หน้าแรก การเมือง เลขาฯป.ป.ท. เ...

เลขาฯป.ป.ท. เดินหน้าล้างบาง สวมสิทธิบัตรชมพู ฮึ่มขรก.ใช้ช่องโหว่กม.ทำผิด ลั่นไม่ยอมให้เกิดอีก

19.08.26 | 17:25 น.

เลขาฯป.ป.ท. ลั่นขยายผลขบวนการสวมบัตรชมพู ยันไม่ยอมให้เกิดอีก เชื่อไม่ได้มีแค่แฟลตดินแดง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” บุกทลายขบวนการสวมสิทธิทำบัตรสีชมพูให้เด็กต่างด้าว ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในแฟลตดินแดง โดยจับกุมผู้ต้องหา 7 ราย จากที่มีการแจ้งเบาะแสไปที่ ป.ป.ท.ว่า สำนักงาน ป.ป.ท.ได้รับเบาะแสมาระดับหนึ่งว่ามีเรื่องทุจริตสวมสิทธิบัตรสีชมพูและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เมื่อสำนักงาน ป.ป.ท.ได้ข้อมูลแล้ว ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนขยายผลนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย กทม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ทุกคนระดมสรรพกำลังร่วมกันบังคับใช้กฎหมาย


นายภูมิวิศาลกล่าวว่า ต้องขอบคุณศาลที่อนุมัติหมายจับและหมายค้น จนเราบรรลุวัตถุประสงค์ของการเข้าปฏิบัติการ ส่วน กทม. ทางผู้ว่าฯกทม.ได้สั่งการ พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. เข้าร่วมปฏิบัติการ จนเรามีข้อมูลสำคัญได้ส่งมอบให้ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม.เพื่อไปดำเนินการต่อแล้ว และทางสำนักงาน ป.ป.ท.จะไปดำเนินการต่อเช่นกัน ซึ่งข้อมูลนี้สำคัญมาก

เมื่อถามว่า นอกเหนือจากการเข้าปฏิบัติเมื่อวันที่ 18 ส.ค. จากข้อมูลของ ป.ป.ท.ยังมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่านี้หรือไม่ นายภูมิวิศาลกล่าวว่า คิดว่าเขาไม่ได้ทำคนเดียว เพราะทำมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และคงมีคนที่อยู่ร่วมขบวนการอีก หมายถึงที่ตรงอื่นอีก ซึ่งคงไม่ใช่ตรงนี้ที่เดียว อย่างที่เรียนทางผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับข้อมูลสำคัญจากปากคำของผู้ที่เราดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ไปแล้ว คิดว่าข้อมูลตรงนี้จะไปขยายผลได้อีกมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการเข้าจับกุมผู้ทำหน้าที่นายหน้าระบุมีการทำกันทุกเขต นายภูมิวิศาลกล่าวว่า ที่บอกว่าเป็นข้อมูลสำคัญ ทุกคนได้ยิน แต่เราเองไม่สามารถเชื่อในคำพูดนั้นได้เพียงอย่างเดียว คงต้องมีการลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และลงไปดำเนินการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนของลูกหลานคนต่างด้าว 140 คน ที่ตรวจพบมีชื่อสวมสิทธิเข้าทะเบียนบ้านทิพย์ จะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายภูมิวิศาลกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ ป.ป.ท.ต้องเดินหน้าต่อไป จุดนี้ถือเป็นเรื่องต้นกำเนิด เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ทำตามระเบียบข้อบังคับ ตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่มีอยู่หรือไม่ ถ้าคุณทำวันนั้นตามกฎหมาย คงไม่เกิดเรื่องแบบเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา แค่นี้ก็พิสูจน์ให้เห็นเลยว่าไปอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายไปทำอะไรหรือไม่ คุณเป็นข้าราชการ และเรื่องนี้เป็นเรื่องความมั่นคงของรัฐ คุณยังทำให้เรื่องนี้ให้เกิดขึ้น เราคงไม่ปล่อยให้ทำเรื่องแบบนี้ที่ไม่ดีเกิดขึ้นอีก ต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปอย่างเข้มข้น