หน้าแรก การเมือง เท้งขอเคลียร์...

เท้งขอเคลียร์งานก่อน ลงพื้นที่ฟื้นฟูน่าน ชี้ ไม่ใช่แค่เขาหัวโล้นที่ทำน้ำท่วม

21.08.26 | 17:59 น.

เท้ง ขอเคลียร์ตารางงาน พร้อมลงพื้นที่ฟื้นฟูน้ำท่วมน่าน แนะโอนฝายธงน้อยให้กรมชลฯ หวังระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น ชี้ น้ำท่วมเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่เขาหัวโล้นอย่างเดียว


เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 21 สิงหาคม ที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.น่านว่า ตั้งแต่มีสถานการณ์ที่ อ.ปัว จนกระทั่งน้ำเริ่มลดเข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟู พรรคประชาชนได้ส่งตัวแทนลงพื้นที่โดยมี สส.น่านทั้ง 2 คน รวมถึงนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย (กมธ.ปภ.) สภาผู้แทนราษฎร เข้าพื้นที่ไปตั้งแต่ช่วงแรกๆ และประจำอยู่ในพื้นที่ โดยตนได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเช่นกัน และตอนนี้ได้มีการเปิดช่องทางรับบริจาค และใช้ทีมงานอาสาสมัคร เครือข่ายจังหวัด สส.เขต รวมถึง ส.ส. ที่ดูแลประเด็นนี้ในการช่วยเหลือประชาชนด้วยตัวเอง

เมื่อถามว่า จะมีการลงพื้นที่ด้วยตนเองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากยังอยู่ในช่วงเวลาฟื้นฟู ตนก็พร้อมจะลงพื้นที่อยู่แล้ว แต่ขอดูตารางงานก่อน เนื่องจากใกล้เปิดสภาฯ แต่ยืนยันว่าส่วนตัวถ้ามีโอกาสพร้อมลงพื้นที่

เมื่อถามถึง กรณีที่เคยมีการเสนอให้ปรับผังเมืองเพื่อลดผลกระทบ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้เรื่องระบบการแจ้งเตือนก็ดีขึ้นเป็นลำดับ ซึ่ง ส.ส.พรรคประชาชนเรียกร้องมาโดยตลอด ส่วนขั้นตอนการปรับปรุงระบบบริหารจัดการน้ำหรือโครงสร้างพื้นฐานต้องดูเป็นรายลุ่มน้ำหรือรายพื้นที่ แม้ อ.ปัวจะไม่ได้เป็นที่ตั้งของฝายธงน้อย แต่จากการที่ตนเคยไปลงพื้นที่พบว่าหากดูจากความถี่ในการเกิดอุทกภัย และความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ พบว่าก่อนและหลังการก่อสร้างฝ่ายธงน้อยก็มีความแตกต่างกันจริง

Advertisement

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เราไม่ได้จะบอกว่าฝ่ายธงน้อยเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย แต่สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เป็นเจ้าของฝาย คือกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ก็ยอมรับว่าโดยสภาพภูมิประเทศ อาจจะไม่เหมาะในการผลิตไฟฟ้า และกรมชลประทานก็พร้อมเข้ามาบริหารจัดการ ซึ่งกรมชลประทาน ก็เคยได้รับการถ่ายโอนฝายจากกระทรวงพลังงาน

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น โจทย์ในตอนนี้เอาแค่ประเด็นนี้ก่อน การปรับปรุงฝายธงน้อยให้ขยายเต็มลำน้ำเพื่อให้ระบายน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดูแลและใช้กรมชลประทานดูแลโดยตรง น่าจะเป็นทางออกในระยะกลางและระยะยาวที่ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นได้

นายณัฐพงศ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนข้อเสนออื่นๆ การทำเส้นทางระบายน้ำแบบบายพาส ก็เป็นข้อเสนอได้ แต่ตอนที่ตนไปลงพื้นที่ จ.น่าน กรมชลประทานก็มีโครงการในแผนอยู่แล้วเช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อตัดยอดน้ำ ซึ่งอาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ลงทุนน้อยกว่า ดังนั้น ในส่วนการบริหารจัดการน้ำทุกพื้นที่โดยเฉพาะใน จ.น่าน ควรมีแผนในภาพรวม ซึ่งสนทช.เป็นเจ้าภาพและมีแผนอยู่แล้ว

เมื่อถามถึง ดราม่าพื้นที่เขาหัวโล้นไร่ข้าวโพดใน จ.น่าน ที่ทำให้ไม่มีป่าซับน้ำ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกอย่างมีส่วนประกอบในการทำให้ปัญหาน้ำรุนแรงมากขึ้น จากพื้นที่ป่าที่ลดลง การขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คงไม่ได้มีสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งที่เป็นต้นเหตุที่เราเข้าไปแก้ แล้วแก้ปัญหาได้ทั้งหมด