายความว่าต้องมีโทษให้หนักขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ควรมีหลักเกณฑ์และกระบวนการที่โปร่งใส ต้องมีหลักเกณฑ์ที่วัดได้ไม่ใช่ใช้ดุลพินิจของมนุษย์เพียงอย่างเดียว ในกรณีเฉพาะอย่างนายเล่าต๋า ตนคิดว่าต้องไปดูคดีต่างๆ ว่ายังมีคดีอื่นที่ยังไม่แล้วเสร็จหรือไม่
ต้องไปดูด้วยว่ากรณีนายเล่าต๋าเขามีพฤติกรรมที่จะกลับไปสู่วงการแบบเดิมด้วยหรือไม่ตนเชื่อว่าเขาคงไม่กลับไปแล้วคงเข็ดหลาบแต่เพื่อเป็นหลักประกันให้สังคม ตนคิดว่าการจะตรวจสอบโดยที่ไม่มีการละเมิดสิทธิ์ให้อยู่ในจุดที่พอสมควรแก่เหตุก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ ที่ต้องคิดและเตรียมการเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ส่วนการอ้างเกณฑ์อายุ 70 ตนก็เข้าใจว่ามีระเบียบอยู่ ซึ่งเราต้องไปดูว่ากฎระเบียบต้องใช้แบบนั้นทุกอย่างหรือมีข้อยกเว้นอย่างไร ยังคงไม่สามารถลงรายละเอียดลึกได้ในขณะนี้



