กมลศักดิ์ จี้ ตั้งกก.สอบ เหตุเยาวชนที่จะแนะถูกยิง ขอพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยิงจากฮ.จริงหรือไม่
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และ นายกูเฮง ยาวอหะซัน อดีต ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เดินทางมายังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เข้าเยี่ยม นายซอและ ดอเลาะ เยาวชนวัย 21 ปี ที่ถูกยิงในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 หลังจากได้สอบถามข้อเท็จจริงจากผู้ได้รับบาดเจ็บ
นายกมลศักดิ์ ระบุว่า ตนเองได้ติดตามเหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดนราธิวาส ในฐานะ ส.ส.ในพื้นที่จึงต้องการสอบถามข้อเท็จจริงให้รอบด้าน จากการสอบถามเยาวชนวัย 21 ปี พบข้อมูลตรงกันกับที่พี่ชายเคยให้สัมภาษณ์ไว้ โดยยืนยันว่าถูกยิงจากอาวุธที่มาจากเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ก็ได้ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธไปเมื่อวานนี้ ทำให้น่าเป็นห่วงว่าเร็วไปหรือไม่ที่จะปฏิเสธโดยไม่ตรวจสอบ ซึ่งคำตอบที่ดีที่สุดคือหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เหตุใดถึงไม่ตรวจพิสูจน์ให้ชัดก่อนถึงจะให้คำตอบ เพราะสิ่งที่น่าเป็นห่วงในพื้นที่คือ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน ฝั่งหน่วยงานรัฐไม่ยอมรับฟังกลับเลือกที่จะปฏิเสธ
“แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าใครที่ให้ข้อมูลอีกด้านที่ไม่ตรงกับหน่วยงานของรัฐ ขออย่าเพิ่งผลักเขาให้เป็นฝ่ายตรงข้าม หลายเพจในออนไลน์ก็สะท้อนความรู้สึกว่าอยากให้คนที่นี่ตกเป็นผู้เสียหายหรือผู้ต้องสงสัยในคราวเดียวกัน ขออย่าเหมารวม แต่ขอให้ตรวจสอบให้ชัด พิสูจน์ตามหลักนิติวิทยาศาสตร์แล้วเอาความจริงมาคุยกัน หากพิสูจน์แล้วเป็นความจริงก็อย่าปกปิดกัน เพราะจะยิ่งสร้างปมไม่จบสิ้น” นายกมลศักดิ์ กล่าว

นายกมลศักดิ์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ตนก็ไม่รู้จะพูดยังไงเพราะโดนกับตัวเอง เห็นใจน้องเขา ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องพิสูจน์เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่น้องให้การว่าไปแคมป์ปิ้งได้ตรวจเส้นทางแล้วหรือยัง พยายามผลักว่าน้องเป็นหนึ่งในคนร้ายที่ก่อเหตุในคืนนั้น เรื่องเหล่านี้สามารถพิสูจน์ได้เพราะมีกล้องวงจรปิดเยอะแยะ เพราะก่อนที่น้องจะถูกยิงก็ผ่านด่านตรวจ หลายสิ่งหลายอย่างสามารถตรวจได้หมด รวมถึงวิถีกระสุน
“ขณะที่อาวุธที่มาจากเฮลิคอปเตอร์ ก็สังเกตเห็นว่าเฮลิคอปเตอร์ที่นี่บินต่ำและมีอาวุธอื่นที่ไม่ใช่ปืนกล ที่ติดตั้งบนเฮลิคอปเตอร์ ก็เคยเห็นมาแล้ว ดังนั้นจึงต้องพิสูจน์กันไป สิ่งที่ควรจะทำเบื้องต้นคือ การตั้งคณะกรรมการสอบ เพราะแม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ยอมรับเมื่อวานนี้ว่า มีการใช้เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวน อยู่ที่ว่าคนบนเฮลิคอปเตอร์ยิงลงมาจริงหรือไม่ การตั้งคณะกรรมการสอบจะทำให้เกิดความกระจ่างมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญ คือต้องพูดความจริง” นายกมลศักดิ์ กล่าว
ด้านนายกูเฮง กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของตนเอง เมื่อคืนจึงมีโอกาสได้พูดคุยกับชาวบ้าน ชาวบ้านยืนยันเป็นเสียงเดียวกันคือ มีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ และเพื่อนอีก 4 คน ที่เดินทางมากับผู้ได้รับบาดเจ็บก็บอกเช่นเดียวกัน ซึ่งพบเฮลิคอปเตอร์บินตามหลังมา เมื่อยิงรอบแรกแล้ว เฮลิคอปเตอร์บินอ้อมไปดักอยู่ด้านหน้าสูงระดับยอดต้นไผ่ จากนั้นมีการยิงลงมาจึงถูกผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นคนขับ เมื่อถูกยิงจึงสลับมานั่งซ้อนท้าย และขับรถไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน
นอกจากนี้นายกูเฮง ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ชาวบ้านพร้อมที่จะออกมาเป็นพยานในคดีนี้ โดยขอให้เอาความยุติธรรมมาเป็นศูนย์กลาง และพูดคุยกันว่าความจริงเกิดอะไรขึ้น ตนเองไม่อยากให้คนสามจังหวัดกลายเป็นจำเลยกับเรื่องนี้ ให้คนนอกมองว่าพวกเราเป็นโจร อยากให้เอาความจริงมาคุยกันไม่เช่นนั้นความยุติธรรมไม่เกิด

นายกมลศักดิ์ ถือโอกาสกล่าวทิ้งท้ายว่า หากสิ่งที่น้องเขาพูดเป็นเท็จก็ว่าไปตามกระบวนการ แต่สิ่งที่พูดเป็นจริงก็มีกระบวนการเช่นกัน เราต้องยอมรับความจริงแล้วมาคุยกัน ยกตัวอย่างเรื่องของตนเองที่ยังมีความจริงอีกหลายด้านที่พูดหรือเปิดเผย อยากให้ทุกคนอย่าพึ่งผลักเราเป็นฝ่ายตรงข้าม เพราะทุกคนอยากสงบและไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้าย ๆ เราอยากสะท้อนความจริง ผมเป็นตัวแทนของพี่น้องที่พูดความจริง ยิ่งหาว่าผมอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งมันไม่ใช่ คุณรับไม่ได้ใช่ไหมที่เราพูดความจริง ดังนั้นจึงต้องช่วยกัน
นายซอและ เยาวชนวัย 21 ปี ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า มีคลิปจากชาวบ้านที่ถ่ายขณะได้ยินเสียงปืนและเฮลิคอปเตอร์ แต่เนื่องจากเป็นช่วงกลางคืนที่มืดจึงเห็น ฮ.ไม่ชัด แต่ยืนยันได้ว่าเสียงปืนที่ยิงมายิงทีละนัด ไม่ได้ยิงรัวๆ แต่ตนเองไม่ทราบว่า เป็นปืนชนิดได้ โดยตอนแรกเฮลิคอปเตอร์บินตามหลังแล้วก็ยิง จากนั้นก็ไปด้านหน้าถึงยอดต้นไผ่ บินต่ำ ๆ แล้วยิงมาอีกครั้ง ทำให้โดนตนเอง ซึ่งก็ยกมือบอกแล้วว่าอย่ายิง และชาวบ้านก็ยืนยันว่ายิงจากเฮลิคอปเตอร์ เพราะเสียงปืนกับเสียงเฮลิคอปเตอร์มาพร้อมกัน นายซอและ ยืนยันว่าที่เล่ามาไม่ได้โกหก จึงอยากให้เกิดความเป็นธรรม ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รุนแรงที่อบต.ช้างเผือก และยืนยันว่าไม่มีปืน ก่อนเกิดเหตุก็เดินทางจากแคมป์ปิ้ง เพื่อเดินทางกลับบ้านเท่านั้น

