ชงร่างพีดีพีลุย SMR-โซลาร์ 4 สูตรเสนอ เอกนัฐ เคาะ ดีอีเคลียร์สัญญา TH-AI นายกฯ ปัดทุนญี่ปุ่นทิ้ง นำ 9 บิ๊กธุรกิจไทยถกกีวี
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวระหว่างการเยือนประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับนักลงทุนทุกประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักเป็นลำดับต้นๆ มาอย่างยาวนานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาคอุตสาหกรรมไทย
โดยรัฐบาลพร้อมสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยไม่ได้ทอดทิ้งกลุ่มนักลงทุนเดิมที่มีความผูกพันกันมานาน รัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งปัจจุบันส่วนประกอบส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ ตัวถัง แชสซี หรือระบบต่างๆ ล้วนผลิตภายในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ของญี่ปุ่นทั้งสิ้น จึงถือเป็นเรื่องที่ทิ้งกันไม่ได้ และต้องทำให้นักลงทุนไม่ทิ้งไทยด้วยเช่นกัน
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เป็นประธานร่วมกับ Hon. Todd McClay รัฐมนตรีการค้านิวซีแลนด์ และผู้บริหารหน่วยงาน Invest New Zealand จัดงาน Business Meeting ณ นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ภายในงานมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เชื่อมผู้นำภาคเอกชนไทยและนิวซีแลนด์ พร้อมแลกเปลี่ยนนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ทั้งอาหาร พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง โดยไทยและนิวซีแลนด์มีรากฐานความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ผ่านกรอบความตกลงการค้าเสรีถึง 3 ฉบับ
นายนฤตม์ กล่าวว่า รองนายกฯ ได้นำคณะผู้บริหารระดับสูงจาก 9 กลุ่มบริษัทชั้นนำของไทยร่วมกิจกรรม ครอบคลุมอุตสาหกรรมพลังงาน อาหาร ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ 1.บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ 2.บมจ. บ้านปู 3.กลุ่มเซ็นทรัล 4.บมจ. เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF)
5.บมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 6.บมจ. ปตท. 7.บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCG) 8.บมจ. ศุภาลัย และ 9.บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ ขณะที่ฝ่ายนิวซีแลนด์นำโดย Mr. Robert Wall ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Invest New Zealand พร้อมผู้บริหารจาก New Zealand Trade and Enterprise (NZTE) กระทรวงการต่างประเทศและการค้านิวซีแลนด์ กระทรวงอุตสาหกรรมปฐมภูมิ และสำนักนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ สะท้อนว่าฝ่ายนิวซีแลนด์ให้ความสำคัญกับนักลงทุนไทยอย่างมาก
ด้าน นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(ดีอี) แถลงข่าวโครงการ TH-AI Passport โดยชี้แจงปมเปิดล่าช้าว่า ต้องรอสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาแก้ไขและลงนามในวันที่ 18 สิงหาคม ก่อนเปิดระบบในวันถัดไปทันที ยืนยันทำตามขั้นตอนโปร่งใส พร้อมปรับเงื่อนไขการเบิกจ่ายเป็น Pay Per Active User จ่ายตามยอดล็อกอินจริงครบ 5 ล้านสิทธิ เพื่อความคุ้มค่างบประมาณ
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเร็วๆนี้ คณะอนุกรรมการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(พีดีพี) 2026 (2569-2593) ที่มี นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นประธานฯ เห็นชอบเห็นชอบ 4 แนวทาง ในการจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการบรรลุปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 จากนั้นเสนอ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเดินหน้าเปิดรับฟังประชาพิจารณ์ในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ ก่อนจะเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบภายในสิ้นปี 2569
สำหรับสาระสำคัญของทั้ง 4 แนวทาง แม้จะมีสัดส่วนประเภทเชื้อเพลิงแตกต่างกัน แต่ทุกแนวทางได้บรรจุเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor: SMR) ปริมาณ 9,000 เมกะวัตต์ ไว้อย่างชัดเจน ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ราว 54,500–55,000 เมกะวัตต์ เพื่อรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้า

