หน้าแรก การเมือง ปชป.ข้องใจ รบ...

ปชป.ข้องใจ รบ.ตั้งปลัดพลังงาน ข้ามห้วย ทั้งๆที่เชี่ยวชาญภาคเกษตร ถามเน้นคนรู้ใจหรือ?

22.08.26 | 10:35 น.

”โฆษก ปชป.“ ข้องใจ ตั้งปลัดพลังงานข้ามห้วย ถามเน้น “คนรู้ใจ”หรือ “ศักยภาพความรู้เฉพาะทาง”ชี้ บทเรียน ขรก. ประจำ ต้องพิสูจน์ผลงาน

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการแต่งตั้ง นายฉันทานนท์ วรรณเขจร ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ ที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม เนื่องจากตลอดเส้นทางรับราชการเติบโตมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยไม่มีประสบการณ์สายตรงด้านการบริหารนโยบายพลังงาน ว่า การแต่งตั้งในลักษณะนี้ทำให้สังคมเกิดข้อกังขาว่า เหตุใดตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของข้าราชการประจำในกระทรวงที่มีความซับซ้อนเชิงเทคนิคสูง และมีผลต่ออนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงไม่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและคลุกคลีในแวดวงพลังงานโดยตรงขึ้นมาทำหน้าที่ การคัดสรรครั้งนี้ให้น้ำหนักกับ “ความใกล้ชิดทางการเมือง” หรือความต้องการ “คนรู้ใจ” มากกว่าศักยภาพความรู้เฉพาะทางหรือไม่


โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ มีความเชี่ยวชาญในภาคการเกษตรอย่างลึกซึ้ง แต่ภารกิจของกระทรวงพลังงานมีความละเอียดอ่อนและเชื่อมโยงกับความมั่นคงระดับชาติ ทั้งเรื่องน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า ปลัดกระทรวงฯ จึงจำเป็นต้องเป็นผู้ที่มองเห็นภาพรวมเชิงโครงสร้างอย่างถ่องแท้ เพื่อสามารถให้ข้อเสนอแนะที่ถูกต้องและแม่นยำแก่ฝ่ายการเมืองได้ทันท่วงที ท่ามกลาง 5 วาระสำคัญของประเทศในระยะ 2–5 ปีข้างหน้า ได้แก่ 1การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ ให้สอดรับกับความต้องการจริง 2.การเปิดเสรีระเบียบ Direct PPA และ TPA เพื่อส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดไฟฟ้า 3.การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน รองรับการเติบโตของ Data Center และศูนย์กลาง AI 4.การบริหารจัดการความมั่นคงด้านก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในระยะยาว และ.5การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) อย่างยั่งยืน

”ปรากฏการณ์การโยกย้ายข้าราชการต่างกระทรวงเข้ามาคุมบังเหียนกระทรวงพลังงานอย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ข้าราชการในกระทรวงพลังงานต้องทบทวนบทบาทของตนเองเช่นกันว่า ที่ผ่านมาได้ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มกำลังแล้วหรือไม่ หรือได้สร้างเงื่อนไขจนฝ่ายการเมืองขาดความไว้วางใจ จนต้องดึงบุคคลภายนอกเข้ามากำกับดูแลกระทรวงยุทธศาสตร์สำคัญแห่งนี้ ดังนั้นทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ควรออกมาชี้แจงเกณฑ์การประเมินความเหมาะสมและความพร้อมให้สังคมสิ้นสงสัย“นายพงศกร กล่าว

นายพงศกร กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่ประชาชนรอคอยคือ “ผลงานและความจริงใจ” เพื่อการแก้ปัญหา 4 มิติหลัก คือ 1.การจัดทำโครงสร้างราคาน้ำมันที่เป็นธรรม 2การคำนวณราคาก๊าซธรรมชาตินำเข้าที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ 3.การขับเคลื่อนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม และ4.การเปิดระบบรับซื้อไฟฟ้าจากภาคประชาชนในราคาที่ยุติธรรม เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

Advertisement