‘หทัยรัตน์’ แฉถูกเสนอเงิน 6 หลักแลกเข้ากลุ่ม-พิมพ์รายชื่อ 19 สว. เสนอผู้มีอำนาจภูมิใจไทยขอ 3 ล้านแลกโหวตประธานวุฒิสภา ขณะที่ ‘เพียรพร’ ซัด สว.กลุ่ม 8 ทุเรศที่สุด แฉถูกกดดันก่อนเลือก หวังสิ้นเดือนมีคำสั่งฟ้อง ลั่น ระบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม โรงแรมมารวยการ์เด้น โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) นำโดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ จัดงานในหัวข้อ “ชนกำแพงให้จบๆ ผ่าพิภพ สว.” เลคเชอร์สด คลี่ทุกปมการเลือก สว. เปิดข้อมูลใหม่ แฉกลไกโกง และเปิดสายสัมพันธ์เครือข่ายสีน้ำเงิน โดยมีพยานผู้สมัคร สว. ได้แก่ น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 8 สิ่งแวดล้อม และ น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น ดำเนินรายการโดยนายสมภพ รัตนวลี และน.ส.จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์
โดย น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวว่า วันที่ 24-26 มิถุนายน 2567 นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. โทรหาตนประมาณ 10 รอบ บอกว่าจะมีการประชุมกันที่โรงแรมไมด้างามวงศ์วาน ตนบอกว่าตนมีอพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ ไม่เป็นอะไร ซึ่งเขาบอกว่าจะจ่ายค่าเดินทาง และสายสุดท้ายมีการบอกว่าเชิญให้ตนไปอยู่ในกลุ่มเขา เพราะในกลุ่มเขาไม่มีสื่อมวลชน เขาเสนอเงินให้ 6 หลัก โดยในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ที่เป็นวันเลือก สว.ระดับประเทศ หลังจากที่ออกมาจากเมืองทองธานีแล้ว ตนได้เคยเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะแล้ว
น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้วันที่ 23 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นวันก่อนที่จะมีการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา มีการพิมพ์รายชื่อสว. 19 คน เพื่อนำไปเสนอให้ผู้มีอำนาจของพรรคภูมิใจไทยว่าจะขอโหวตประธานวุฒิสภาและค่าตอบแทนคนละ 3 ล้านบาท ซึ่งนักข่าวที่ตามทำข่าวของพรรคภูมิใจไทยมีข้อมูล ฉะนั้นตนจึงขอเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลนั้นออกมาว่ามีใครบ้าง
น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนการจ่ายเงินนั้นมีการจ่ายเป็นลำดับขั้น โดยราคาของภาคกลางกับภาคอีสาน ราคาต่างกัน และระดับอำเภอมีการจ่ายระดับหมื่น แต่หลังจากที่เปิดเผยวันที่ 27 มิถุนายน 2567 มีโทรศัพท์จาก ผู้สมัคร สว.ระดับประเทศ จาก จ.กาญจนบุรี โทรหาตนบอกว่ามีคนเสนอเงินให้ 5 แสนบาท จากพรรคการเมืองใหญ่ โดยวันที่เขาติดต่อ ซีซีทีวีที่บ้านถ่ายภาพและเสียงไว้ ซึ่งได้ส่งให้สื่อมวลชนแล้วด้วย ทั้งนี้ ใครมีข้อมูลขอให้ส่งให้ไอลอว์เพื่อเปิดเผยไม่ให้ระบบนี้ได้ผุดได้เกิด
น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวอีกว่า ก่อนเข้าสู่กระบวนการตนอยู่ในกลุ่ม สว.ประชาชนที่โรแมนติก ใสในทางการเมืองมาก เพราะเชื่อว่าการแสดงวิสัยทัศน์ หรือการตั้งเป้าในการเป็น สว. แล้วจะมีคนเข้ามาเป็นอาสาสมัครให้เรา หากเห็นเพื่อนมีวิสัยทัศน์มากกว่าจะโหวตให้ แต่เมื่อถึงวันเลือกคะแนนออกมาแล้ว กลับทำให้บางคนไม่พอใจ จึงเกิดปรากฏการณ์ผึ้งแตกรัง สัญญาที่บอกว่าจะโหวตให้เรา ปรากฏว่าไม่โหวต ไปเข้ากลุ่ม ดี เด่น ดัง สีน้ําเงิน หรือกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ที่มีโอกาส ทําให้เห็นว่าความเชื่อมั่นในประชาธิปไตยของเรา มันคือเรื่องเพ้อฝัน ดังนั้น เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สว.คือสิ่งที่เราเชื่อว่า ไม่ควรมี หากจะมีการแก้ไขอะไรต่อไปอย่ามี สว.ในประเทศนี้เลย
ด้านน.ส.เพียรพร กล่าวว่า ตนมองว่า สว. กลุ่ม 8 ทุเรศที่สุดว่าเป็นการนำกลุ่มผู้ต่อต้านเหมืองและการทำลายสิ่งแวดล้อมมารวมกับกลุ่มนายทุน จึงตัดสินใจลงสมัครเพื่อเป็นเสียงส่วนน้อยที่ผลักดันให้ระบบดีขึ้น และขอตั้งข้อกังขาต่อกระบวนการและการทำงานของ กกต. หลังพบผู้สมัครบางรายเขียนประวัติไม่ตรงข้อเท็จจริง
น.ส.เพียรพร กล่าวว่า ก่อนการเลือกระดับจังหวัด มีอดีต สส.แม่ฮ่องสอนติดต่อและกดดันให้เข้าไปพูดคุยเก็บหลักฐานทั้งหมดไว้เพราะเชื่อว่าสักวันจะได้ใช้พิสูจน์ข้อเท็จจริง หวังว่าสิ้นเดือนนี้จะมีการสั่งฟ้องและนำผู้กระทำผิดมารับโทษ ย้ำว่าระบบและการกระทำเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก เพราะสร้างความเจ็บปวดแก่ผู้ที่ต้องการเห็นประเทศและระบบดีขึ้น และขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย
“ระบบและการกระทำแบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ขอให้เป็นครั้งเดียวในจักรวาล ครั้งเดียวในโลก เพราะเมื่อผ่านกระบวนการเหล่านั้นมาทั้งเจ็บป่วยทางใจ และกายเป็นเดือน กว่าจะฟื้นตัวทำไมคนเราถึงเลวได้ขนาดนี้ ไม่เคยเข้าใจทำไมเขาไม่อยากเห็นประเทศดีขึ้น ทำไมไม่อยากเห็นเด็กมีการศึกษาที่ดี มีอนาคตที่ดี ทำไมถึงอยากฝังทุกอย่างไว้ในดิน และมีแค่ตัวเขาเองที่อยู่ข้างบน” น.ส.เพียรพร กล่าว
ขณะที่นายณัฐพงษ์ สาโรจน์ อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม 17 จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่าตนยอมรับว่าเข้าร่วมกระบวนการฮั้ว สว. เพราะต้องการให้ความผิดเกิดขึ้น ซึ่งหัวขบวนฮั้วนั้นมีการโอนเงินและจ่ายเงินให้กับผู้สมัคร สว.จริง ซึ่งตนได้เข้าให้ปากคำกับดีเอสไอโดยเก็บหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว


