“รมว.กลาโหม” ลงพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ให้กำลังใจผู้ประสบภัย และกำลังพลช่วยเหลือประชาชน ย้ำทุกหน่วย “ไม่มีคำว่างานของใคร”
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะทำงานประกอบด้วย พล.อ.สรรเพชญ พิเนตรบูรณะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.ต.เฉลิม สีเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 รวมถึง นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิดในพื้นที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อให้กำลังใจพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่และกำลังพลทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยคณะได้เดินทางไปยัง วัดพระธาตุเบ็งสกัด อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อเข้ารับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ และการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบ Board Walk
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เข้าตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำ รถครัวพระราชทาน และ รถผลิตน้ำประปาสนามเคลื่อนที่ ที่ได้เร่งประกอบอาหารสุกใหม่และผลิตน้ำดื่มสะอาดแจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่

จากนั้น คณะได้เดินทางลงพื้นที่ไปยัง หมู่ที่ 4 บ้านแก้ม ตำบลวรนคร อำเภอปัว เพื่อพบปะ เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม รวมถึงให้กำลังใจกำลังพลที่กำลังเร่งช่วยขนย้ายสิ่งของและฟื้นฟูพื้นที่ พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพ อาหารกล่องพระราชทาน และน้ำดื่มสะอาดให้แก่ประชาชนในชุมชน

พล.ท.อดุลย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า การเดินทางมาในวันนี้ เพื่อต้องการมาให้กำลังใจพี่น้องประชาชนชาวอำเภอปัวทุกคนที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์อุทกภัย รวมถึงมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพล รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง กระทรวงกลาโหมและกองทัพพร้อมระดมสรรพกำลัง ทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ รถครัวพระราชทาน และรถผลิตน้ำประปาสนาม เข้าสนับสนุนการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด และจะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

พล.ท.อดุลย์ กล่าวด้วยว่า ผมได้เดินพูดคุยกับพี่น้องประชาชน หลายคนพูดตรงกันว่า ‘หนักมาก’ บางคนบอกว่าเป็นน้ำท่วมที่หนักที่สุดในชีวิต พอได้มาเห็นกับตา ได้ฟังกับหู ก็ยิ่งรู้ว่าเวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องช่วยกันให้เต็มที่ และต้องทำให้เร็วที่สุด ผมย้ำกับทุกหน่วยงานว่า เวลาประชาชนเดือดร้อน ไม่มีคำว่า ‘งานของใคร’ มีแต่งานของพวกเราทุกคน ใครมีคน ส่งคน ใครมีรถ มีเรือ มีเครื่องมือ นำมาใช้ ตรงไหนเข้าไม่ถึง ต้องช่วยกันหาทางเข้าไปให้ถึง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบาง ต้องดูแลเป็นพิเศษ
รมว.กลาโหม กล่าวต่อว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ผมกำชับกับเจ้าหน้าที่ทุกคนคือ ‘ความปลอดภัยต้องมาก่อน’ เราต้องช่วยประชาชนอย่างเต็มกำลัง แต่คนที่ออกไปช่วยก็ต้องปลอดภัยเช่นกัน อย่าเสี่ยงโดยไม่จำเป็น ทำงานอย่างรอบคอบ รัดกุม และดูแลกันเป็นทีม วันนี้ผมมาให้กำลังใจพี่น้องประชาชน และก็มาส่งกำลังใจให้ทหาร เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และทุกคนที่อยู่หน้างาน ผมอยากบอกพี่น้องชาวน่านว่า ขอให้มั่นใจครับ รัฐบาล กองทัพ และทุกหน่วยงานจะอยู่ตรงนี้กับประชาชน เราจะช่วยกันอย่างเต็มที่จนกว่าสถานการณ์จะผ่านพ้นไป ประชาชนเดือดร้อน เราต้องไปถึง และเราจะไม่มีวันทอดทิ้งประชาชน

