หน้าแรก การเมือง โรม โต้อนุทิน...

โรม โต้อนุทิน อ้างรับไม่ได้ฮั้วสว. ซัดอย่าโกหกประชาชน รัฐบาลต้องเคลียร์ อย่าปล่อยอ้างเบื้องสูง 

20.08.26 | 15:29 น.
โรม

โรม โต้อนุทิน อ้างรับไม่ได้ฮั้วสว. ซัดอย่าโกหกประชาชน รัฐบาลต้องเคลียร์ อย่าปล่อยอ้างเบื้องสูง

 


เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์หลังนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลรับไม่ได้กับการฮั้ว ส.ว. และเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวกับคดีฮั้วอย่างแน่นอน หากจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่เกิดขึ้นและยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจน ขออย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าวันนั้นจะเกิดอะไรขึ้น แต่การทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านอยู่ที่พยานหลักฐาน และต้องยอมรับว่าการตรวจสอบเรื่องฮั้ว สว.หรือเรื่องอื่นตั้งอยู่บน 2 ฐาน คือ 1.ฐานทางกฎหมาย ว่าผิดข้อกล่าวหาใดมาตราใด อั้งยี่ซ่องโจรหรือไม่ และผู้ที่มีอำนาจในการชี้ความผิดไม่ใช่สภา แต่เป็นหน่วยงานอื่นเช่นศาลที่ทำหน้าที่นี้ต่อ และ 2. การตรวจสอบทางการเมือง

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจคือการตรวจสอบทางการเมือง ว่าข้อยุติในสภาคือมือจะยกในการไว้วางใจหรือไว้วางใจ และมือในการยกส่วนใหญ่จะเห็นว่าฝั่งรัฐบาลมักจะผ่านจุดนี้ไปได้ไปได้ แต่จะต้องไม่ลืมเรื่องทั้งหมดที่ตรวจสอบทางการเมืองต้องตั้งอยู่บนความโปร่งใสที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ คำถามคือต่อให้สามารถรอดจากการตรวจสอบผ่านกลไกสภาหรือกลไกทางกฎหมาย เชื่อจริงเหรอว่าฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะผู้มีอำนาจในรัฐบาลจะไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้

“ท่านคิดว่าท่านจะโกหกประชาชนเรื่องนี้ ไปได้อีกเท่าไหร่ ท่านคิดจริงหรือว่าประชาชนในประเทศนี้ได้เห็นและติดตามการทำงานของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือนายยิ่งชีพ อัฌชานนท์ หรือหลายภาคส่วนที่มีการเปิดเผยข้อมูล มีบุคคลหลายบุคคล มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์ใกล้ชิด ทำเป็นกระบวนการ จนคิดว่าอั้งยี่ซ่องโจรอาจจะเป็นข้อหาเล็กไปด้วยซ้ำ ซึ่งกระบวนการทำแบบนี้ยึดอำนาจรัฐผ่านการโกง ส.ว. คิดว่าอาจจะหลอกตัวเองได้ แต่หลอกประชาชนไม่ได้ และมือในสภาที่ท่านมีจะทำให้ท่านสามารถเกาะอำนาจรัฐได้ตลอดไป ซึ่งประชาชนมีความสำคัญต่อสมการนี้แน่นอน“ นายรังสิมันต์ กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า เหลือไม่กี่วันที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จะชี้ขาดเรื่องฮั้วสว.พรรคประชาชนเตรียมเปิดโปงอย่างไรต่อ นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การเปิดโปงคดีมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะได้เห็นการทำหน้าที่ของนายพริษฐ์ อย่างเข้มแข็ง ขณะเดียวกัน น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ช่วยขยายความหลายครั้ง ยืนยันว่าติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ยอมรับว่าในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน การที่ฝ่ายรัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือในการคลี่คลายปัญหาโกง ส.ว. อย่างที่ควรจะเป็น

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลเองดูไม่สบายใจจากการเปิดโปงเรื่องนี้ โดยเฉพาะมีการขยายผลไปถึงว่ามีการอ้างเบื้องสูง ดังนั้นขออย่าโกหกกัน เพราะมีการแอบอ้างแน่ๆ และมีการใช้กลไกนี้แน่ๆ แต่สิ่งที่ยังไม่เห็นคือกลุ่มรักสถาบัน เหตุใดถึงดูเงียบกับเรื่องเหล่านี้ สิ่งที่ต้องการ คือวันนี้เรื่องฮั้ว ส.ว.ไม่ใช่แค่การยึดอำนาจรัฐผ่านการโกง แต่เป็นการดึงฟ้าเข้ามาเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว คือการเอาสถาบันเข้ามาเป็นประโยชน์ส่วนตัว เพื่อปกป้องคุ้มครองในการกระทำชั่ว ของตัวเองที่เกิดขึ้น

“ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควร และไม่เข้าใจว่าคุณอนุทิน นิ่งเฉยกับเรื่องนี้ได้อย่างไร ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ปกป้องหลักนิติรัฐ นิติธรรม แต่กลับปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น และก็ติ๊ดชึ่ง กับเรื่องนี้ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้“ นายรังสิมันต์ กล่าว

ด้าน น.ส.รักชนก กล่าวตอบโต้นายกรัฐมนตรีว่า คนไทยกินข้าว ไม่ได้ทานหญ้า ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว ส.ว. ตนคิดว่าให้ประชาชนดูข้อมูลทั้งหมด แล้วให้เขาตัดสินดีที่สุด และถึงที่สุดแล้ว กกต. ที่ถูกตั้งคำถามว่า ถูก ส.ว. ชุดนี้แต่งตั้งและรับรองมา มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เราต้องการให้ประชาชนออกมาช่วยกันกดดันให้ กกต. ส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกา เพราะกฎหมายเขียนว่าเรื่องนี้ ประชาชนคนธรรมดาไม่สามารถส่งไปให้ศาลฎีกาได้ด้วยตนเอง เพราะอำนาจนั้นเป็นของ กกต. แต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น ขอแรงประชาชนทุกคนว่าเสียงของท่านมีความหมายกับเรื่องนี้ ที่จะมาช่วยกันกดดัน กกต.

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า เรื่องกรณีที่นายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตนอยากให้นายกรัฐมนตรีลองเปิดเฟซบุ๊กของฝ่ายค้าน เช่น ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน หรือเพจไอลอว์ ท่านก็จะจะเห็นข้อมูลต่างๆ แม้ตัวนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่เกี่ยวโดยตรง แต่ตนอาจเอ่ยได้ 2-3 ชื่อ ซึ่งไม่ได้เป็นการกล่าวหา เพราะอยู่ในสื่อสาธารณะ เช่น นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลที่โอนเงินให้กับ กกต. จำนวน 800,000 บาท ถ้านายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่เกี่ยว ก็ต้องถามประชาชนคนไทยด้วยว่าเกี่ยวหรือไม่ หรือแม้กระทั่ง ข้อมูลที่ไอลอว์เปิด เกี่ยวกับนายวรศิษฏ์ เสียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าพ่อของนายวรศิษฏ์ถูกรายล้อมด้วยคนที่เป็นผู้ช่วย ส.ว. ซึ่งเป็นลูกน้อง ต้องถามว่าสิ่งเหล่านี้จริงหรือไม่ แม้กระทั่งนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภา ก็ถูกข้อกล่าวหาเช่นกันว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำโพยหรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสาธารณะ และอยู่ในสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ กกต.

“ขอให้ประชาชนคิดเองดีกว่าว่ารัฐบาลชุดนี้เกี่ยวข้องกับการโกง ส.ว. หรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาออกหน้ารับแทน เพราะจะเป็นการไม่งามที่มาการันตีหรือมาฟันธงเรื่องอะไรที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลก่อน” น.ส.รักชนก กล่าว

ส่วนประเด็นเรื่อง ม.112 น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนขอแจ้งคนที่จะไปร้องตน ตนเป็นเพียงผู้นำสารที่ว่ามีการแอบอ้างข้างบน ซึ่งตนตีความว่าเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ เพราะมีการบอกว่าเรื่องนี้ข้างบนท่านตรัส ไม่อย่างนั้น กกต. ประกาศโมฆะไปแล้ว ซึ่งตนไม่ได้เป็นคนพูดประโยคเหล่านี้ แต่คนที่พูดคือนายกวิทยา ดังนั้น คนที่ควรจะถูกฟ้องมากกว่าตนคือนายกวิทยา

“ดิฉันยืนยันว่าไม่สนับสนุนให้ใครก็ตาม ไปดำเนินคดีในข้อหา ม.112 และ ไม่สนับสนุนให้ใช้มาตรานี้ กลั่นแกล้งกันทางการเมือง เพราะเป็นกฎหมายที่มีปัญหามากจริงๆ ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ว่าพรรคประชาชนไม่สนับสนุนให้ใช้กฎหมายมาตรานี้ในการรังแกบุคคลใดๆ ก็ตามทั้งสิ้น” น.ส.รักชนก กล่าว